บริษัท ซีเค ฮัทชิสัน ของจีน (ฮ่องกง) ของเจ้าสัวหลี่ กาชิง ซึ่งบริหารท่าเรือบัลโบอาและคริสโตบัลในปานามา ยื่นอนุญาโตตุลาการเรียกค่าเสียหายมหาศาล หลังศาลฎีกาปานามาเพิกถอนสัญญาการดำเนินงาน ขณะที่จีนเตือนว่า ปานามาอาจต้องเจอผลลัพธ์ที่ร้ายแรงทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า บริษัท ซีเค ฮัทชิสัน (CK Hutchison) ซึ่งก่อตั้งโดยหลี่ กาชิง มหาเศรษฐีพันล้านชาวฮ่องกง กำลังเรียกร้องค่าเสียหายมหาศาล ผ่านกระบวนการอนุญาโตตุลาการ หลังศาลฎีกาปานามา เพิกถอนสัญญาการดำเนินงานท่าเรือสองแห่งใกล้คลองปานามา ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ
ในเอกสารที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ ซีเค ฮัทชิสัน ระบุว่า บริษัทท้องถิ่นในเครือ คือ ปานามา พอร์ตส์ (PPC) ซึ่งบริหารจัดการท่าเรือบัลโบอาและคริสโตบัล จะดำเนินการอย่างเต็มที่ภายใต้กฎของหอการค้าระหว่างประเทศ (International Chamber of Commerce : ICC) ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดย ICC เป็นหน่วยงานระหว่างประเทศ ที่จัดการข้อพิพาททางธุรกิจและการลงทุนที่สำคัญ
ศาลฎีกาปานามาตัดสินเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ต้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่ปานามาเริ่มทำการตรวจสอบพื้นที่โดยกะทันหัน อีกทั้งสั่งให้ PPC อนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงทรัพย์สิน ข้อมูล และพนักงานของบริษัทอย่างไม่จำกัด
ซีเค ฮัทชิสัน ยังระบุว่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการตัดสินใจของปานามา และจะทำงานร่วมกับที่ปรึกษาทางกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งเก็บทุกทางเลือกไว้พิจารณา ซึ่งรวมถึงการดำเนินคดีเพิ่มเติมในศาลท้องถิ่นและศาลระหว่างประเทศ
นอกจากนี้บริษัทยังแนะนำผู้ถือหุ้นและนักลงทุนที่มีศักยภาพ ใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมซื้อขายหุ้นหรือหลักทรัพย์อื่น ๆ ของบริษัท โดยเช้าวันที่ 4 กุมภาพันธ์ หุ้นซีเค ฮัทชิสัน ปรับตัวสูงขึ้นสูงสุด 2% ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ฟื้นตัวจากการปรับตัวลงที่เป็นผลจากคำตัดสินของศาลเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา
โดยเมื่อวันที่ 29 มกราคม ศาลฎีกาปานามาระบุว่า หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว พบว่ากฎหมายและข้อกำหนดที่รองรับสัมปทานของ PPC นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยข้อตกลงดังกล่าวให้สิทธิบริษัทในการพัฒนา ก่อสร้าง ดำเนินการ และบริหารจัดการท่าเทียบเรือที่บัลโบอาทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของคลองปานามา และคริสโตบัลทางฝั่งทะเลแคริบเบียน
คำตัดสินเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า นับเป็นชัยชนะทางการเมืองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในการพยายามจำกัดอิทธิพลของจีนเหนือโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ในละตินอเมริกา รวมถึงคลองปานามา ขณะที่รัฐบาลจีนแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง โดยเตือนถึงผลกระทบทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ร้ายแรง
สำนักงานกิจการฮ่องกงและมาเก๊า (Hong Kong and Macao Affairs Office) ระบุเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ว่า คำตัดสินดังกล่าวไร้เหตุผลทางกฎหมาย ผิดพลาดทางตรรกะ และน่าขันอย่างยิ่ง อีกทั้งเพิกเฉยต่อข้อเท็จจริง และสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทซีเค ฮัทชิสัน
นอกจากนี้ยังระบุว่า การดื้อรั้นในเส้นทางที่ผิดพลาดนี้ จะส่งผลให้ต้องชดใช้ค่าเสียหายอย่างหนัก ทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ และกล่าวหาว่า ปานามายอมจำนนต่อการครอบงำของมหาอำนาจและยอมจำนนต่อการข่มขู่ แทนที่จะปกป้องเอกราชของตนในฐานะรัฐอธิปไตย
ข้อพิพาทเกี่ยวกับท่าเรือสองแห่งในปานามา สร้างความไม่แน่นอนครั้งใหม่ให้กับแผนการขายโรงงาน 43 แห่งทั่วโลกของซีเค ฮัทชิสัน กลายเป็นตัวแทนของการแข่งขันระหว่างสหรัฐและจีน และเป็นหนึ่งในประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยุ่งยากที่สุดของบริษัท
นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) อธิบายบริบทก่อนหน้าว่า สหรัฐสร้างคลองปานามาเสร็จสมบูรณ์ในปี 1914 และควบคุมดูแลจนถึงปี 1977 ก่อนที่อดีตประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ แห่งสหรัฐ จะลงนามสนธิสัญญาที่อนุญาตให้ประเทศปานามาเข้าควบคุมดูแลคลองในปี 1999
แต่ก่อนหน้านั้น ในปี 1996 บริษัท ฮัทชิสัน แวมปัว ซึ่งปัจจุบันคือซีเค ฮัทชิสัน ได้รับสัมปทานบริหารจัดการท่าเรือบัลโบอาและคริสโตบัล รวม 25 ปี และในเดือนมิถุนายน 2021 ซึ่งเป็นปีสิ้นสุดสัญญา ปานามาอนุมัติการต่ออายุข้อตกลงโดยอัตโนมัติอีก 25 ปี