“ซันเวนดิ้งฯ” เดินหน้าเปิดสาขาขยายพื้นที่บริการอีก 5 สาขา หวังให้ครอบคลุมพื้นที่ 32 จังหวัด ปูพรมตู้เวนดิ้งเพิ่ม ลั่นสิ้นปีทะลุ 1.6 หมื่นตู้ ตั้งเป้าสิ้นปีโต 13-15% เปิดตัวแอป “SUN V” เชื่อมความสัมพันธ์-ทำกิจกรรมตรงถึงลูกค้า กางแผนจับมือพันธมิตรเพิ่มช่องทางชำระเงินอำนวยความสะดวกลูกค้า
นายพิศณุ โชควัฒนา กรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกขายสินค้าผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและขายเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ บริษัทในเครือสหพัฒน์ เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานจากนี้ไปว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 13-15% โดยปัจจัยหลัก ๆ จะมาจากการเพิ่มจำนวนตู้การให้บริการ และการเพิ่มพื้นที่การให้บริการให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมี 12 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการใน 29 จังหวัด
โดยในปีหน้าเบื้องต้นมีแผนจะขยายสาขาเพิ่ม 5 สาขา อาทิ อุบลราชธานี อุดรธานี สุราษฎร์ธานี รวมถึงปทุมธานีและชลบุรี ที่มีสาขาอยู่แล้ว แต่เป็นพื้นที่ที่มีการเติบโตค่อนข้างมาก เพื่อให้มีพื้นที่ให้บริการครอบคลุม 32 จังหวัด
บริษัทจะเน้นการเพื่อตู้เวนดิ้งไปยังกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่ปัจจุบันมีประมาณ 53,000 โรง แต่ที่ผ่านมาเราติดตั้งตู้เวนดิ้งได้ประมาณ 15,000 ตู้ จากตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก โดยภายในสิ้นปีนี้ตั้งเป้าจะติดตั้งตู้ให้ครบ 16,000 ตู้ จากเดิมตอนนี้มีประมาณ 15,000 ตู้ และในปีหน้าตั้งเป้าจะเพิ่มให้ครบ 20,000 ตู้
ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทประมาณ 70% ของเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติทั้งหมด คือ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงงานประกอบรถยนต์โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ โรงงานสิ่งทอ โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้ บริษัทได้มีนโยบายกระจายความเสี่ยง โดยบริษัทได้ดำเนินการขยายพื้นที่ให้บริการในการติดตั้งเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในเซ็กเมนต์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น เช่น ปั๊มน้ำมัน สถานีรถไฟฟ้า เช่น MRT BTS และแอร์พอร์ตลิงก์ คอนโดมิเนียม เป็นต้น เพื่อให้สอดรับกับ lifestyle ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
“ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2543 ที่บริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ บริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยประมาณ 13% ยกเว้นปี 2563 ที่มีโควิด-19 ระบาด ทำให้โรงงานต้องปิดชั่วคราวเป็นจำนวนมาก และทำให้ยอดขายลดลงเล็กน้อย”
นายพิศณุกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้เริ่มลอนช์แอป “SUN V” แพลตฟอร์มที่จะนำมาใช้ในการสร้างสัมพันธภาพกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นพนักงานตามโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีความคุ้นเคยกับระบบการสะสมแต้ม การนำแต้มมาแลกซื้อ หรือใช้เป็นส่วนลดการซื้อสินค้าครั้งต่อไป รวมทั้งสิทธิพิเศษต่าง ๆ
ส่วนระบบการชำระเงิน เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้เพิ่มช่องทางชำระเงินผ่าน Max Me Wallet ในเครือ PT ที่ใช้เป็นช่องทางในการซื้อสินค้าผ่านตู้เวนดิ้ง และสามารถสะสมแต้มและแลกแต้มเป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าผ่านตู้เวนดิ้งได้ด้วย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า จากเดิมที่ผ่านมาสามารถชำระได้ทั้งระบบเงินสดและอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนต์ ใน 7 ช่องทาง (พร้อมเพย์, แรบบิทไลน์เพย์, แรบบิทการ์ด, ทรูมันนี่ วอลเล็ท, ช้อปปี้เพย์, วีแชทเพย์ และอาลีเพย์) และในเร็ว ๆ นี้ จะร่วมกับลาซาด้า ในการเปิดใช้ชำระเงินผ่าน Lazpay Wallet เพิ่มช่องทางการชำระเงินอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายได้ของบริษัท ซันเวนดิ้งฯ งวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 มีรายได้รวม 1,085.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 113.28 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 11.65 เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเป็นหลัก จากการที่บริษัทขยายการติดตั้งเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ เพื่อให้บริการตามสถานที่บริการต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
และขยายพื้นที่จังหวัดการให้บริการเพิ่มขึ้น จากการเปิดสาขาเพิ่ม 1 สาขา คือ สาขาลำพูน เพื่อให้บริการทางภาคเหนือ ประกอบกับในไตรมาส 2 ปี 2565 สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งในปี 2564 บริษัทยังคงได้รับผลกระทบในด้านรายได้ที่ลดลงในบางกลุ่ม segment เช่น โรงแรม มหาวิทยาลัย โรงเรียน ออฟฟิศ สำนักงาน และห้างสรรพสินค้า เป็นต้น
โดยรายได้ที่เกิดขึ้นหลัก ๆ มาจากรายได้จากการขายสินค้าผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ คิดเป็น 98.09%, รายได้จากการขายเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ คิดเป็น 0.86%, รายได้จากการบริการพื้นที่โฆษณาบนเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ คิดเป็น 0.34% และรายได้จากการบริการและรายได้อื่น คิดเป็น 0.71% และมีกำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 เท่ากับ 45.22 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 14.60% เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิปีก่อน เนื่องจากบริษัทมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น 11.65% จากงวดเดียวกันของปีก่อน