เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วีระพงษ์ ถก BCCT ขยายโอกาสการค้าลงทุน ไทย-สหราชอาณาจักร
Economic วีระพงษ์ ถก BCCT ขยายโอกาสการค้าลงทุน ไทย-สหราชอาณาจักร
HYROX Bangkok โตแรง ผู้สมัคร 2 หมื่นคน ดันไทยฮับฟิตเนสเอเชีย
Business HYROX Bangkok โตแรง ผู้สมัคร 2 หมื่นคน ดันไทยฮับฟิตเนสเอเชีย
แนะทางรอด ‘ราชินีผลไม้’ ดันอุตสาหกรรมแปรรูป รับผลผลิตล่วงหน้า
Economic แนะทางรอด ‘ราชินีผลไม้’ ดันอุตสาหกรรมแปรรูป รับผลผลิตล่วงหน้า
“ยิ่งชีพ” ส่งสัญญาณถึง ภูมิใจไทย เตือนใช้กฎหมายหมิ่นฯ หวั่นกระทบภาพลักษณ์รัฐบาล
Politics “ยิ่งชีพ” ส่งสัญญาณถึง ภูมิใจไทย เตือนใช้กฎหมายหมิ่นฯ หวั่นกระทบภาพลักษณ์รัฐบาล
กต.ไต้หวัน ผิดหวัง หลังไทย-จีน ออกแถลงการณ์ร่วมเห็นพ้องจีนเดียว
World กต.ไต้หวัน ผิดหวัง หลังไทย-จีน ออกแถลงการณ์ร่วมเห็นพ้องจีนเดียว
ปิดตำนาน 67 ปี บขส.ตราด ยุติเดินรถกรุงเทพฯ สิ้นเดือน ก.ค.
เศรษฐกิจภูมิภาค ปิดตำนาน 67 ปี บขส.ตราด ยุติเดินรถกรุงเทพฯ สิ้นเดือน ก.ค.
นพ.กฤษณ์ จาฏามระ เล่างานวิจัย OPTIMA Trial ทางเลือกมะเร็งเต้านม ไม่ต้องให้คีโม
SD นพ.กฤษณ์ จาฏามระ เล่างานวิจัย OPTIMA Trial ทางเลือกมะเร็งเต้านม ไม่ต้องให้คีโม
นายกฯ ประนามเหตุไปป์บอมบ์ สั่งจัดการเด็ดขาด เยียวยา จนท.-ประชาชนสูงสุด
Politics นายกฯ ประนามเหตุไปป์บอมบ์ สั่งจัดการเด็ดขาด เยียวยา จนท.-ประชาชนสูงสุด
เปิดอัตราใหม่ภาษีที่ดิน กทม. เก็บเพิ่ม ‘เกษตรจำแลง’ สกัดแลนด์ลอร์ดหลบภาษี
Real Estate เปิดอัตราใหม่ภาษีที่ดิน กทม. เก็บเพิ่ม ‘เกษตรจำแลง’ สกัดแลนด์ลอร์ดหลบภาษี
1 ปี ขัดแย้งไทย-กัมพูชา เศรษฐกิจสระแก้วหยุดนิ่ง ค้าชายแดนเป็นศูนย์
เศรษฐกิจภูมิภาค 1 ปี ขัดแย้งไทย-กัมพูชา เศรษฐกิจสระแก้วหยุดนิ่ง ค้าชายแดนเป็นศูนย์
ดูทั้งหมด

เปิดวิธีจัดการ “หนี้ผ่อนบ้าน” ยุคดอกเบี้ยขาขึ้น

14 ส.ค. 2565 | 09:45น.
การเงิน ใช้จ่าย ลงทุน หนี้

ยุคดอกเบี้ยขาขึ้น ใครที่มีสถานะเป็น “ลูกหนี้” ก็คงต้องทำใจจะต้องมีภาระรายจ่ายมากขึ้น “Financial Wisdom” ของธนาคารแห่งประเทศไทยมีบทความน่าสนใจมาแนะนำ “จัดการหนี้บ้านอย่างไร ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น”

วันที่ 14 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานในภาวะที่ธนาคารกลางทั่วโลกเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูง และล่าสุด (10 สิงหาคม 2565) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยขยับจาก 0.50% ขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 0.75% และยังคงมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นต่อเนื่อง

ใครเป็น “ลูกหนี้” ย่อมต้องมีภาระจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มขึ้น ในภาวะเช่นนี้ควรรับมืออย่างไร

“ประชาชาติธุรกิจ” ขอนำบทความเรื่อง “จัดการหนี้บ้านอย่างไร ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น” จากคอลัมน์  Financial Wisdom ใน BOT พระสยาม MAGAZINE ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มานำเสนอ โดยมีการแยกแยะ “ลูกหนี้สินเชื่อบ้าน” ที่จะได้รับผลกระทบเป็น 2 กลุ่ม พร้อมข้อแนะนำวิธีช่วยลดภาระดอกเบี้ย รวมถึงเทคนิคที่จะช่วยให้ “ปลดหนี้บ้าน” ได้เร็วขึ้น ดังนี้

สินเชื่อบ้าน 2 กลุ่ม ที่จะได้รับผลกระทบแตกต่างกัน คือ

1. กลุ่มที่ได้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ (Fixed Rate) ลูกหนี้กลุ่มนี้จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากยังคงถูกคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไปตามสัญญา โดยสถาบันการเงินส่วนใหญ่จะกำหนดให้เป็น fixed rate ในช่วงแรก เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ 3% ใน 3 ปีแรก แล้วค่อยปรับเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว ทำให้ยังพอมีเวลาปรับตัวและสามารถหาเงื่อนไขเงินกู้ที่ดีก่อนที่ดอกเบี้ยตามสัญญาจะเปลี่ยนไปเป็นช่วงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว

2. กลุ่มที่ได้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว (Floating Rate) กลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบเมื่ออัตราดอกเบี้ยในสัญญาถึงกำหนดปรับเป็น Floating Rate เนื่องจากค่างวดที่ชำระในแต่ละเดือนจะมีภาระดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้น  หากจ่ายค่างวดบ้านเป็นจำนวนเงินเท่ากันทุกเดือน เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นก็จะเหลือเงินมาตัดชำระเงินต้นได้น้อยลง

วิธี “ลด” ภาระดอกเบี้ยเงินกู้หรือหมดหนี้บ้านไวขึ้น

1. จัดการรายรับ-รายจ่าย ได้แก่ ลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้

ทั้งการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้จะช่วยให้มีเงินคงเหลือในแต่ละเดือนเพิ่มมากขึ้น เมื่อมีเงินเหลือมากขึ้นก็จะสามารถนำเงินที่มีไปโปะหนี้เพิ่ม เพื่อปลดหนี้ให้เร็วขึ้น และยังช่วยให้ประหยัดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายอีกด้วย

อาจเริ่มจากการปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นต่าง ๆ อย่างค่าลอตเตอรี่ หรือค่ากาแฟ โดยไม่ควรมองข้ามรายจ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ เพราะหากสามารถลดได้ เช่น จากซื้อทุกวันเหลือสัปดาห์ละครั้ง หรือลดจำนวนเงินที่จ่ายต่อครั้งลง นอกจากจะดื่มด่ำกับกาแฟแก้วโปรดยิ่งขึ้นแล้ว ยังอาจมีเงินเหลือเป็นก้อนใหญ่จนเราตกใจก็เป็นได้

(ลองคำนวณจำนวนเงินคร่าว ๆ ได้ที่โปรแกรม “เงินหายไปไหน” https://www.1213.or.th/th/Pages/finresilience/moneydetective.aspx) นอกจากนี้อาจมองหารายได้เสริมเพิ่มเติมจากสิ่งที่เราถนัดหรือสนใจด้วย เช่น ขายของออนไลน์ ขายเสื้อผ้า

2. เจรจาเจ้าหนี้ขอลดดอกเบี้ย และ Refinance

การเจรจาต่อรองขอลดดอกเบี้ยกับเจ้าหนี้เป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้และควรทำ เพราะ “หนี้บ้าน” ส่วนใหญ่จะมีอัตราดอกเบี้ย 2 ช่วง คือ ดอกเบี้ยต่ำในช่วงแรกเพื่อจูงใจลูกค้า และมักจะเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ 3% ใน 3 ปีแรก

ช่วงที่สองเป็นแบบอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัวซึ่งมักจะแพงกว่าช่วงปีแรก ๆ เช่น MRR (อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี) จนสิ้นสุดอายุสัญญา เมื่อเราผ่อนไประยะหนึ่งจนใกล้ถึงช่วงที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามสัญญาจะคิดแบบลอยตัว  

ผู้กู้สามารถไปยื่นเรื่องเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อขอปรับลดอัตราดอกเบี้ย เช่น ปรับเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ที่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัวได้ ซึ่งจะช่วยให้ภาระดอกเบี้ยไม่สูงขึ้นไปอีกช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทั้งยังช่วยปลดหนี้ได้เร็วขึ้นกว่าการจ่ายตามสัญญาไปเรื่อย ๆ โดยไม่ไปขอลด

ใครมีสินเชื่อบ้านอย่ารอช้า รีบดูสัญญาว่าใกล้ช่วงที่ดอกเบี้ยกำลังจะหมดโปรโมชั่น หรือถูกปรับขึ้นหรือยัง ถ้าใกล้แล้วอย่าลืมไปยื่นเรื่องเจรจาขอลดดอกเบี้ย โดยขอแนะนำว่า ควรเตรียมตัวอย่างน้อย 1 เดือนก่อนที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในสัญญาจะปรับเป็นแบบลอยตัว โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถาบันการเงินที่ใช้บริการว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เพื่อประกอบการยื่นเรื่องให้สถาบันการเงินพิจารณา

ประเด็นถัดมาก็คือ “รีไฟแนนซ์” ไปยังสถาบันการเงินอื่นที่ให้อัตราดอกเบี้ยถูกกว่าสถาบันการเงินที่เราใช้บริการอยู่

อย่างไรก็ดี ก่อนจะ refinance อย่าลืมคำนึงถึงต้นทุนแฝงต่าง ๆ ด้วยว่าคุ้มกับการ refinance หรือไม่ เช่น ค่าเบี้ยปรับชำระก่อนครบกำหนด ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ค่าธรรมเนียมจดจำนอง

การเจรจาขอลดดอกเบี้ยและการ refinance จะช่วยให้เราประหยัดดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย และชำระเป็นเงินต้นในแต่ละเดือนได้มากขึ้น ซึ่งก็จะทำให้เราปลดหนี้ได้เร็วขึ้นด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ซื้อบ้าน ดอกเบี้ย หนี้