เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 1-7 พฤศจิกายน 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 1-7 พฤศจิกายน 2569
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
ดูทั้งหมด

“เฟด” หั่นดอกเบี้ย 0.25% ส่งซิกผ่อนคลายตลาดเงิน

21 ก.ย. 2562 | 17:27น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก โดย นงนุช สิงหเดชะ

คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.75-2.00% ตามคาด นับเป็นการปรับลงครั้งที่ 2 ของปีนี้ หลังจากปรับลดครั้งแรกไปเมื่อเดือนกรกฎาคม การประชุมของเฟดนัดนี้ถูกตลาดและนักลงทุนจับตามองมากที่สุดครั้งหนึ่ง ด้วยความคาดหวังสูงว่าเฟดจะต้องหั่นดอกเบี้ยไม่มากก็น้อย เนื่องจากสถานการณ์ขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐยังไม่ยุติ

อย่างไรก็ตาม นับว่ามติของเฟดในครั้งนี้ไม่เอกฉันท์และมีจำนวนผู้ไม่เห็นด้วยมากที่สุด โดยกรรมการ 3 คนคัดค้านการลดดอกเบี้ย ส่วนอีก 1 คนอยากให้ปรับลดมากถึง 0.5%

สิ่งที่ตลาดให้ความสนใจอีกประเด็นหนึ่งในครั้งนี้ก็คือ เฟดแทบไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต เท่ากับไม่มีการรับประกันว่าจะลดอีกในปีนี้ โดยประมาณการส่วนตัวของกรรมการแต่ละคนเกี่ยวกับ

แนวโน้มดอกเบี้ยหรือ dot plot ค่อนข้างแตกต่างกัน กล่าวคือ 5 คนเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ช่วงเดิมคือระหว่าง 2 ถึง 2.25% ส่วนอีก 5 คนเห็นว่าควรลดลง 0.25% และคงอัตรานี้ไปตลอดทั้งปี ขณะที่อีก 7 คนต้องการให้ปรับลดอีก 1 ครั้งเป็นอย่างน้อยภายในปีนี้

เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐในปัจจุบันถือว่าน่าพอใจ ตลาดแรงงานและการใช้จ่ายภาคครัวเรือนแข็งแกร่ง และเงินเฟ้อน่าจะถึงเป้าหมายที่กำหนดคือ 2% อย่างไรก็ตาม เพื่อรับมือความเสี่ยงที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอและความตึงเครียดทางการค้า เฟดจำเป็นต้องปรับดอกเบี้ยเล็กน้อย เพื่อรักษาการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในระยะยาว โดยประเมินว่าปีนี้จีดีพีสหรัฐจะเติบโต 2.2% สูงกว่าประมาณการครั้งก่อนที่คาดว่าจะขยายตัว 2.1%

“การลดดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นการปรับเปลี่ยนช่วงกลางวัฏจักร ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของกลยุทธ์แบบแข็งกร้าวเพื่อผลักดันให้ดอกเบี้ยลดลง” ประธานเฟดกล่าว และยังแสดงท่าทีด้วยว่า เฟดอาจพิจารณากลับมาเพิ่มขนาดงบดุลอีกครั้งหนึ่งเพื่อผ่อนคลายตลาดเงิน แต่จะต้องติดตามและประเมินสถานการณ์ก่อนว่าจะดำเนินการเมื่อใดด้วยวงเงินเท่าใดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินร้ายแรงในสหรัฐเมื่อปี ค.ศ. 2008 ที่จำเป็นต้องอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบ ส่งผลให้งบดุลของเฟดบานปลาย 4 ล้านล้านดอลลาร์ จากการใช้มาตรการการเงินแบบผ่อนคลายเชิงปริมาณ (quantitative easing : QE)

โดยเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยค้ำประกัน จนทำให้ขนาดงบดุลของเฟดขยายตัวถึง 4 เท่า เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้ว เฟดได้เริ่มมาตรการขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกับลดขนาดงบดุลไปด้วย เพื่อเข้าสู่นโยบายการเงินแบบปกติ ซึ่งในช่วงแรก ๆ ที่เฟดออกมาพูดเรื่องการลดขนาดงบดุล มักจะทำให้ตลาดตื่นตกใจ เช่นปีที่แล้วเมื่อประธานเฟดระบุว่าการลดขนาดงบดุลจะดำเนินไปอย่างอัตโนมัติ ส่งผลให้ตลาดซบเซาไปทั้งไตรมาส

มติของเฟดครั้งนี้ ยังคงทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดือดดาลด้วยความไม่พอใจเช่นเดิม ถึงกับทวีตข้อความบริภาษประธานเฟดว่า ขาดความกล้าหาญ ไม่มีเหตุผลและไม่มีวิสัยทัศน์ ทำให้สหรัฐแข่งขันได้น้อยลง โดยก่อนหน้าประชุมเฟดครั้งนี้ ทรัมป์ได้ทวีตข้อความกดดันให้เฟดปรับลดดอกเบี้ยเหลือ 0% หรือติดลบ

ส่วนปฏิกิริยาของนักลงทุน ค่อนข้างผิดหวัง ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 36.28 จุด หรือ 0.1% ปิดที่ 27,147.08 จุด เนื่องจากผิดหวังที่เฟดไม่ส่งสัญญาณว่าจะลดดอกเบี้ยอีกในปีนี้ อย่างไรก็ตาม แม้ dot plot ของคณะกรรมการ (บอร์ด) จะถูกนักวิเคราะห์หลายคนตีความว่ามีความแตกต่างกัน ทำให้ไม่เห็นสัญญาณชัดเจน แต่ในมุมมองของ เดวิด เคลลี่ แห่งเจพี มอร์แกน แอสเซต แมเนจเมนต์ เห็นว่า หากมองในภาพรวมของบอร์ด

ทั้งคณะที่มี 17 คน ก็อาจถูกตีความว่าเฟดไม่ต้องการลดดอกเบี้ยอีกในปีนี้ แต่หากพิจารณาให้ดีจะเห็นว่ากรรมการที่มีสิทธิในการออกเสียงทั้ง 10 คนต้องการให้ลดดอกเบี้ยประมาณ 1 หรือ 2 ครั้งในปีนี้