‘สีหศักดิ์’ เยือนญี่ปุ่นพบนักธุรกิจ บริบทสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชาปะทุระลอกใหม่
รัฐมนตรีต่างประเทศเยือนญี่ปุ่นในบริบทการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาระลอกใหม่ มีกำหนดพบนักธุรกิจ เพื่อกระชับความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน
ระหว่างวันที่ 18-20 ธันวาคม 2025 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีกำหนดเยือนญี่ปุ่นเพื่อหารือข้อราชการเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-ญี่ปุ่น ในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน (Comprehensive Strategic Partner : CSP) โดยจะหารือประเด็นความร่วมมือ รวมถึงด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ตลอดจนแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีกำหนดจะพบหารือทวิภาคีกับนายโทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ประธานกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาญี่ปุ่น-ไทย และสมาชิกรัฐสภาญี่ปุ่น รวมทั้งจะพบผู้แทนสหพันธ์ธุรกิจและกลุ่มนักธุรกิจญี่ปุ่น (Keidanren) เพื่อกระชับความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และยกระดับความสัมพันธ์ระดับประชาชนในโอกาสที่ทั้งสองประเทศจะฉลองการครบรอบ 140 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2027
การทำงานในครั้งนี้รวมถึงการแลกเปลี่ยนความเห็นกับนักวิชาการญี่ปุ่นด้านการเมืองระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการเพิ่มบทบาทและความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาคและระหว่างประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริบทการเยือนของรัฐมนตรีต่างประเทศเกิดขึ้นในช่วงการปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชาระลอกใหม่ และการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนนัดพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้ความรุนแรงตามแนวชายแดนทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีขึ้นในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 22 ธันวาคมนี้
ก่อนหน้านี้เอกสารองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ JETRO ระบุผลการประชุมภาครัฐและเอกชนญี่ปุ่น-กัมพูชาครั้งที่ 30 จัดขึ้นวันที่ 3 ก.ย. 2025 ที่กรุงพนมเปญ เรียกร้องให้มีการเปิดเส้นทางการขนส่งข้ามพรมแดนไทย-กัมพูชาอีกครั้ง หากยังปิดต่อไปกัมพูชาอาจสูญเสียเสน่ห์การลงทุนตามยุทธศาสตร์ “ไทยแลนด์พลัสวัน”
ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์เมื่อ 12 กันยายน 2025 นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ตอบคำถามเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของประเทศญี่ปุ่น ภายหลังสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยขอให้เปิดด่านไทย-กัมพูชา ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเนตไทยจำนวนมาก เนื่องจากหลายคนมองว่าเป็นการกดดันฝ่ายไทย กระทรวงการต่างประเทศจะทำความเข้าใจกับทางการญี่ปุ่นอย่างไร
นายนิกรเดชชี้แจงว่า ประเด็นทั้งหมดเกิดขึ้นจากเรื่องห่วงโซ่อุปทานข้ามพรมแดน ทราบว่าญี่ปุ่นมีความเดือดร้อนจากกรณีที่ชายแดนปิด การลงเฟซบุ๊กเป็นไปเพื่อยินดีที่มีพัฒนาการในเชิงบวก
“มีหลายประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการปิดชายแดน ตามที่กระทรวงได้รับรายงาน ญี่ปุ่นได้รับผลกระทบมากที่สุด จากการปิดพรมแดนกระทบห่วงโซ่อุปทาน จึงเป็นเหตุผลที่ญี่ปุ่นหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา เพื่อให้การผลิตสินค้าในอนุภูมิภาคนี้ของญี่ปุ่นกลับมาเป็นปกติ” นายนิกรเดชกล่าว
เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2025 นายสีหศักดิ์ได้พบหารือทวิภาคีกับนายอิวายะ ทาเกชิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ในสมัยนายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ ในช่วงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ (UNGA) ครั้งที่ 80 ที่นครนิวยอร์ก ซึ่งไทยขอบคุณญี่ปุ่นในฐานะที่เป็นประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ครั้งที่ 22 (อนุสัญญาออตตาวา) ที่มีบทบาทแข็งขันในการผลักดันให้กัมพูชาร่วมมือกับไทยเพื่อเก็บกู้ทุ่นระเบิดอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจและความร่วมมือระหว่างกัน
International Crisis Group องค์กรที่ไม่หวังผลกำไรรายงานว่า การสู้รบระลอกใหม่หนักกว่าการปะทะระลอกแรกเมื่อ 28 กรกฎาคม ทั้งในแง่ขอบเขตและความเข้มข้น โดยการสู้รบระหว่าง 7-9 ธันวาคม เกิดขึ้นไม่น้อยกว่า 16 จุด ตามแนวชายแดน 800 กิโลเมตร จากอ่าวไทยจรดพรมแดน สปป.ลาว ทำให้ประชาชนสองฝ่ายต้องอพยพหนีจากบ้านเรือนราว 500,000 คน
เจ้าหน้าที่ไทยระบุว่าฝ่ายกัมพูชายิงจรวดหลายลูกและโดรนโจมตีหลายครั้ง ขณะที่ไทยโจมตีทางอากาศและยิงปืนใหญ่พุ่งเป้าหมายหลายแห่งลึกเข้าไปในดินแดนกัมพูชาราว 30 กิโลเมตร
สองประเทศกำลังถลำลึกและไม่มีแรงจูงใจที่จะยุติสงคราม ทำให้การสู้รบอาจเลวร้ายลง