อเมริกากำลังก้าวเข้าสู่การเสริมกำลังทางทะเลครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศแผนสร้างเรือประจัญบานรุ่นใหม่ กำลังรบสูงกว่ารุ่นก่อน 100 เท่า ในชื่อ “Trump Class” ภายใต้แนวคิด “Golden Fleet” นโยบายขยายกองทัพเรือที่ระบุว่า นี่คือสัญลักษณ์ของมหาอำนาจทางทะเลของสหรัฐ ในศตวรรษที่ 21
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ณ เมืองปาล์มบีช รัฐฟลอริดา ทรัมป์ย้ำว่าเรือรบรุ่นใหม่นี้จะใหญ่กว่า เร็วกว่า และทรงพลังมากกว่าที่เคยมีมา อ้างว่า “มีศักยภาพสูงกว่าเรือรุ่นก่อนหน้าถึง 100 เท่า” และจะกลายเป็นแกนหลักของกองเรือยุคใหม่ที่สหรัฐตั้งเป้าใช้รักษาความเหนือชั้นด้านยุทธศาสตร์ทางทะเล
ตามแผนของรัฐบาลสหรัฐ โครงการ Trump Class จะเริ่มต้นด้วยเรือ 2 ลำ ก่อนขยายกำลังเป็นประมาณ 20-25 ลำในระยะถัดไป เรือลำแรกจะได้รับการตั้งชื่อว่า USS Defiant แสดงภาพลักษณ์เชิงสัญลักษณ์ด้านความแข็งกร้าวและอำนาจการยับยั้งทางทหาร
เรือรุ่นใหม่นี้จะมีระวางขับน้ำมากกว่า 30,000 ตัน ใหญ่กว่าเรือพิฆาตที่กองทัพเรือสหรัฐใช้งานอยู่ในปัจจุบัน และจะติดตั้งเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอาวุธพลังงานทิศทาง เช่น เลเซอร์ รวมถึงระบบการรบแบบอัตโนมัติที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับสมรภูมิทางทะเลรูปแบบใหม่
“สหรัฐไม่ได้สร้างเรือประจัญบานมาตั้งแต่ปี 1994 เรือรุ่นนี้จะเป็นเรือผิวน้ำที่อันตรายและร้ายกาจที่สุดเท่าที่เราเคยมีมา รองจากเรือดำน้ำเท่านั้น” ทรัมป์กล่าว
ติดอาวุธนิวเคลียร์
นอกจากอาวุธปืนเรือแบบดั้งเดิมแล้ว เรือ Trump Class จะติดตั้งขีปนาวุธร่อนยิงจากทะเลที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ด้วย ถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถด้านการยับยั้งเชิงยุทธศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ
จอห์น เฟแลน รัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือสหรัฐ ร่วมแถลงข่าวกับทรัมป์ ระบุว่า การออกแบบเรือรุ่นนี้มุ่งตอบโจทย์สงครามสมัยใหม่ที่ต้องการทั้งพลังการโจมตี ความคล่องตัว และความสามารถในการปฏิบัติการระยะไกล โดยเฉพาะในภูมิภาคที่มีการแข่งขันทางอำนาจสูง
บทบาทจีน-เกมอำนาจทางทะเล
แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐบางส่วนจะมองว่า การที่สหรัฐไม่ได้ต่อเรือประจัญบานใหม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้จีนที่เป็นคู่แข่งทางเศรษฐกิจและการทหารได้เปรียบในเชิงยุทธศาสตร์ แต่ทรัมป์กลับลดทอนบทบาทของจีนในครั้งนี้
ทรัมป์แจงว่าการขยายกองทัพเรือไม่ได้มีเป้าหมายรับมือจีนโดยตรง แต่เป็น “การรับมือกับทุกฝ่าย” เพื่อให้สหรัฐสามารถรักษาความได้เปรียบทางทะเลในทุกภูมิภาคทั่วโลก
นอกเหนือจากการเปิดตัวเรือรบรุ่นใหม่ ทรัมป์ยังใช้เวทีนี้ส่งสัญญาณชัดเจนถึงอุตสาหกรรมกลาโหม เขาระบุว่ารัฐบาลจะเพิ่มแรงกดดันต่อบริษัทผู้รับเหมาด้านการทหาร เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าในการผลิตและต้นทุน ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างยาวนาน
เขาเผยว่าจะเรียกผู้บริหารบริษัทกลาโหมรายใหญ่เข้าหารือในสัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาว่าการจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหารในระดับสูง การซื้อหุ้นคืน และการจ่ายเงินปันผล มีส่วนทำให้โครงการด้านกลาโหมไม่สามารถเดินหน้าได้ตามแผนหรือไม่
“เราไม่ต้องการเห็นผู้บริหารรับเงินปีละ 50 ล้านดอลลาร์ จ่ายเงินปันผลก้อนโต และซื้อหุ้นคืน ในขณะที่การผลิตเครื่องบินรบอย่าง F-35 ยังล่าช้า” ทรัมป์กล่าว
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาออกคำสั่งฝ่ายบริหาร เพื่อจำกัดการจ่ายเงินปันผล การซื้อหุ้นคืน และค่าตอบแทนผู้บริหาร สำหรับบริษัทผู้รับเหมาด้านกลาโหมที่มีโครงการเกินงบประมาณและล่าช้า
แผน “Golden Fleet” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรือประจัญบาน Trump Class เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเพิ่มจำนวนเรือรบประเภทอื่น ๆ โดยเฉพาะเรือฟริเกตรุ่นใหม่ขนาดเล็กกว่า ซึ่งกองทัพเรือสหรัฐพึ่งประกาศแนวคิดไปก่อนหน้านี้เพื่อเสริมความยืดหยุ่นในการปฏิบัติการทางทะเล