เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เตือนความเสี่ยง ‘เฮดจ์ฟันด์’ ‘ปั่นป่วน’ ตลาดพันธบัตรสหรัฐ
World เตือนความเสี่ยง ‘เฮดจ์ฟันด์’ ‘ปั่นป่วน’ ตลาดพันธบัตรสหรัฐ
How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
SD How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
ดูทั้งหมด

เตือนความเสี่ยง ‘เฮดจ์ฟันด์’ ‘ปั่นป่วน’ ตลาดพันธบัตรสหรัฐ

05 ต.ค. 2569 | 09:11น.
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก 
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

ประเด็นที่นักลงทุนและตลาดพูดถึงมากในขณะนี้ก็คือผลตอบแทน (ยีลด์) พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ที่พุ่งสูงทำสถิติมากที่สุดในรอบ 20 กว่าปี โดยในวันอังคารที่ 29 กันยายน 2026 ยีลด์พันธบัตรอายุ 30 ปี ซึ่งปกติจะตอบสนองต่อสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขยับขึ้นมากกว่า 0.02% ไปอยู่ที่ 5.585% โดยช่วงต้นของการซื้อขายกระโดดขึ้นไปเกิน 5.6% สูงที่สุดนับจากเดือนมิถุนายน 2002 ซึ่งในปีนั้นยีลด์อยู่ที่ 5.644%

ส่วนยีลด์พันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งปกติมักใช้อ้างอิงสำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมซื้อบ้าน สินเชื่อรถยนต์และบัตรเครดิต สูงขึ้น 0.01% ไปอยู่ที่ 5.253%

โจแอน เบียงโค นักกลยุทธ์การลงทุนอาวุโสของ BondBloxx ชี้ว่า นักลงทุนยังคงให้ความสนใจเรื่องเงินเฟ้อที่สูง และกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการขาดดุลการคลังของรัฐบาลสหรัฐและปริมาณของพันธบัตรในตลาด การพุ่งของยีลด์พันธบัตร ถูกเร่งโดยราคาน้ำมันในตลาดโลกที่กลับมาดีดตัว หลังจากสหรัฐและอิหร่านกลับมาเพิ่มระดับความตึงเครียดรอบใหม่ ผลักดันให้เงินเฟ้อที่ทรงตัวในระดับสูงอยู่แล้ว ไม่ผ่อนคลายลง ทำให้นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

เมื่อบวกกับความกังวลต่อหนี้รัฐบาลสหรัฐที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ โดยล่าสุดนักลงทุนให้น้ำหนักว่ามีโอกาสมากกว่า 72% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม หลังจากปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปีไปเมื่อเดือนกันยายน

ปัญหาหนี้รัฐบาลที่สูงอย่างต่อเนื่อง การขาดดุลงบประมาณมากขึ้น ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น มีการเทขายพันธบัตรจำนวนมาก ผลักดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรทะยานขึ้นมาจนเขย่าตลาดมาแล้วก่อนหน้านี้ ทำให้ในต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐได้ประกาศแผนซื้อคืนพันธบัตร

โดยมีระยะดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายนไปถึงต้นเดือนพฤศจิกายนปีนี้ เพื่อหวังจะลดความปั่นป่วนและสร้างเสถียรภาพให้ตลาดพันธบัตร ซึ่งในช่วงนั้นสามารถดึงยีลด์ลงมาได้เพียงวันเดียว ก่อนจะดีดกลับมา จนในที่สุดวันที่ 29 กันยายน ยีลด์พันธบัตรระยะยาวพุ่งสูงทำสถิติใหม่ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม มีอีกประเด็นหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ตลาดพันธบัตร “ปั่นป่วน” ง่ายขึ้น นั่นก็คือกองทุนป้องกันความเสี่ยงหรือ “เฮดจ์ฟันด์” โดยจากรายงานของซีเอ็นบีซี ที่อ้างอิงข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญหลายคน ระบุว่า เฮดจ์ฟันด์กำลังกลายเป็น “พลัง” ที่ต้องนำมาพิจารณาถึงบทบาทของมันในตลาดพันธบัตรมูลค่า 30 ล้านล้านดอลลาร์

ซึ่งเฮดจ์ฟันด์เหล่านี้เข้ามาในยามที่นักลงทุนระยะยาวดั้งเดิม กำลังพิจารณาตัวเลือกอื่นในการลงทุน ทั้งนี้เฮดจ์ฟันด์เหล่านี้ช่วยให้รัฐบาลหาคนซื้อพันธบัตรได้ท่ามกลางหนี้รัฐบาลที่สูงก็จริง แต่ก็อาจจะทำให้ตลาดพันธบัตรสหรัฐซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก “เปราะบาง” มากขึ้น

ช่วงปลายปี 2025 เฮดจ์ฟันด์ถือครองพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นเป็นมูลค่าถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้วเกือบ 3 เท่า ขณะเดียวกันเฮดจ์ฟันด์ถือครองพันธบัตรประเภทเปลี่ยนมือได้ (Marketable Treasury) มูลค่า 28.9 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 7% ของตลาดพันธบัตร ซึ่งพันธบัตรประเภท Marketable Treasury นี้มีสภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายในตลาดรองได้อย่างเสรี ไม่ต้องรอให้ครบกำหนดไถ่ถอน ต่างจากประเภท Non-marketable ที่ต้องรอให้ครบกำหนดไถ่ถอน

ล่าสุดเร็ว ๆ นี้ ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐ แสดงให้เห็นว่า บรรดาเฮดจ์ฟันด์ ยังเป็น “ผู้ซื้อสุทธิ” พันธบัตรรัฐบาลในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 โดยเฮดจ์ฟันด์ภายในสหรัฐ ซื้อสุทธิ 6.06 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 เพิ่มจากไตรมาสแรกที่ซื้อเพียง 2.64 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้รวมแล้วครึ่งปีแรก เฮดจ์ฟันด์ซื้อไปประมาณ 8.7 หมื่นล้านดอลลาร์

ริกกี้ เซียว ผู้เชี่ยวชาญด้านเฮดจ์ฟันด์ของ Union Bancaire Privee ระบุว่า เมื่อเทียบกับนักลงทุนประเภทอื่น เฮดจ์ฟันด์ถือว่าเป็นพวกที่กู้ยืมมาลงทุนค่อนข้างสูงเพื่อเพิ่มพลังการลงทุนและผลตอบแทน ดังนั้นจึงเพิ่ม “ความเสี่ยงเชิงระบบ” มากขึ้น เมื่อเฮดจ์ฟันด์เหล่านี้ถูกบังคับขายทุกครั้งที่เกิดวิกฤตหรือมีสถานการณ์สุดขั้วเกิดขึ้น

ปกติแล้วผู้ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวมักเป็นกองทุนบำนาญ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไป โดยกองทุนบำนาญโยกเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น สินเชื่อเอกชน โดยจะเห็นว่าในปีที่แล้ว นักลงทุนสถาบันเข้าไปลงทุนในสินเชื่อเอกชนเกือบ 3 แสนล้านดอลลาร์

ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม เฟดได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกิดจากการที่เฮดจ์ฟันด์เข้ามามีส่วนร่วมในตลาดพันธบัตรมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะการลงทุนแบบกู้ยืมในระดับสูง อาจเกิดผลกระทบลุกลามเป็นวงกว้าง หากเฮดจ์ฟันด์สูญเสียแหล่งทุนอย่างกะทันหัน

โนอาห์ แฮมแมน ผู้ก่อตั้ง AdvisorShares ชี้ว่า พวกเฮดจ์ฟันด์ไม่ได้ซื้อพันธบัตรเพียงเพราะพอใจผลตอบแทน แต่พวกเขาเน้นที่ผลงาน โดยเฉพาะการลงทุนระยะสั้นที่มุ่งเน้นผลตอบแทนสูงที่เหนือกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งต่างจากนักลงทุนที่เป็นกองทุนบำนาญหรือประกันภัยที่เน้นลงทุนระยะยาว

ทางด้าน เคน ไฮน์ ประธาน Hedge Fund Research เห็นว่า การที่เฮดจ์ฟันด์ชอบที่จะ “ซื้อขาย” มากกว่าจะถือครองพันธบัตรไว้เฉย ๆ จนกว่าจะครบกำหนด ช่วยให้เกิด “สภาพคล่อง” ทั้งสองด้านทั้งขาขึ้นและขาลง ซึ่งจะช่วยให้อัตราผลตอบแทนเคลื่อนไหวอย่างมีเสถียรภาพและลดความผันผวน

ดอน สไตน์บรุกก์ ซีอีโอของ Agecroft Partners เตือนว่า บรรดาผู้กำกับดูแลควรกังวลเกี่ยวกับโอกาสที่เฮดจ์ฟันด์จะเทขายพันธบัตรอย่างไม่เป็นระเบียบ เมื่อชั่งน้ำหนักกับประโยชน์จากการที่เฮดจ์ฟันด์ช่วยสร้างสภาพคล่องให้ตลาด การที่เฮดจ์ฟันด์มีบทบาทมากขึ้นในตลาดพันธบัตร มันมีทั้งการช่วยเพิ่มสภาพคล่องและอาจสร้างความเสี่ยงเชิงระบบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พันธบัตรสหรัฐ