เจาะฟิลิปปินส์ ขึ้นแท่นตลาดเบอร์ 2 จีนกระหน่ำระบาย ‘โซลาร์เซลล์’ แก้โจทย์ค่าไฟแพง
จีนเร่งผลักดันการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาในฟิลิปปินส์ที่เผชิญค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ครัวเรือนและธุรกิจฟิลิปปินส์หันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ราคาถูก
หลายเดือนที่ผ่านมา เศรษฐกิจทั่วเอเชียต่างได้รับผลกระทบจากค่าสาธารณูปโภคที่พุ่งสูงขึ้น นับตั้งแต่ที่สงครามอิหร่านเริ่มปั่นป่วนตลาดน้ำมันและก๊าซ หลายประเทศเริ่มคิดหาแนวทางใหม่ ๆ ในการจัดหาพลังงาน โดยในฟิลิปปินส์ ทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจต่างหันมาใช้พลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างแผงโซลาร์เซลล์ นับเป็นผลดีต่อผู้ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์สัญชาติจีน
ในปี 2026 หากไม่นับรวมเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการนำเข้าของยุโรปตะวันตกเฉียงเหนือ ฟิลิปปินส์ กลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศของผู้ผลิตโซลาร์เซลล์สัญชาติจีน แซงหน้าประเทศที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านสู่โซลาร์เซลล์อย่างปากีสถาน
ด้านจีน เป็นแหล่งผลิตเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ราคาถูกและทันสมัยที่สุดในโลก โดยคิดเป็น 80% ของซัพพลายทั่วโลก แม้จะส่งออกได้มากแต่จีนก็ยังประสบปัญหาผลิตล้นเกินไปอยู่ดี ดังนั้นหมายความว่า ตลาดใหม่ ๆ ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความอยู่รอดของอุตสาหกรรมแผงโซลาร์จีน
จากข้อมูลของแพลตฟอร์มสถิติการนำเข้าและส่งออกโลก Trade Data Monitor (TDM) ระบุว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2026 จีนส่งออกแผงโซลาร์เซลล์ไปยังฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า คิดเป็นมูลค่าราว 524.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.78 หมื่นล้านบาท) มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 2025 ซึ่งอยู่ที่ราว 228.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.75 พันล้านบาท) และเฉพาะในเดือน มี.ค. เดือนเดียว มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นถึง 262% เมื่อเทียบปีต่อปี

ยอดที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะซัพพลายเออร์เร่งส่งสินค้าล่วงหน้า ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายส่วนลดภาษีส่งออกของจีน (Export-tax Rebate) แต่นักวิเคราะห์และบุคคลในวงธุรกิจโซลาร์เซลล์กล่าวว่า แนวโน้มดังกล่าวจะยังดำเนินต่อไป แม้จีนกับฟิลิปปินส์จะมีข้อขัดแย้งกันบ้างเป็นระยะ รวมถึงข้อพิพาทในทะเลจีนใต้
ตัวชี้วัดอย่างหนึ่งคือ ดีมานด์ได้ขยายตัวออกจากเมืองหลวงอย่างกรุงมะนิลา ไปยังศูนย์กลางระดับภูมิภาค เช่นเมืองดาเวา ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ซึ่งผู้คนจำนวนมากกว่า 700 คน มารวมตัวกันที่ห้างสรรพสินค้า เพื่อชมเทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่ใหม่ จากบริษัท จิงโกะ โซลาร์ ผู้ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์จากจีน
ในปี 2025 จิงโกะ โซลาร์ มียอดขายในตลาดฟิลิปปินส์ สูงเกือบถึง 1.5 จิกะวัตต์ (GW) หรือเทียบเท่ากำลังไฟจ่ายให้บ้านเรือนทั่วไปได้ถึง 1.5-3 ล้านหลังพร้อมกัน
“จากอัตราการเติบโตในปัจจุบัน เราคาดว่าตลาดจะเฟื่องฟู และในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ดีมานด์ในฟิลิปปินส์จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ชัดเจนขึ้น” จิงโกะ โซลาร์กล่าว

ความกระตือรือร้นดังกล่าว อาจเพียงพอที่จะต่อต้านความพยายามของรัฐบาลฟิลิปปินส์ ในการควบคุมอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์นำเข้าให้เข้มงวดขึ้น
ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ Philippine Daily Inquirer ระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายเสนอให้ระบบและส่วนประกอบแผงโซลาร์ ควรได้รับการรับรองโดยหน่วยงานมาตรฐานในประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
แม้จะมีความพยายามกำหนดนโยบาย แต่ก็ไม่ได้กีดกัน แตกต่างจากในสหรัฐและบางส่วนของยุโรปที่รัฐบาลกำหนดภาษีนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์และโมดูลจากจีนเพื่อปกป้องผู้ผลิตในประเทศ
สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น อาจเพราะทั้งสองชาติต่างได้รับประโยชน์จากความเฟื่องฟูของโซลาร์เซลล์ โดยฟิลิปปินส์ได้เข้าถึงเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนราคาถูก ซึ่งติดตั้งได้ง่ายแม้ในประเทศที่เป็นเกาะ ขณะที่จีนสามารถเข้าถึงตลาดส่งออกที่เติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากที่อุตสาหกรรมนี้จมอยู่กับภาวะขาดทุนมาหลายปี
ปัจจัยอื่น ๆ ก็ช่วยสนับสนุน โดยฟิลิปปินส์มีโครงการพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์จำนวนมากที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เพื่อรองรับการบริโภคที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งอนุญาตให้ผู้เล่นต่างชาติ เป็นเจ้าของบริษัทพลังงานสะอาดในประเทศได้อย่างเต็มที่ และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในประเทศ
เจฟฟรีย์ จาห์นเก้ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Peak Energy ซึ่งพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดในเอเชียกล่าวว่า ฟิลิปปินส์เป็นตลาดพลังงานหมุนเวียนที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และขับเคลื่อนด้วยความต้องการเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน ขณะนี้ดีมานด์การใช้ไฟฟ้ายังเพิ่มขึ้น และประเทศยังเผชิญความผันผวนของราคาน้ำมันนำเข้า รวมถึงต้องการพลังงานที่มั่นคงและผลิตภายในประเทศมากขึ้น

ตามรายงานของสถาบันวิจัยด้านพลังงาน Ember ที่เผยแพร่เมื่อเดือน พ.ค. ระบุว่า ปัจจุบันฟิลิปปินส์มีราคาค่าไฟฟ้าในครัวเรือนสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีราคาค่าไฟฟ้าเชิงพาณิชย์สูงเป็นอันดับสองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โรเบิร์ต ลิว นักวิเคราะห์จากบริษัทที่ปรึกษา Wood Mackenzie คาดว่า ในปี 2026 นี้ ราคาค่าไฟฟ้าในฟิลิปปินส์จะพุ่งสูงขึ้นอย่างน้อย 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ด้านองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเกี่ยวกับพลังงานสะอาด New Energy Nexus ระบุว่า นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือน ก.พ. ปริมาณเฉลี่ยต่อสัปดาห์ของการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านในฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้น 170%
เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านราคาพลังงานจากความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย รัฐบาลฟิลลิปปินส์เสนอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสูงสุด 500,000 เปโซ (ราว 2.7 แสนบาท) สำหรับการติดตั้งพลังงานสะอาดในครัวเรือน อีกทั้งเร่งดำเนินการโครงการพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 30 โครงการ
นั่นหมายความว่า แผงโซลาร์เซลล์ราคาถูกจากจีนกำลังเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับครัวเรือนในการประหยัดราคาพลังงาน โดยข้อมูลจาก Ember ระบุว่า ค่าดำเนินการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านอาจใช้เวลาคืนทุนน้อยกว่า 3 ปี จากเดิมอยู่ที่ประมาณ 4 ปี
อ้างอิง : Bloomberg