เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ออมสิน คาดปล่อยสินเชื่อรถอีวี-โซลาร์เซลล์ วงเงิน 5 พันล้าน หมดภายใน 31 ก.ค.นี้
Finance ออมสิน คาดปล่อยสินเชื่อรถอีวี-โซลาร์เซลล์ วงเงิน 5 พันล้าน หมดภายใน 31 ก.ค.นี้
ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,250 บาท
สมาคมกุ้งไทยลุ้นนายกฯ ปิดดีลมาเลเซีย 8 ก.ค. เร่งปลดล็อกนำเข้าภายใน 30 วัน
Economic สมาคมกุ้งไทยลุ้นนายกฯ ปิดดีลมาเลเซีย 8 ก.ค. เร่งปลดล็อกนำเข้าภายใน 30 วัน
EXIM BANK เปิดหลักสูตร EXIM 2X รุ่น 3 เฟ้นนักธุรกิจลุยเวทีการค้าโลก
Uncategorized EXIM BANK เปิดหลักสูตร EXIM 2X รุ่น 3 เฟ้นนักธุรกิจลุยเวทีการค้าโลก
ไร่ละ 1,000 บาท ถึงมือชาวนา 4.5 ล้านครัวเรือน เกษตรฯ ชี้ช่วยลดต้นทุน-ดันผลผลิตเพิ่ม
Economic ไร่ละ 1,000 บาท ถึงมือชาวนา 4.5 ล้านครัวเรือน เกษตรฯ ชี้ช่วยลดต้นทุน-ดันผลผลิตเพิ่ม
FETCO ชี้สูตรใหม่ TISA ไม่มีตัวคูณลดหย่อนภาษี รอคลังเคาะวงเงิน-เริ่มใช้
Finance FETCO ชี้สูตรใหม่ TISA ไม่มีตัวคูณลดหย่อนภาษี รอคลังเคาะวงเงิน-เริ่มใช้
“น้ำมันพืชตรากุ๊ก” ผนึกกำลัง SCGP เปิดโครงการ“ห้องสมุดสีเขียว”
SD “น้ำมันพืชตรากุ๊ก” ผนึกกำลัง SCGP เปิดโครงการ“ห้องสมุดสีเขียว”
ตั้งอนุฯ แก้ปัญหาพิพาทที่ดินเกาะหลีเป๊ะ​ วางกรอบทำข้อมูล 60 วัน​ ก่อนชงนายกฯ
Politics ตั้งอนุฯ แก้ปัญหาพิพาทที่ดินเกาะหลีเป๊ะ​ วางกรอบทำข้อมูล 60 วัน​ ก่อนชงนายกฯ
พิพัฒน์ ยังไม่ตั้ง ‘เลขาฯ’ คนใหม่ รอ ‘รัชพงศ์’ พิสูจน์ตัวเอง ยันผิดไม่ปกป้อง
Politics พิพัฒน์ ยังไม่ตั้ง ‘เลขาฯ’ คนใหม่ รอ ‘รัชพงศ์’ พิสูจน์ตัวเอง ยันผิดไม่ปกป้อง
สว.ไฟเขียว ‘พ.ร.บ.โอนงบฯ’ รัฐบาล แจงจะใช้ให้โปร่งใส ไม่ทำเพื่อเอื้อการเมือง
Politics สว.ไฟเขียว ‘พ.ร.บ.โอนงบฯ’ รัฐบาล แจงจะใช้ให้โปร่งใส ไม่ทำเพื่อเอื้อการเมือง
ดูทั้งหมด

มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย) ร่วมกับ กรมสุขภาพจิต นำเสนอผลวิจัย ชี้ เด็กเพศหลากหลายเสี่ยงซึมเศร้า-ฆ่าตัวตายสูงเกินกว่าครึ่ง

07 พ.ย. 2565 | 12:32น.

4 พฤศจิกายน 2565 – มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย) หรือ Save the Children (Thailand) Foundation ร่วมกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดงาน ‘HEARTS MATTER: สุขภาพใจเยาวชนเพศหลากหลาย’ ขึ้น ณ สามย่าน โค-ออป เพื่อนำเสนอผลวิจัยเรื่องสุขภาพจิตในกลุ่มเยาวชนเพศหลากหลาย ที่ได้ร่วมจัดทำโดยมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รวมถึงได้มีจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “อุปสรรคและการก้าวไปข้างหน้าเพื่อสุขภาพจิตที่ดีของเด็กและเยาวชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ” โดยมีผู้ร่วมเสวนาอย่าง หมอโอ๋-พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น และคลินิกเพศหลากหลายในวัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี อ.สกล โสภิตอาชาศักดิ์ คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในทีมวิจัย ทิพย์ – พรทิพย์ รุ่งเรือง รองประธานเครือข่ายเยาวชนชาติพันธุ์เพื่อการพัฒนา ตัวแทนเยาวชนกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ที่กล่าวถึงประเด็นเชิงอัตลักษณ์ทับซ้อนในบริบทชุมชนชาติพันธุ์ไร้สัญชาติ ที่ไม่มีพื้นที่ในการพูดคุยเรื่องของความหลากหลายทางเพศและสุขภาพจิต และ ดำเนินรายการโดย พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์

ภายในงาน คุณประเสริฐ ทีปะนาถ ผู้อำนวยการมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย) ได้กล่าวต้อนรับผู้มาร่วมงาน พร้อมทั้งกล่าวถึงพันธกิจของมูลนิธิฯในประเด็นด้านความหลากหลายทางเพศว่า “เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินงานเพื่อให้เด็กทุกคนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้เข้าถึงสิทธิทางการศึกษา และได้รับการปกป้องคุ้มครองจากความรุนแรงทุกรูปแบบ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่สำหรับเด็กทุกคน ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญในการจัดการกับความเหลื่อมล้ำทางเพศที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิเด็ก เพื่อให้เด็กทุกคน ไม่ว่าจะมีตัวตนทางเพศ รสนิยมทางเพศ การแสดงออก หรือเพศสรีระอย่างไร ก็ต้องสามารถเข้าถึงสิทธิอย่างเท่าเทียม”

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ผู้เป็นประธานในงาน กล่าวว่า “จากผลการประเมิน Mental Health Check In โดยกรมสุขภาพจิต ในรอบ 6 เดือน ที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 34,579 คน มีปัญหาสุขภาพจิตที่สำคัญ คือ มีความเครียดสูง เสี่ยงซึมเศร้าและเสี่ยงฆ่าตัวตายสูงกว่าทุกกลุ่มวัย โดยส่วนหนึ่งเกิดจากวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด-19”

“เด็กและเยาวชนก็ได้รับผลกระทบทางสุขภาพจิตมากขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนผู้มีความหลากหลายทางเพศยิ่งมีความทุกข์ใจมากขึ้น ทั้งจากการขาดแรงสนับสนุนอย่างกลุ่มเพื่อน การที่ไม่สามารถแสดงออกถึงตัวตนที่บ้านได้ หรือแม้แต่เจอเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวต่อตนเอง เด็กและเยาวชนบางส่วนยังถูกกดดัน หรือถูกทำร้ายจากคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว โรงเรียน หรือคนในชุมชน เพียงเพราะไม่ได้เป็นไปตามค่านิยมที่สังคมคาดหวัง”

งานวิจัย สุขภาพจิตและสุขภาวะของเด็กและเยาวชนผู้มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย ที่นำเสนอในงาน ได้ศึกษาประเด็นดังกล่าวในกลุ่มเยาวชนหลากหลายทางเพศ อายุ 15-24 ปีในประเทศไทย ผ่านแบบสอบถามออนไลน์จำนวน 3,094 คน และสัมภาษณ์ออนไลน์ 38 คน ผลวิจัยพบว่า 70-80% ของผู้เข้าร่วมมีอาการวิตกกังวลและซึมเศร้า โดยเยาวชนกลุ่มนี้ถูกกระทำความรุนแรงในหลายรูปแบบ เช่น 75.8% เคยถูกล้อเลียน 42.4% เคยถูกบังคับให้พยายามเปลี่ยนตัวตนทางเพศ และเกินครึ่งเคยถูกคุกคามทางเพศทั้งออนไลน์และต่อหน้า ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ เกินครึ่งของผู้เข้าร่วมเคยคิดฆ่าตัวตายในปีที่ผ่านมา

ดร. Timo Tapani Ojanen จากคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัวแทนคณะวิจัยได้แสดงข้อกังวลว่า “ผลงานวิจัยเราแสดงให้เห็นชัดเจนว่าการถูกกระทำความรุนแรง การถูกเลือกปฏิบัติ และการถูกบังคับให้พยายามเป็นเพศตามกรอบของสังคมล้วนมีผลเสียต่อสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนหลากหลายทางเพศ นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามเกินครึ่งรู้สึกว่าในปีที่ผ่านมาเขาพบปัญหาในระดับที่เขาควรไปรับบริการสุขภาพจิต แต่จากกลุ่มนี้ มีแค่ 1 ใน 5 ที่ได้ไปรับบริการ ซึ่งก็สะท้อนปัญหาต่างๆ ในการเข้าถึงบริการเหล่านี้ คิดว่าในภาพรวมแล้ว เราควรพยายามทั้งลดต้นเหตุของปัญหาสุขภาพจิตที่ได้กล่าวถึง และเพิ่มตัวเลือกในการรับบริการสุขภาพจิตที่เด็กและเยาวชนหลากหลายทางเพศเข้าถึงได้จริงและสะดวกใจในการใช้บริการ”

ทิพย์ – พรทิพย์ รุ่งเรือง รองประธานเครือข่ายเยาวชนชาติพันธุ์เพื่อการพัฒนา ได้ส่งเสียงสะท้อนแทนเยาวชนกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศว่า “การที่เราไม่ใช่หญิงหรือชายไม่ใช่โรค แต่เป็นความหลากหลายที่สมบูรณ์ ปัญหาสุขภาพจิตของพวกเราไม่ได้เกิดจากการมีความหลากหลายทางเพศ แต่เกิดจากแรงกดดันภายนอก และการไม่ได้รับการโอบกอดจากสังคมอย่างแท้จริง” ทิพย์ยังได้เน้นย้ำแนวทางการแก้ปัญหาสุขภาพจิตว่า “ความรักความอบอุ่นและการสนับสนุนที่เป็นมิตร สถาบันครอบครัวและสถานศึกษา ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพวกเรา อยากให้บรรจุความหลากหลายทางเพศเข้าไปอยู่ในหลักสูตรการเรียนวิชาสุขศึกษา”

พญ.อัมพรได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “การป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตยังคงประเด็นสำคัญที่สุด ซึ่งหมายถึงการสร้างการยอมรับและการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้แสดงออกถึงตัวตนของตัวเองอย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน โรงเรียน ชุมชน หรือทุกที่ในสังคม รวมถึงการได้รับบริการทางสุขภาพจิตที่เป็นมิตรและเข้าถึงได้”