ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลัง ‘ทรัมป์’ ประกาศยกเลิกข้อตกลงหยุดยิง-ขู่โจมตีอิหร่านอีกครั้ง
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังประธานาธิบดีสหรัฐประกาศยกเลิกข้อตกลงหยุดยิง และขู่ที่จะโจมตีอิหร่านอีกครั้ง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอีกครั้ง ในคืนวันที่ 8 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา รวมทั้งยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามระหว่างอิหร่านนั้นสิ้นสุดลงแล้ว หลังอิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐในภูมิภาคตะวันออกกลางหลายแห่ง
อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีสหรัฐยังคงปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามระหว่างสหรัฐ และอิหร่านแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งขัดแย้งกับท่าทีของกองทัพสหรัฐที่กล่าวว่า สหรัฐอาจโจมตีอิหร่านรุนแรงกว่าการโจมตีเมื่อวันอังคารที่ 7 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 8 ก.ค. 2569 อยู่ที่ 73.52 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +3.08 และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 78.02 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +3.86 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางกลับมาอีกครั้ง หลังอิหร่านได้ทำการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้สหรัฐยกเลิกการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรสำหรับการขายน้ำมันของออิหร่านที่ตกลงกันไว้ชั่วคราว ในขณะเดียวกันเมื่อวันพุธที่ 8 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา อิหร่านยังคงโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐในบาห์เรน และคูเวต อย่างต่อเนื่อง
ศูนย์ข้อมูลทางทะเลร่วม (JMIC) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการเดินเรือ ได้ยกระดับภัยคุกคามต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จากระดับสำคัญ เป็นระดับรุนแรง หลังเมื่อวันอังคารที่ 7 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา เรือบรรทุก LNG ของกาตาร์เสี่ยงต่อการระเบิด และเรือบรรทุกน้ำมันดิบของซาอุดิอาระเบียได้รับความเสียหาย โดยการโจมตีครั้งนี้ยังไม่แน่ชัดว่าจะนำไปสู่การหยุดชะงักของการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งหรือไม่
