Skip to content

แห่ขายแพ็กเกจเที่ยวญี่ปุ่นล่วงหน้า บริษัททัวร์โหมโรง รับปลดล็อก

31 ส.ค. 2565 | 11:46น.
แห่ขายแพ็กเกจเที่ยวญี่ปุ่นล่วงหน้า บริษัททัวร์โหมโรง รับปลดล็อก

ทัวร์ญี่ปุ่นคึกคัก บริษัททัวร์โหมขายแพ็กเกจล่วงหน้า หวังรัฐบาลทยอยปลดล็อกเข้าประเทศ JNTO ชี้สัญญาณบวกฉีดวัคซีน 3 เข็ม เข้าญี่ปุ่นไม่ต้องแสดงผลตรวจโควิด 7 ก.ย.นี้เป็นต้นไป ลุ้นเพิ่มโควตาเข้าประเทศเป็น 5 หมื่นคน/วัน

เผยคนไทยติด TOP 3 เดินทางเข้าญี่ปุ่น “ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์-การบินไทย” เตรียมเพิ่มไฟลต์บินรับดีมานด์ไฮซีซั่น สมาคมทัวร์เอาต์บาวนด์ลุ้นญี่ปุ่นยกเลิกวีซ่าต้นปีหน้า

แหล่งข่าวจากบริษัทนำเที่ยวเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ตลาดนักท่องเที่ยวขาออก หรือคนไทยเที่ยวต่างประเทศมีแนวโน้มขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมาตลาดญี่ปุ่นซึ่งเป็นเดสติเนชั่นยอดนิยมของคนไทย เริ่มกลับมาคึกคักหลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดประเทศเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา

“แม้ว่าญี่ปุ่นจะกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าประเทศวันละแค่ 2 หมื่นคน และต้องแสดงผลการตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางภายใน 72 ชั่วโมง แต่คนไทยก็ให้ความสนใจจำนวนมาก ซึ่งมีการสอบถามรายละเอียดการเดินทางมายังบริษัททัวร์เป็นระยะ”

ทั้งนี้เชื่อว่าบรรยากาศของการตลาดญี่ปุ่นจะยิ่งคึกคักมากขึ้นในเดือนกันยายนนี้ เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นได้ผ่อนคลายมาตรการสำหรับผู้ได้รับวัคซีน 3 เข็ม และมั่นใจรัฐบาลญี่ปุ่นน่าจะตัดสินใจเพิ่มโควตาจำนวนคนเข้าประเทศอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2565 ซึ่งปัจจุบันบริษัททัวร์ทั้งรายเล็กรายใหญ่ต่างระดมแพ็กเกจทัวร์ญี่ปุ่นออกมาขายล่วงหน้ากันแล้ว

7 ก.ย.เข้าญี่ปุ่นไม่ตรวจโควิด

นางสาวศิริพร บัณฑิตย์จิรกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ องค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้รัฐบาลญี่ปุ่นได้ทยอยผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น โดยตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2565 เป็นต้นไป คนที่ได้รับวัคซีน 3 เข็มตามเกณฑ์ที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำหนดสามารถเดินทางเข้าญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องแสดงเอกสารรับรองผลตรวจ RT-PCR เป็นลบ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศสำหรับผู้ได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือรับวัคซีนไม่ครบ 3 เข็ม หรือยี่ห้อวัคซีนไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำหนด ก็ยังสามารถเข้าญี่ปุ่นได้โดยใช้ใบรับรองการตรวจ RT-PCR ภายใน 72 ชั่วโมงตามเกณฑ์เดิม

สำหรับวัคซีนที่รัฐบาลกำหนดนั้นประกอบด้วยไฟเซอร์, แอสตร้าเซนเนก้า, โมเดอร์นา, Jenssen (JCOVDEN), Bharat Biotech (COVAXIN) และโนวาแว็ก ตรวจสอบได้ในเว็บไซต์ www.mofa.go.th

จ่อเพิ่มโควตาเข้าเป็น 5 หมื่นต่อวัน

นางสาวศิริพรกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาเพิ่มโควตานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก จากปัจจุบันจำกัดที่ 20,000 คนต่อวัน เป็น 50,000 คนต่อวัน ซึ่งต้องรอความชัดเจนว่าการผ่อนคลายจำนวนคนเข้าประเทศจะประกาศเมื่อไหร่ และจะมีผลอย่างเป็นทางการเมื่อใด

“ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มสีฟ้า หมายความว่าเป็นกลุ่มประเทศที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้ความสำคัญ และสามารถเดินทางเข้าญี่ปุ่นโดยมาตรการที่ผ่อนปรนมากที่สุดแล้ว คือไม่ต้องสำแดงเอกสารเพิ่มเติม ไม่ต้องกักตัว เพียงแค่ทำตามกฎที่กำหนด คือต้องจองผ่านบริษัททัวร์ ต้องเดินทางเที่ยวในเส้นทางตามที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และต้องมีทัวร์ลีดเดอร์เดินทางไปด้วยกันตลอดทริป” นางสาวศิริพรกล่าว

สำหรับลูกค้าที่ต้องการเที่ยวแบบไพรเวตกรุ๊ป ก็สามารถวางแผนและกำหนดเส้นทางท่องเที่ยวเองได้ แต่ต้องจัดจ้างบริษัททัวร์ไปทำโปรแกรมตามที่กำหนดในลักษณะ tailor-made เช่น แพ็กเกจทัวร์ส่วนใหญ่จะขายโตเกียว โอซากา แต่ต้องการให้จัดโปรแกรมเที่ยวฮอกไกโด เป็นต้น

นักท่องเที่ยวไทยรั้งเบอร์ 3

นางสาวศิริพรกล่าวด้วยว่า แม้ว่าญี่ปุ่นจะกำหนดโควตานักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าญี่ปุ่นไว้ที่ 20,000 คนต่อวัน แต่หลังจากญี่ปุ่นเปิดประเทศ 3 เดือน พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยเดินทางเข้าญี่ปุ่นสูงเป็นอันดับ 3 รองจากเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา

จากทิศทางดังกล่าวนี้ทำให้คาดว่าจะทำให้สายการบินต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับตลาดญี่ปุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงไฮซั่นของการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ทั้งเป็นช่วงโรงเรียนปิดเทอม และฤดูใบไม้เปลี่ยนสี และฤดูหนาว

Airasia X-บินไทยจ่อเพิ่มไฟลต์

นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ กล่าวว่า ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์มีความพร้อมอย่างมากในการเพิ่มความถี่และเพิ่มเส้นทางการบินสู่ญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันสายการบินยังไม่สามารถเพิ่มความถี่เที่ยวบินได้ เนื่องจากประเทศปลายทางยังจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนตัวมองว่าญี่ปุ่นจะเริ่มเปิดประเทศมากขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมนี้

“เราอยากกลับไปบินญี่ปุ่นให้เร็วที่สุด หากสามารถเพิ่มความถี่หรือเพิ่มเส้นทางบินได้ก็อยากเพิ่ม โดยก่อนโควิดเราบินเส้นทางกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-โตเกียว (นาริตะ) 3 เที่ยวบินต่อวัน, กรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-โอซากา 2 เที่ยวบินต่อวัน และกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-ซัปโปโร 1 เที่ยวบินต่อวัน แต่ปัจจุบันทำการบินเส้นทางบินญี่ปุ่นเพียงเส้นทางเดียวคือ กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)-โตเกียว (นาริตะ) 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์”

สอดรับกับแหล่งข่าวจากสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ระบุว่า สายการบินมีแผนเปิดเส้นทางกรุงเทพฯ-โอซากา โดยจะเริ่มให้บริการ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ในเดือนตุลาคมนี้ และเพิ่มขึ้นเป็น 1 เที่ยวบินต่อวันในเดือนธันวาคม 2565 และเปิดเส้นทางกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)-ซัปโปโร 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ในเดือนธันวาคมเช่นกัน ส่วนเส้นทางกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)-โตเกียว (นาริตะ) มีแผนเพิ่มความถี่จาก 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในปัจจุบันเป็น 1-2 เที่ยวบินต่อวัน

เช่นเดียวกับนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ต่อเนื่องถึงมกราคม 2566 การบินไทยเตรียมนำเครื่องบินเข้ามาเสริมฝูงบินเพื่อรองรับไฮซีซั่นอีก 7 ลำ

ซึ่งนอกจากจะนำไปใช้สำหรับขยายตลาดโซนยุโรปแล้ว ก็มีแผนที่จะนำไปใช้สำหรับการฟื้นเส้นทางบินสู่ญี่ปุ่นด้วย โดยเชื่อว่าญี่ปุ่นอาจจะเริ่มทยอยผ่อนคลายการเดินทางและปลดล็อกการจำกัดจำนวนผู้โดยสารต่อเที่ยวบินเร็ว ๆ นี้ ซึ่งปัจจุบันวันธรรมดาจำกัดต้องไม่เกิน 190 คนต่อเที่ยวบิน และวันเสาร์/อาทิตย์ไม่เกิน 160 คนต่อเที่ยวบิน

TTAA ลุ้นญี่ปุ่นยกเลิก “วีซ่า”

ด้าน นายธนพล ชีวรัตนพร อุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) หรือสมาคมทัวร์เอาต์บาวนด์ (นักท่องเที่ยวขาออก) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้กระแสการท่องเที่ยวญี่ปุ่นเริ่มกลับมาคึกคัก แต่ปัจจุบันยังเป็นตลาดที่มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก ทั้งเรื่องจำนวนคนเข้า ข้อกำหนดให้สายการบินขายตั๋วแค่ 60% ของที่นั่ง เที่ยวบินที่มีน้อยและไม่ได้บินทุกวัน ขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อจองโควตา ฯลฯ รวมถึง
ต้องขอวีซ่าก่อนเดินทาง

“แม้ว่าเดือนกันยายนนี้ญี่ปุ่นจะผ่อนปรนให้คนที่ฉีดวัคซีน 3 เข็ม เข้าได้โดยไม่ต้องตรวจโควิด แต่ขั้นตอนการเข้าประเทศยังไม่สอดรับกับพฤติกรรมของคนไทยมากนัก เพราะคนไทยไม่นิยมจองการเดินทางล่วงหน้านาน และเส้นทางการท่องเที่ยวยังมีให้เลือกไม่มากนัก เนื่องจากสายการบินยังกลับมาให้บริการไม่เต็มที่” นายธนพลกล่าว

ประเมินว่าสำหรับตลาดญี่ปุ่นนั้นยังต้องรออีกสักระยะ และรอให้รัฐบาลญี่ปุ่นยกเลิกวีซ่าเหมือนช่วงก่อนโควิด ซึ่งคาดว่าน่าจะประมาณต้นปี 2566 ตลาดญี่ปุ่นจะกลับมาคึกคักเต็มที่อีกครั้ง

บริษัททัวร์ขายล่วงหน้าถึง มี.ค. 2566

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการสำรวจการขายแพ็กเกจเที่ยวญี่ปุ่นของบริษัททัวร์ต่าง ๆ พบว่าโปรแกรมเดินทางแต่ละบริษัทแทบจะไม่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่เน้นขายเส้นทางโตเกียว โอซากา ฮอกไกโด ฟุกุโอกะ และซับโปโร สำหรับแพ็กเกจ 5 วัน 3 คืน ราคาเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 27,000-35,000 บาท บางบริษัทวางโปรแกรมขายล่วงหน้า เพื่อรองรับฤดูใบไม้เปลี่ยนสี และฤดูหนาวไปถึงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2566

เช่น แพลนเน็ต ฮอลิเดย์ ขายแพ็กเกจโตเกียว ดิสนีย์แลนด์ เริ่มต้น 27,977 บาท, แพ็กเกจ โตเกียว นาริตะ เริ่มต้นที่ 28,999 บาท แพ็กเกจ Winter Snow Tokyo ฟูจิ เริ่มต้น 29,999 บาท (ธ.ค. 65-มี.ค. 66) หรือ ThaiTravel Center ขายแพ็กเกจอันซีน ฮอกไกโด ซับโปโร ไฮไลต์ชมใบไม้เปลี่ยนสี เริ่มต้น 33,888 บาท (ช่วง ก.ย-ต.ค. 65) แพ็กเกจโตเกียว คาวาโกเอะ ไดเวอร์ซิตี้ เล่นหิมะฤดูหนาว เริ่มต้น 29,888 บาท (ธ.ค. 65-ม.ค. 66)

ยูนิไทย ทราเวล ขายแพ็เกจภูเขาไฟฟูจิ ซินจูกุ ซิมูยา โตเกียว เริ่มต้น 27,555 บาท (ก.ย.-ต.ค. 65) แพ็กเกจภูเขาไฟฟูจิ เล่นสกี งานประดับไฟ เริ่มต้น 29,888 บาท (ธ.ค. 65-ม.ค. 66) แพ็กเกจหุบเขาโอวาคุคานิ หมู่บ้านโอชิโนะฮักไก คามาคุระ เริ่มต้น 29,888 บาท (ธ.ค. 65-มี.ค. 66) เป็นต้น ทั้งนี้เป็นราคาเริ่มต้นที่อาจมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติม