‘เควิน วอร์ช’ เสนอลดความถี่ ประชุมนโยบายเฟด
ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เสนอปรับลดตารางการประชุมเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยและนโยบายการเงินอื่น ๆ ลง จากเดิมปีละ 8 ครั้ง เหลือ 6 ครั้ง และประชุมหารือหัวข้อเศรษฐกิจสำคัญอีก 2 ครั้ง พร้อมเน้นปรับให้สอดคล้องกับช่วงเวลาประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานอ้างอิงแหล่งข่าวว่า เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หยิบยกความเป็นไปได้ที่จะปรับเปลี่ยนความถี่การประชุมนโยบายประจำปีของเฟดขึ้นมาพิจารณา
แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า วอร์ชได้หยิบยกประเด็นการทบทวนตารางการประชุมขึ้นมาเสนอในการประชุมคณะกรรมการกำหนดอัตราดอกเบี้ย (FOMC) เมื่อวันที่ 28-29 ก.ค. 2026 ที่ผ่านมา โดยหนึ่งในแนวคิดที่เสนอคือ ปรับให้คณะกรรมการกำหนดนโยบายเฟด ประชุมกันปีละ 6 ครั้ง เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยและประเด็นนโยบายการเงินอื่น ๆ และประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับหัวข้อเศรษฐกิจที่สำคัญ ปีละ 2 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ เกิดขึ้นเกี่ยวกับการปรับความถี่การประชุม ด้านโฆษกเฟดปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น
แนวทางที่ใช้กันมาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1980 จนถึงปัจจุบัน คือ FOMC จะประชุมกันในกรุงวอชิงตันเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ย ปีละ 8 ครั้ง ดังนั้นการลดจำนวนการประชุมนโยบายที่อาจเกิดขึ้นนี้ จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านของวิธีการทำงานของเฟด
ทั้งนี้ FOMC มีสมาชิกทั้งสิ้น 12 คน ได้แก่ เจ้าหน้าที่ 7 คนจากคณะกรรมการบริหารเฟดในวอชิงตัน (Fed’s Board of Governors), ประธานธนาคารกลางสาขาภูมิภาคของเฟด 4 คน จากทั้งหมด 12 คน ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่, และประธานเฟดนิวยอร์ก คือวอร์ช
แหล่งข่าวกล่าวว่า ในการหารือเมื่อสัปดาห์ที่แล้วยังมุ่งเน้นไปที่ว่า ควรปรับตารางการตัดสินใจด้านนโยบายให้สอดคล้องกับการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญและข้อมูลอื่น ๆ มากขึ้นหรือไม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงการตัดสินใจโดยรวม
การพิจารณาปรับเปลี่ยนตารางการประชุมใหม่นี้ เน้นให้เห็นว่า วอร์ชซึ่งเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา หลังได้รับการเสนอชื่อโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กำลังคิดจะเปลี่ยนแปลงแนวทางการกำหนดนโยบายและข้อมูลของเฟด
ก่อนหน้านี้ วอร์ชเคยเสนอการเปลี่ยนแปลงตารางการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษมาก่อน โดยในปี 2014 วอร์ชในฐานะประธานคณะผู้ตรวจสอบอิสระจากภายนอก จัดทำรายงานทบทวนแนวปฏิบัติและขั้นตอนด้านความโปร่งใสของธนาคารกลางอังกฤษ ‘การตรวจสอบของวอร์ช’ (Warsh Review) ส่งผลให้ธนาคารกลางอังกฤษลดการประชุมประจำปีลงจาก 12 ครั้ง เหลือ 8 ครั้ง