เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คำเตือนจาก ‘ไอเอ็มเอฟ’ AI ‘พลังที่ 3’ กดดันเศรษฐกิจ
World คำเตือนจาก ‘ไอเอ็มเอฟ’ AI ‘พลังที่ 3’ กดดันเศรษฐกิจ
‘เอกนิติ’ ขึ้น 4 เวที IMF-World Bank ถกทวิภาคี 30 นัดคีย์แมนการเงินโลก
Finance ‘เอกนิติ’ ขึ้น 4 เวที IMF-World Bank ถกทวิภาคี 30 นัดคีย์แมนการเงินโลก
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.48% อยู่ที่ 82,929 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (11 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.48% อยู่ที่ 82,929 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (11 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ดูทั้งหมด

เมื่อ ‘เวียดนาม-ฟิลิปปินส์’ ก้าวสู่ประเทศ ‘รายได้ปานกลางค่อนข้างสูง’

08 ก.ค. 2569 | 08:05น.
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวดีสำหรับสองประเทศสมาชิกอาเซียนอย่าง “ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม” คือ ธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ ประกาศจัดสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศทั้งสองใหม่ จากเดิมจัดอยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางค่อนข้างตํ่า (Lower-Middle-Income) สู่สถานะประเทศรายได้ปานกลางค่อนไปในทางสูง (Upper-Middle-Income) เพื่อให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ว่า “รายได้ประชาชาติโดยรวม” (Gross National Income หรือจีเอ็นไอ) ของทั้งสองประเทศเมื่อปี 2025 เพิ่มสูงขึ้น

จีเอ็นไอของเวียดนามเมื่อปี 2025 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4,970 ดอลลาร์ต่อหัวต่อปี สูงขึ้นจาก 4,490 ดอลลาร์ต่อหัวต่อปี เมื่อปี 2024 อย่างชัดเจน ในถ้อยแถลงของธนาคารโลกระบุไว้ว่า “เวียดนามคือเรื่องราวของความสำเร็จในการเจริญเติบโต” ที่ผลักดันโดยโมเดลเศรษฐกิจที่ใช้การส่งออกนำ การส่งออกของเวียดนามโตขึ้นมากถึงกว่า 15% ทั้งในปี 2024 และ 2025 โดยที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัวมากถึง 7% และ 8% ตามลำดับ

ธนาคารโลกจัดหมวดหมู่ประเทศโดยอาศัยตัวเลขรายได้รวมของประชาชาติ (จีเอ็นไอ) ซึ่งเป็นตัวเลขรวมของผลผลิตภายในประเทศ ณ ราคาตลาดในช่วงเวลา 1 ปี ซึ่งของเวียดนามขยายตัวสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 10% ต่อปีทุกปีมาตั้งแต่ปี 2021 เรื่อยมาจนถึงปี 2025 จนถือว่าเป็นประเทศที่ระบบเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งต่อเนื่องมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เวียดนามถือเป็นชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของอาเซียน โดยตั้งเป้าปีนี้ไว้ว่าจีดีพีของประเทศจะเพิ่มเป็น 527,270 ล้านดอลลาร์

เป้าหมายของเวียดนามคือการพัฒนาประเทศไปสู่สถานะประเทศพัฒนาแล้ว โดยมีอุตสาหกรรมทันสมัยรองรับและจะบรรลุสถานะการเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูงภายในปี 2030 ก่อนที่จะพัฒนาขึ้นเป็นประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2045 เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายต่าง ๆ เหล่านี้รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าทำให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวในอัตราเฉลี่ยอย่างน้อย 10% ต่อปีในปีต่อ ๆ ไปจากนี้

ในปี 2026 นี้ธนาคารโลกได้ทบทวนสถานะของเศรษฐกิจจำนวนทั้งสิ้น 218 ประเทศ โดยมีเพียง 6 ประเทศในจำนวนนี้เท่านั้นที่ถูกยกระดับสถานะขึ้นสู่ประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง นอกจากเวียดนามแล้วยังมีฟิลิปปินส์, ศรีลังกา, จอร์แดน และไมโครนีเซีย ถูกยกสถานะขึ้นไปพร้อม ๆ กันครั้งนี้

ทั้งนี้ธนาคารโลกกำหนดจัดกลุ่มประเทศไว้ 4 กลุ่มด้วยกัน คือ ประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างต่ำ จีเอ็นไออยู่ระหว่าง 1,176-4,635 ดอลลาร์ต่อหัวประชากรต่อปี ส่วนสูงขึ้นมาก็คือประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนไปทางสูง 4,636-14,357 ต่อหัวต่อปี โดยมีการปรับเกณฑ์ดังกล่าวนี้ให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้เป็นไปตามภาวะเงินเฟ้อ

ตามข้อมูลของสื่อมวลชนท้องถิ่นในเวียดนาม ครึ่งแรกของปีนี้จีดีพีของประเทศขยายตัวราว 8.18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลที่กระทรวงการคลังตั้งไว้ว่าจะต้องเป็นตัวเลข 2 หลัก อย่างไรก็ตาม จีดีพีในไตรมาสที่สองของปีนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 8.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เท่ากับเป็นการเร่งเร็วขึ้นจากไตรมาสแรกและช่วยให้อัตราการขยายตัวในช่วงครึ่งปีแรกเท่ากับ 7.63% พอ ๆ กับเมื่่อปี 2025 ที่ผ่านมา

ในขณะที่ “ฟิลิปปินส์” ก็สามารถยกตัวเองขึ้นสู่ระดับรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง ถือเป็นความสำเร็จหลังจากพยายามมานาน โดยธนาคารโลกหวังว่าจะช่วยให้เป็นตัวอย่างเส้นทางการพัฒนาประเทศในอนาคตอันใกล้ได้เป็นอย่างดี โดยธนาคารโลกคาดว่าในปี 2027 จีเอ็นไอของฟิลิปปินส์จะอยู่ระหว่าง 4,636 กับ 14,375 ดอลลาร์ต่อหัวต่อปี ตามการประเมินด้วยแบบจำลองของธนาคารโลกเอง

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีขึ้นหลังจากในปี 2025 ระดับจีเอ็นไอของฟิลิปปินส์พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 4,850 ดอลลาร์ต่อหัว จากระดับ 4,470 ดอลลาร์ในปีก่อนหน้านั้น โดยที่ประเทศนี้ตกอยู่ในสถานะประเทศรายได้ปานกลางค่อนข้างต่ำมาตั้งแต่ปี 1987 สะท้อนให้เห็นความพยายามดิ้นรนเพื่อแสวงหาแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจให้ทันท่วงทีกับการขยายตัวของจำนวนประชากรซึ่งกินเวลานานหลายทศวรรษเลยทีเดียว

ในถ้อยแถลงธนาคารโลกแสดงความชื่นชมต่อการยกสถานะครั้งนี้ว่า เป็นไปได้เพราะฟิลิปปินส์ขยายฐานเศรษฐกิจออกไปกว้างมากขึ้น จีดีพียังคงขยายตัวได้ในอัตรา 5.8% ต่อปีอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีหลังมานี้ แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมในประเทศทุกแขนงเกิดการขยายตัว ไม่ได้เกิดการบูมเฉพาะที่อุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งเท่านั้น และเชื่อว่าความสำเร็จในการยกสถานะของประเทศในครั้งนี้จะกลายเป็นเส้นทางที่เป็นแบบอย่างของการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต

การปรับสถานะนี้มีข้อดีในแง่ทำให้เกิดผลดีต่อภาวะกู้หนี้ยืมสิน ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับบรรดานักลงทุน และช่วยให้สามารถดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพสูงเข้ามาได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยพัฒนาแนวทางการจ้างงานในประเทศขึ้นใหม่อีกด้วย

อย่างไรก็ตามเมื่อมีการยกสถานะขึ้นก็จะเป็นประเทศที่ถูกปรับลดการช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาไปโดยปริยาย ซึ่งแต่เดิมฟิลิปปินส์ใช้องค์กรเหล่านี้เพื่อช่วยเหลือในยามเกิดภาวะขาดดุลหรือเพื่อโครงการก่อสร้างใหญ่ ๆ เป็นต้น นอกจากนั้นยังอาจทำให้ฟิลิปปินส์สูญเสียสิทธิพิเศษทางภาษีที่เคยได้รับในฐานะประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างต่ำไปอีกด้วย

นายอาร์เซนซิโอ บาลิซากัน รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ วางแผนและการพัฒนา ของฟิลิปปินส์ยืนยันว่า การปรับสถานะครั้งนี้ถือเป็นการยืนยันความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างดี และแม้ว่าผลประโยชน์ในบางด้านจะลดลงไปอยู่บ้าง แต่ก็ได้ประโยชน์ในแง่ของพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่าเดิมมาเป็นเครื่องทดแทน นอกจากนั้นยังช่วยในการเข้าถึงเงินทุนภาคเอกชนที่ช่วยให้ได้ประโยชน์มากกว่าที่สูญเสียไปอย่างแน่นอน

ตามข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการฟิลิปปินส์ถือเป็นชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจอันดับ 6 ในอาเซียน ด้วยมูลค่าจีดีพี 512,220 ล้านดอลลาร์ โดยมีอินโดนีเซีย ที่มีจีดีพีขนาดใหญ่ 1.54 ล้านล้านดอลลาร์ ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ต่อด้วยสิงคโปร์ เป็นชาติที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับ 2 โดยมีมูลค่าจีดีพีต่อหัวประชากรอยู่ที่ 107,758 ดอลลาร์ ต่อด้วยบรูไน 36,288 ดอลลาร์ และไทยใหญ่เป็นอันดับ 3 มูลค่าจีดีพีต่อหัวอยู่ที่ 8,105 ดอลลาร์ โดยมีติมอร์เลสเตเป็นชาติยากจนที่สุด มูลค่าจีดีพีต่อหัวอยู่ที่ 1,520 ดอลลาร์เท่านั้น

ปัญหาใหญ่ลำดับถัดไปของเวียดนามและฟิลิปปินส์ก็คือ ทำอย่างไรถึงจะดิ้นหลุดจากสิ่งที่นักวิชาการเรียกว่า “กับดักรายได้ปานกลาง” เสียทีนั่นเอง