เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กลุ่ม “ปิยะสมบัติกุล” ลงขัน “ชาลี โสภณพนิช ”ทุ่ม 2 หมื่นล้านซื้อที่ดิน ”สถานทูตเนเธอร์แลนด์”
Real Estate กลุ่ม “ปิยะสมบัติกุล” ลงขัน “ชาลี โสภณพนิช ”ทุ่ม 2 หมื่นล้านซื้อที่ดิน ”สถานทูตเนเธอร์แลนด์”
จาก ‘6 ตุลา 2519’ ถึงวันนี้ กับเพลงที่ถามว่า ‘คนข้างหลังจะอยู่อย่างไร’
Columns จาก ‘6 ตุลา 2519’ ถึงวันนี้ กับเพลงที่ถามว่า ‘คนข้างหลังจะอยู่อย่างไร’
หอการค้าแฟร์ 2026 ยกทัพ 90 บูธ-ริมปิงฯ ปักหมุด Lanna Expo กระตุ้นไฮซีซั่นโค้งท้าย
เศรษฐกิจภูมิภาค หอการค้าแฟร์ 2026 ยกทัพ 90 บูธ-ริมปิงฯ ปักหมุด Lanna Expo กระตุ้นไฮซีซั่นโค้งท้าย
ถอดรหัสพฤติกรรม ‘การสื่อสาร’ ช่วงน้ำท่วม ‘Voice Call’ พุ่งสูงสุด 600%
Tech ถอดรหัสพฤติกรรม ‘การสื่อสาร’ ช่วงน้ำท่วม ‘Voice Call’ พุ่งสูงสุด 600%
“น้ำมันพืชกุ๊ก” คว้า 4 รางวัล จากเวที HR Asia Awards 2026
HR “น้ำมันพืชกุ๊ก” คว้า 4 รางวัล จากเวที HR Asia Awards 2026
เหล่าตัวแม่สายแฟร์ ร่วมแคมเปญ “ACE LOVES FASHION: A UNIVERSE OF WHAT WE LOVE” โดยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
Biz Movement เหล่าตัวแม่สายแฟร์ ร่วมแคมเปญ “ACE LOVES FASHION: A UNIVERSE OF WHAT WE LOVE” โดยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
หุ้นไทยยังมีอัพไซด์ รับกำไร บจ.หนุน มองดัชนีย่อตัวเป็นจังหวะสะสม
Finance หุ้นไทยยังมีอัพไซด์ รับกำไร บจ.หนุน มองดัชนีย่อตัวเป็นจังหวะสะสม
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ 67,150 บาท
กลุ่มอมรรัชดา เท 100 ล้าน ผุดโชว์รูม GWM เพิ่ม-รีแบรนด์ ศูนย์ซ่อม BENZ-BMW ‘หมดวอร์แรนตี’
Automotive กลุ่มอมรรัชดา เท 100 ล้าน ผุดโชว์รูม GWM เพิ่ม-รีแบรนด์ ศูนย์ซ่อม BENZ-BMW ‘หมดวอร์แรนตี’
รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน หลังเจรจารับเงื่อนไขแค่ 3% ขู่ใช้ไม้แข็งยกเลิกสัญญา
Politics รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน หลังเจรจารับเงื่อนไขแค่ 3% ขู่ใช้ไม้แข็งยกเลิกสัญญา
ดูทั้งหมด

ปรากฏการณ์มนุษย์เดินชนในญี่ปุ่น ภัยคุกคามนักท่องเที่ยว ?

11 ส.ค. 2569 | 12:03น.
Japan Shibuya Crossing (AP Photo/Jae C. Hong)

กระแส “มนุษย์เดินชน” หรือ บุทสึคาริ โอโตโกะ (Butsukari Otoko) ในประเทศญี่ปุ่น กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง ซึ่งสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นมานาน เหตุการณ์ประเภทนี้มีชื่อเรียกอยู่แล้ว แต่คนอื่นๆ ที่เพิ่งได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ปรากฏการณ์ที่ตั้งใจชนโดยเฉพาะย่านคนพลุกพล่านช่างดูขัดแย้งกับชื่อเสียงด้านความปลอดภัยระดับโลกของญี่ปุ่น

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมและเรียบเรียงเหตุการณ์เพื่อทำความเข้าใจ ชวนหาสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังและวิธีการรับมือ โดยเริ่มที่คลิปวิดีโอไวรัล เด็กหญิงถูกชนล้มที่ทางม้าลายในกรุงโตเกียว

ภาพแคปจากวิดีโอ แสดงเด็กหญิงโดนชนกลางแยกชิบูย่า (เครดิต เดอะ การ์เดียน)

ในคลิปวิดีโอเริ่มต้นด้วยภาพที่อบอุ่นหัวใจ เด็กหญิงตัวน้อยที่ดูมีความสุขที่ได้อยู่ในกรุงโตเกียว ยิ้มแย้มขณะทำท่าชูสองนิ้วให้กล้อง เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา เธอก็ถูกผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมหน้ากากอนามัยผลักล้มลงจากด้านหลัง ผู้ก่อเหตุไม่สะทกสะท้าน เดินออกไปจากเฟรมของคลิปที่แม่ของเด็กหญิงถ่ายไว้

ไม่ใช่การชนไหล่กันโดยบังเอิญในที่แออัด แต่เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดของเหตุการณ์ “มนุษย์เดินชน” ในญี่ปุ่นที่ตั้งใจชน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเป็นผลมาจากพลวัตทางเพศและความเครียดในชีวิตสมัยใหม่

คลิปวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งถ่ายเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริเวณทางข้ามที่พลุกพล่านในย่านชิบูย่า กรุงโตเกียว ได้รับยอดวิวมากกว่า 1 ล้านครั้งบนอินสตาแกรม ผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ประณามการกระทำของหญิงคนดังกล่าว ขณะที่บางคนตั้งคำถามว่าการถ่ายรูปกลางทางแยกที่แออัดนั้นเป็นเรื่องที่ฉลาดหรือไม่

ปรากฏการณ์นี้ เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างในญี่ปุ่นเมื่อปี 2018 เมื่อมีคลิปวิดีโอที่ไม่ชัดเจนนักปรากฏให้เห็นชายคนหนึ่งจงใจชนผู้หญิงหลายคนในสถานีชินจูกุ ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่พลุกพล่านที่สุดในโลก

คลิปวิดีโอปรากฏให้เห็นชายคนหนึ่งจงใจชนผู้หญิงหลายคนในสถานีรถไฟชินจูกุ เมื่อปี 2018

และเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รองศาสตราจารย์วัย 59 ปีถูกจับกุมในจังหวัดฟุกุโอกะ ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้สัญจรไปมาหลายคน โดยใช้กระเป๋าฟาดพวกเขาขณะเดินผ่าน

ชายคนดังกล่าวต้องเผชิญกับโทษจำคุกสูงสุดถึงสองปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 เยน (ราว 62,000 บาท) โดยการทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บจะมีบทลงโทษที่รุนแรงยิ่งขึ้น

มีรายงานเหตุการณ์อื่นๆ เกิดขึ้นรอบๆ สถานีทามาจิในโตเกียว รวมถึงกรณีหญิงคนหนึ่งถูกชนอย่างแรงจนซี่โครงหัก ปัจจุบันผู้โดยสารต้องอยู่ในเลนที่มีเสากั้นเมื่อเข้าและออกจากสถานี

ไม่ใช่แค่ผู้ชายเท่านั้นที่ชนคน แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วผู้ชายจะเป็นผู้ลงมือมากกว่าก็ตาม ภาพจากสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นผู้คนทั้งชายและหญิงจงใจเดินเข้าไปในที่สาธารณะที่มีคนพลุกพล่านเพื่อเตรียมใช้ไหล่กระแทกเหยื่อที่ไม่ทันตั้งตัว

ในคลิปวิดีโอที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวาง คลิปหนึ่งแสดงให้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งใช้กระเป๋าตีคนเดินผ่านไปมา จากนั้นหยุดเพื่อหยิบของบางอย่างจากพื้นก่อนจะกลับมาต่อว่าเหยื่อ

เนื่องจากอาชญากรรมประเภทนี้ค่อนข้างใหม่ จึงไม่มีการเก็บสถิติอย่างเป็นทางการ ในหลายกรณี ผู้กระทำความผิดใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมเพื่อกลมกลืนไปกับฝูงชน เหยื่อบางรายไม่รู้ตัวว่าถูกจงใจทำร้าย

ในเดือนพฤศจิกายน 2024 บริษัท MediaSeek จำกัด ได้สำรวจผู้ใช้แอปพลิเคชัน Iconit บนสมาร์ตโฟนจำนวน 21,758 คน โดยสอบถามเฉพาะเกี่ยวกับประสบการณ์การถูกชนโดยเจตนา ผลปรากฏว่า 14% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าถูกชนโดยเจตนา ขณะที่ 6% ระบุว่าเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับประเภทของ “มนุษย์เดินชน” ในปี 2024 แซนดี้ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ในญี่ปุ่น โพสต์คลิปวิดีโอลงในอินสตาแกรม เล่าถึงประสบการณ์การถูกชนในที่สาธารณะ และระบุ Butsukari Otoko ที่พบบ่อย 4 ประเภท 1) นักแกะรอย พวกนี้จะเลือกเป้าหมายอย่างระมัดระวังและเข้าใกล้ก่อนลงมือโจมตี ซึ่งแซนดี้ในญี่ปุ่นอธิบายว่า “มักจะเป็นพวกวิตถารที่ชอบทำแบบนี้” 2) นักรบแห่งความยุติธรรม พวกนี้รู้สึกว่าตัวเอง “ชอบธรรม” เมื่อชนคุณเพราะคุณ “ขวางทาง” หรือกำลังดูโทรศัพท์อยู่ 3) ก้าวร้าว พวกนี้แค่โกรธและหงุดหงิด พวกเขาใช้ร่ม กระเป๋า หรือแม้แต่ขาเพื่อระบายอารมณ์ และ 4) หัวดื้อ พวกเขาจะเดินสวนทางกับคนอื่น ไม่ยอมหลบหรือหลีกทาง และชนใครก็ตามที่ขวางทาง

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าปรากฏการณ์นี้ส่วนหนึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเรื่องเพศ

คิริว มาซายูกิ ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยโตโย ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาอาชญากรรม กล่าวกับ toyokeizai.net เมื่อปีที่แล้วว่า การชนเป็น “ภาพสะท้อนของสังคมสมัยใหม่” “ความคิดแบบเก่าๆ เช่น ความเชื่อที่ว่าผู้ชายเหนือกว่าผู้หญิ ยังคงฝังรากลึกอยู่ แต่ในโลกปัจจุบันที่ตลาดงานยากลำบากและผู้คนไม่มั่นใจในอนาคต ความคิดดั้งเดิมเกี่ยวกับความเป็นชายจึงหายไป”

เขากล่าวว่า การชนผู้หญิงเป็นวิธีการระบายความคับข้องใจที่มีความเสี่ยงต่ำ “พวกเขามั่นใจว่าจะไม่ถูกตำรวจจับ” ซึ่งการชนกันอย่างรุนแรงอาจถูกมองข้ามไปว่าเป็นอุบัติเหตุได้ง่าย

การบูมของการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเพิ่มมิติใหม่ให้ปัญหานี้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่หวังจะถ่ายภาพลงอินสตาแกรมที่สมบูรณ์แบบ นิยมพากันไปที่สถานที่พลุกพล่านในโตเกียว เกียวโต และโอซาก้า เพื่อหยุดและถ่ายวิดีโอ แต่ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากภาวะท่องเที่ยวล้นเมืองเป็นหลัก แม้ว่าการหลั่งไหลเข้ามาของนักท่องเที่ยวจำนวนมากอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงได้

กลับมาที่คลิปวิดีโอเด็กหญิง ซึ่งมาจากไต้หวัน สถานทูตจีนในกรุงโตเกียวเตือนพลเมืองชาวจีนให้รักษาระยะห่างจากผู้อื่นในสถานที่แออัดและหลีกเลี่ยงการใช้สมาร์ตโฟนขณะเดิน

อย่างไรก็ตาม ไม่มีสิ่งใดบ่งชี้ว่าผู้ก่อเหตุรู้สัญชาติของเด็กหญิง ในคลิปวิดีโอจะเห็นเธอใช้ศอกกระแทกชายคนหนึ่งและเฉียดเด็กอีกคนหนึ่งก่อนที่จะผลักเด็กหญิงคนดังกล่าวลงกับพื้น

แม่ของเด็กหญิงกล่าวว่าเธอถ่ายคลิปเหตุการณ์ที่ “น่ากลัว” โดยไม่ได้ตั้งใจ “มันทำให้ฉันรู้ว่าสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยในญี่ปุ่น” เธอบอกกับเดอะการ์เดียน เธอกล่าวว่าเธอถูกวิพากษ์วิจารณ์และดูถูกทางออนไลน์สำหรับการถ่ายรูปของลูกสาวของเธอซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บขณะข้ามทางม้าลาย

“ฉันยอมรับว่าฉันอาจจะประมาทเลินเล่อเกี่ยวกับความหนาแน่นของผู้คน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันเพิกเฉยต่อกฎจราจร” เธอกล่าว พร้อมเสริมว่าเธอได้ทำตามคำแนะนำภาษาจีนที่มีอยู่บนเว็บไซต์ Go Tokyo ซึ่งบริหารงานโดยสำนักส่งเสริมการท่องเที่ยวโตเกียว (Tokyo Convention and Visitors Bureau) โดยเว็บไซต์ดังกล่าวบอกให้นักท่องเที่ยวทราบว่า “สามารถยืนถ่ายรูปที่ทางแยกได้ด้วยซ้ำ”

สำหรับวิธีป้องกันที่ได้ผลที่สุดดูเหมือนจะเป็นการต่อต้านอย่างมั่นใจและแสดงออกอย่างเปิดเผย ซึ่งหญิงสาวคนหนึ่งที่ทำงานในร้านค้าปลีกกล่าวว่า ถ้าใครมาชนเรา เราจะตะโกนดังๆ ไล่ตามพวกเขา และถ่ายคลิปไปโพสต์ลงโซเชียลมีเดียจนกว่าพวกเขาจะสำนึกผิด

ในชินจูกุ พนักงานร้านขายยาชายคนหนึ่งเล่าถึงเหตุการณ์หลายครั้งที่กลุ่มคนร้ายเลือกเป้าหมายผิดคน

“ผมเคยเห็นพวกเขาไปไล่ชนผู้หญิงต่างชาติและถูกล็อกตัวไว้ได้สนิท ตอนแรกอาจดูเหมือนว่าชาวต่างชาติทำเกินกว่าเหตุ แต่ผมก็เข้าไปห้ามและพูดว่า ‘นั่นไง! นั่นไอ้คนที่ชนคนอื่น!’ และครั้งหนึ่ง หญิงสาวชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คนหนึ่งเริ่มตะโกนหลังจากถูกคนร้ายชน และเพื่อนๆ ของเธอก็ช่วยล้อมเขาไว้เร็วมากจนต้องเผ่นหนีแบบไม่คิดชีวิต”

สำนักข่าว News Post Seven รายงานจากการสัมภาษณ์หลายครั้งพบว่า พื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน เช่น ชิบูย่าและรปปงงิ อาจมีกรณีของบุทสึคาริ โอโตโกะลดลง ในย่านวัยรุ่นเหล่านี้ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการดึงดูดผู้คนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีท่าทีท้าทาย

ผู้หญิงที่ให้สัมภาษณ์กล่าวว่า พวกเธอจะเผชิญหน้ากับคนที่ชนโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการตะโกนตอบโต้ บันทึกภาพ ไล่ตาม หรือแม้กระทั่งลากไปป้อมตำรวจที่ใกล้ที่สุด

อ้างอิง :