Skip to content

ไปรษณีย์ไทย ผนึก SME D Bank ออกสินเชื่อ COD ผู้ประกอบการรายย่อย

01 พ.ย. 2565 | 13:15น.
ไปรษณีย์ไทย ผนึก SME D Bank ออกสินเชื่อ COD ผู้ประกอบการรายย่อย

ไปรษณีย์ไทย จับฐานข้อมูลร้านค้า สร้างโซลูชั่นทางการเงินเสริมสภาพคล่อง SME โดยไม่ต้องใช้เอกสาร

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยนับเป็น หน่วยงานขนส่งของชาติที่ให้บริการที่หลากหลายแก่ลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ใช้บริการ ขนส่งเป็นหลัก ซึ่งผู้ประกอบการจำนวนมากใช้บริการเก็บเงินปลายทาง (Cash on Delivery : COD) เป็นหลัก และกลุ่มพ่อค้าแม่ค้านี้เป็นกลุ่มที่มีความต้องการเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ

โดยบริการ COD มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 2565 มีปริมาณชิ้นงาน COD เติบโตรวมกว่า 25% และคาดว่าปลายปีนี้จะสูงเพิ่มขึ้นอีกในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีปริมาณการซื้อของขวัญส่งให้กันเป็นจำนวนมาก

ด้านนางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศ ไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า การค้าขายผ่านออนไลน์ด้วยวิธีชำระเงินปลายทาง หรือ COO กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะช่วยให้ลูกค้าเพิ่มความเชื่อมั่น ตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น และยังช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ค้าขยายหา ลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่สะดวกจ่ายเงินออนไลน์ด้วย

“สภาพคล่องเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ริเริ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นรายเล็ก ขนาดกลางหรือสตาร์ตอัพ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ ที่เรียกร้องหลักประกันและหลักฐานเอกสารจำนวนมาก ดังนั้นข้อมูล COD จากไปรษณีย์ไทยเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปเชื่อมโยงการมีตัวตนและพฤติกรรมที่สามารถใช้วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือเพื่อปล่อยสินเชื่อเสริมสภาพคล่องได้ โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันไม่ต้องใช้เอกสาร ยอดขายที่เก็บจาก COD ได้เท่าไหร่ สามารถใช้วงเงินสินเชื่อได้ 3 เท่า

ดังนั้น SME D Bank จึงร่วมกับ ไปรษณีย์ไทย เปิดตัว “สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการค้าขายผ่าน Cash on Delivery (COD) ไปรษณีย์ไทย” หรือ “สินเชื่อ COD ไปรษณีย์ไทย” วงเงิน 300 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs หรือร้านค้าออนไลน์ให้ได้รับเงินทุนนำไปเสริมสภาพคล่อง สามารถบริหารจัดการธุรกิจผ่านระบบ COD ได้เหมาะสม

ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขาย สร้างรายได้เติบโต มีจุดเด่น คือ การเปิดกว้างได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล วงเงินกู้สูงสุด 300,000 บาท ต่อราย ดอกเบี้ยเงินกู้แบบลดต้นลดดอก คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น 1.05% ต่อเดือน โดยสมัครผ่าน Wallet@POST และมียอดขายผ่าน COD ไปรษณีย์ไทย เฉลี่ยเดือนละ 20,000 บาทขึ้นไป โดยไม่ต้องใช้เอกสาร หลักทรัพย์ หรือบุคคลค้ำประกัน

ด้าน ดร.ดนันท์ ได้กล่าวเสริมด้วยว่า การจับมือกับธนาคารหรือพาร์ตเนอร์ต่างๆ เป็นกลยุทธ์การเติมเต็มลูกค้าให้ครบทุกด้าน ซึ่งด้านการเงินก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่ไปรษณีย์ไม่สามารถทำเองได้เพราะไม่ใช่ความถนัด ดังนั้นจึงมีธนาคารเข้ามามีส่วนร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ นอกจาก SME D แล้วจะมีธนาคารอื่น ๆ อีก โดยที่ไปรษณีย์ไทยจะเป็นคนหาโซลูชั่นด้านข้อมูลและการขนส่งสนับสนุน

“ความถนัดของเราคือการขนส่ง ส่วนตัวไปรษณีย์จะยังคงพัฒนาการขนส่งที่เร็ว ปลอดภัย และครอบคลุมอยู่ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานคลังสินค้า 9 แห่งทั่วประเทศ และพนักงานไปรษณีย์ที่ครอบคลุมที่เป็นคนของเราเอง ซึ่งมีความชำนาญพื้นที่ และได้รับความไว้วางใจจากผู้คนทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ไตรมาสที่ 4/2565 นี้ อาจจะเป็นช่วงที่ยากลำบาก เนื่องจากการเปิดเมืองจะทำให้การจัดส่งสินค้าจากการซื้อของออนไลน์ลดลง คาดหวังแรงซื้อช่วงเทศกาลสิ้นปี จึงคงโฟกัสการเติบโตรายได้ที่ 5-10% จากปีที่ผ่านมาที่รายได้ 2.1หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ ดร.ดนันท์ ยังกล่าวอีกด้วยว่าในปีหน้าจะเริ่มโฟกัสด้านการขนส่งในกลุ่ม Niche Market ได้แก่กลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าสูง ขนยาก หรือมีขนาดใหญ่ เป็นต้น ไม่เพียงเท่านี้ข้อมูลที่ได้จากการขนส่งและฐานลูกค้าจากทั่วประเทศจะถูกพัฒนาไปสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการสร้างโซลูชั่นอื่น ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของพาร์ตเนอร์และลูกค้าต่อไปด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

SME D Bank ไปรษณีย์ไทย