เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เลือกบอร์ดประกันสังคมคึก ใช้สิทธิ์พุ่ง 331% นายจ้างทะลุ 500%
News เลือกบอร์ดประกันสังคมคึก ใช้สิทธิ์พุ่ง 331% นายจ้างทะลุ 500%
อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
Politics อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
RX BITEC ฉายเทรนด์ความงาม จัด COSMEX ดัน T-Beauty โกอินเตอร์
Business RX BITEC ฉายเทรนด์ความงาม จัด COSMEX ดัน T-Beauty โกอินเตอร์
Tops นำข้าวกล่อง-ข้าวปั้น MaxValu กลับมาวางขายในสาขาที่ร่วมรายการ
Biz Movement Tops นำข้าวกล่อง-ข้าวปั้น MaxValu กลับมาวางขายในสาขาที่ร่วมรายการ
KIRIN รุกตลาดอาหารเสริมอาเซียน สปริงบอร์ดดีล Blackmores
Business KIRIN รุกตลาดอาหารเสริมอาเซียน สปริงบอร์ดดีล Blackmores
ViNG จับกระแสเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แจกส่วนลด 50% สำหรับผู้ไปใช้สิทธิ์
Biz Movement ViNG จับกระแสเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แจกส่วนลด 50% สำหรับผู้ไปใช้สิทธิ์
สันติธาร เผย 2 เวทีไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ชูบทบาทเชื่อมโลก
Economic สันติธาร เผย 2 เวทีไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ชูบทบาทเชื่อมโลก
ตีโจทย์ตลาดหุ้นไทยชู ‘TISA-TFFIF’ หนุนออม-ลงทุน
Finance ตีโจทย์ตลาดหุ้นไทยชู ‘TISA-TFFIF’ หนุนออม-ลงทุน
ฉากจบพี่โด้ กับเมสซี่
คุยกับเอกราช ฉากจบพี่โด้ กับเมสซี่
น้ำท่วมลาม Supply Chain จี้รัฐฟื้นฟูทั้งห่วงโซ่ก่อนกระทบส่งออก
Economic น้ำท่วมลาม Supply Chain จี้รัฐฟื้นฟูทั้งห่วงโซ่ก่อนกระทบส่งออก
ดูทั้งหมด

จีนเก็บ VAT ถุงยางอนามัย ในรอบ 30 ปี หวังกระตุ้นอัตราการเกิด

02 ธ.ค. 2568 | 17:23น.

รัฐบาลจีน เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มถุงยางอนามัย 13% โดยจัดอยู่ในหมวดสินค้าทั่วไปและนำเข้า เพื่อแก้ไขปัญหาอัตราการเกิดที่ร่วงลงอย่างมาก ตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มฉบับปรับปรุงใหม่ มีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2026 

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า จีนจะจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับยาและอุปกรณ์คุมกำเนิด รวมถึงถุงยางอนามัย เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ทศวรรษ โดยเป็นความพยายามล่าสุดเพื่อแก้ไขปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างมาก ซึ่งมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงเพิ่มขึ้นอีก

ภายใต้กฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มฉบับปรับปรุงใหม่ ผู้บริโภคจะต้องเสียภาษี 13% สำหรับการขายสินค้าทั่วไปและนำเข้า รวมไปถึงสินค้าในกลุ่มยาและอุปกรณ์คุมกำเนิด ที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มมาตั้งแต่ปี 1993 สมัยที่รัฐบาลจีนบังคับใช้นโยบายลูกคนเดียวอย่างเข้มงวดและส่งเสริมการคุมกำเนิดอย่างจริงจัง

ในขณะเดียวกัน การแก้ไขกฎหมายนี้ สร้างแรงจูงใจใหม่ ๆ ให้แก่ว่าที่พ่อแม่ โดยยกเว้นภาษีสำหรับบริการดูแลเด็ก ตั้งแต่สถานรับเลี้ยงเด็กเล็ก (เนิร์สเซอรี่) จนถึงอนุบาล เช่นเดียวกับบริการดูแลผู้สูงอายุ บริการด้านความพิการ และบริการที่เกี่ยวข้องกับการแต่งงาน

โดยกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่มฉบับปรับปรุงใหม่นี้ จะเริ่มมีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2026

มาตรการนี้สะท้อนถึงจุดเปลี่ยนนโยบายที่กว้างขวางขึ้น เนื่องจากจีนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว จึงเปลี่ยนจากการจำกัดจำนวนการเกิด เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีลูกมากขึ้น

จำนวนประชากรในประเทศจีนลดลงติดต่อกันมาแล้ว 3 ปี โดยในปี 2024 มีเด็กเกิดใหม่เพียง 9.54 ล้านคน ซึ่งน้อยกว่าครึ่งของจำนวน 18.8 ล้านคนเมื่อเกือบหนึ่งทศวรรษที่แล้ว ตามข้อมูลในระบบ  ในช่วงที่นโยบายลูกคนเดียวถูกยกเลิก

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทยอยออกนโยบายสนับสนุนการมีบุตรหลายฉบับ ตั้งแต่การแจกเงินช่วยเหลือ เพื่อปรับปรุงการบริการดูแลเด็ก อีกทั้งขยายวันลาเพื่อคลอดและเลี้ยงดูบุตร นอกจากนี้รัฐบาลยังประกาศแนวทางปฏิบัติ เพื่อลดจำนวนการทำแท้งที่ถือว่า ‘ไม่จำเป็นทางการแพทย์’ ซึ่งตรงกันข้ามกับการควบคุมการสืบพันธุ์แบบบังคับ ในยุคนโยบายลูกคนเดียว ซึ่งการทำแท้งและการทำหมันเป็นเรื่องปกติ

อย่างไรก็ดี ความพยายามเพิ่มอัตราการเกิดของรัฐ ต้องเผชิญกับอุปสรรคพื้นฐาน คือ จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีค่าเลี้ยงดูบุตรที่แพงที่สุด ตามรายงานปี 2024 ของสถาบันวิจัยประชากรหยูว่า (YuWa Population Research Institute) ในกรุงปักกิ่ง

การเลี้ยงดูบุตรจนถึงอายุ 18 ปี มีค่าใช้จ่ายมากกว่า 538,000 หยวน (ราว 2.4 ล้านบาท) ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่คนหนุ่มสาวจำนวนมากล้วนลังเลใจ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและตลาดงานไม่มั่นคง

เมื่อค่านิยมทางสังคมเปลี่ยนแปลงไป ผู้คนบางส่วนเลือกที่จะลงทุนเพื่อความมั่นคงและอาชีพการงานของตนเองมากกว่าชีวิตครอบครัว

เหอ ยาฟู นักประชากรศาสตร์จากสถาบันวิจัยประชากรหยูว่า กล่าวว่า การยกเลิกข้อยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเพียงสัญลักษณ์ และไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมมากนัก แต่มันสะท้อนถึงความพยายามที่จะสร้างสภาพแวดล้อมทางสังคมที่ส่งเสริมการคลอดบุตรและลดการทำแท้ง

อย่างไรก็ดี มาตรการใหม่นี้ก่อให้เกิดการถกเถียงอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดียจีน อย่าง Weibo โดยมีคำถามจากผู้ใช้งานรายหนึ่งระบุว่า ถ้าไม่มีเงินซื้อถุงยางอนามัย แล้วจะมีเงินเลี้ยงลูกได้อย่างไร