เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ส่องคอนโดฯหรู ‘อัปเปอร์เฮาส์’ 6 เดือนกวาด 100 ยูนิต ‘หมื่นล้าน’ 
Real Estate ส่องคอนโดฯหรู ‘อัปเปอร์เฮาส์’ 6 เดือนกวาด 100 ยูนิต ‘หมื่นล้าน’ 
ค่าเงินบาทวันนี้ (26 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.77 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (26 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.77 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ : ลดแรงหนุนดอลลาร์ เพิ่มความเสี่ยงการคลัง ?
Finance เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ : ลดแรงหนุนดอลลาร์ เพิ่มความเสี่ยงการคลัง ?
‘อินเด็กซ์’ ผุดสปอร์ตคลับ เสริมแกร่งคอมมิวนิตี้มอลล์ 
Business ‘อินเด็กซ์’ ผุดสปอร์ตคลับ เสริมแกร่งคอมมิวนิตี้มอลล์ 
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ต.ค. 69) ปรับลง 0.89% อยู่ที่ 80,079 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ต.ค. 69) ปรับลง 0.89% อยู่ที่ 80,079 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (26 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (26 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
รัฐบาล โต้ข่าวปลอม “โอนค่าน้ำชา 7 ล้านให้อนุทิน“ คาดต้นทางอยู่ ตปท.
Politics รัฐบาล โต้ข่าวปลอม “โอนค่าน้ำชา 7 ล้านให้อนุทิน“ คาดต้นทางอยู่ ตปท.
แผนแก้หนี้กองทุนน้ำมัน รีดโรงกลั่น-ขอเงินคลังแทนภาษี
Economic แผนแก้หนี้กองทุนน้ำมัน รีดโรงกลั่น-ขอเงินคลังแทนภาษี
โตโยต้า วอนรัฐเร่งมาตรการภาษีรถกระบะฟื้นยอด
Automotive โตโยต้า วอนรัฐเร่งมาตรการภาษีรถกระบะฟื้นยอด
กลับมาอีกครั้ง ‘เพลินจิตแฟร์’@โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา
SD กลับมาอีกครั้ง ‘เพลินจิตแฟร์’@โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา
ดูทั้งหมด

สว.ไฟเขียว ‘พ.ร.บ.โอนงบฯ’ รัฐบาล แจงจะใช้ให้โปร่งใส ไม่ทำเพื่อเอื้อการเมือง

06 ก.ค. 2569 | 12:09น.
สว.ไฟเขียว 'พ.ร.บ.โอนงบฯ' รัฐบาล แจงจะใช้ให้โปร่งใส ไม่ทำเพื่อประโยชน์การเมือง

วุฒิสภา เห็นชอบ พ.ร.บ.โอนงบฯ ‘ภราดร’ แจงจะใช้เงินให้โปร่งใส-ตรวจสอบได้ ไม่ใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของรัฐบาล-พรรคการเมือง-พวกพ้อง

นายภราดร ปริศนานนันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า การออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ครั้งนี้ รัฐบาลเข้ามารับตำแหน่งหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีสถานการณ์สงครามที่ตะวันออกกลางก่อนมีรัฐบาลใหม่

ซึ่งหลังจากนั้นสิ่งที่ตามมาคือปัญหาเรื่องพลังงาน โดยประเทศไทยพลังงานส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ และไม่สามารถผลิตน้ำมันเองได้ ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งรัฐบาลรักษาการขณะนั้นได้ตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน และใช้เงินกองทุนน้ำมันฯทำให้กองทุนน้ำมันฯติดลบเกือบ 6 หมื่นล้านบาท

และรัฐบาลเห็นแล้วว่า ด้วยสถานการณ์ที่มีปัญหา รัฐบาลไม่สามารถใช้กองทุนอุ้มได้ต่อไป จึงต้องลอยตัวน้ำมัน ทำให้ราคาสินค้าในท้องตลาดราคาสูงขึ้นตามต้นทุน คือวิกฤตที่เกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลนี้กำลังเข้ามารับหน้าที่อย่างเต็มรูปแบบ

นายภราดรกล่าวต่อว่า การเขียนและออกนโยบาย รัฐบาลเราได้บรรจุความสำคัญของการโอนงบประมาณ เพราะรู้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเงินที่มีอยู่ในมือ ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาวิกฤตที่เกิดขึ้นจากสงครามตะวันออกกลางได้ จึงต้องหาแหล่งเงินมาเติมในส่วนของรัฐบาล เพื่อดูแลประชาชน จึงเจอ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณฯ ซึ่งเขียนเอาไว้ในนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐรัฐสภา

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลคาดไว้ตอนต้นว่าจะได้เงินสัก 8 หมื่นล้านบาท-1 แสนล้านบาท หากได้ตอนนั้นก็เพียงพอที่จะเยียวยาประชาชน ควบรวมกับงบฯกลางที่เหลืออยู่ในกระเป๋า ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2 หมื่นกว่าล้านบาท รวมแล้วน่าจะมีเงินไปเยียวยาประชาชนเกือบ 1.5 แสนล้านบาท น่าจะเพียงพอ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เราไม่สามารถเอา พ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ได้ทันที ในเดือนเมษายน ติดเรื่องข้อกฎหมายที่ไม่สามารถโอนได้ทันที จึงจำเป็นต้องขยับเวลาออกมา

นายภราดรกล่าวด้วยว่า ดังนั้นตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนจนถึงวันที่ 2 มิถุนายน เวลาเดือนกว่า ๆ หน่วยงานราชการที่เขารู้ว่า รัฐบาลนี้กำลังโอนงบประมาณกลับเข้ามาเพื่อเยียวยาประชาชน สิ่งที่หน่วยงานราชการทำ ก็เข้าใจ ไม่มีใครอยากถูกตัดลด หรือโอนงบประมาณกลับมา หลังจากที่ได้รับจัดสรรไปแล้ว ไม่มีหน่วยงานไหนที่เต็มใจที่จะคืนเงินให้กับรัฐบาลกลางในการบริหารจัดการแบบอื่น

จึงเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ ตัวเลขการเบิกจ่ายไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ตัวเลขการเบิกจ่ายสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 6-7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 และ 3 เมื่อปีที่แล้ว จึงเป็นสัญญาณที่บอกว่า ไม่มีหน่วยงานราชการไหนที่อยากโอนเงินคืนให้กับรัฐบาล จึงพยายามเร่งรัดใช้ และเป็นเหตุผลว่าจากการคาดการณ์เดิม ทำให้ลดลงเหลือเพียง 1.03 หมื่นล้านบาท

นายภราดรกล่าวอีกว่า สำหรับหลักเกณฑ์การโอนว่า จะดึงรายจ่ายประจำที่ยังไม่เบิกจ่ายและไม่มีข้อผูกพัน รายจ่ายการลงทุนเป็นรายจ่ายปีเดียว รายการผูกพันข้ามปี รายการงบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณพิจารณาว่าสามารถชะลอการดำเนินการได้ รายการของหน่วยงานของรัฐสภา หน่วยงานของศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ องค์กรมหาชน และหน่วยงานของรัฐที่ได้รับงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนและหมุนเวียน เชื่อว่าโครงการที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้จึงเป็นเกณฑ์ที่เรานำมากำหนดในการพิจารณาเรื่องนี้

นายภราดรกล่าวด้วยว่า ส่วนโครงการของกระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ที่ได้มีการดึงงบประมาณกลับมา ส่วนโครงการข้ามปีก็จะอยู่ที่กระทรวงคมนาคม และกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยโครงการยังอยู่ ไม่ได้หายไป ดึงกลับมาเพียงแค่บางส่วน

ซึ่งจากเดิมตั้งงบประมาณไว้ 20% ก็ดึงกลับมาให้เหลือ 10-15% และคำถามที่ว่า หากดึงกลับมาแล้วจะมีปัญหาหรือไม่ งบฯที่เราดึงออกมา จะใส่ไว้ในงบฯกลาง ในหมวดจำเป็นฉุกเฉินเร่งด่วน ซึ่งด้วยสถานการณ์สงครามเราไม่รู้ว่าจะยืดเยื้อไปถึงเมื่อไหร่ รอขนาดนี้เราได้ออกพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทไปแล้ว

และหลังจากนี้เราไม่แน่ใจในสถานการณ์ภายในประเทศ ทั้งสงครามจากเพื่อนบ้านด้วย ภัยพิบัติที่อาจจะเกิดเกิดขึ้นในในช่วงปลายปี อย่างปัญหาอุทกภัย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประเมินว่าอาจจะไม่มีผลกระทบจากเรื่องน้ำท่วม แต่อาจจะเกิดฝนตก และฝนทิ้งช่วงได้ส่วนจะมีปัญหาในการนำเงินงบประมาณไปแก้ปัญหาเร่งด่วนนั้น ก็เป็นการเตรียมการนำเงินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาเตรียมไว้ตรงงบฯกลาง เพื่อหากเกิดเหตุฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนรัฐบาล จะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที และหากถามว่าทำไมไม่ทำตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2569 รัฐบาลนี้ไม่ได้เป็นคนทำงบประมาณปี 2569

นายภราดรกล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการพูดถึงแผนการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์น้ำท่วมที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตนมองว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ซึ่งเราได้มีการเตรียมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมชลประทาน สทนช. และนายกรัฐมนตรีก็ความเป็นห่วงเป็นใย และได้เตรียมการกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น

และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว ปัญหาหลักใหญ่ คือเรื่องการแจ้งเตือนประชาชน เรื่องการอพยพ เราปฏิเสธภัยธรรมชาติไม่ได้ แต่สิ่งที่ตนเชื่อว่าเป็นบทเรียนของทางรัฐบาล ท้องถิ่น และประชาชนคือการเตรียมความพร้อม เมื่อมีภัยมา ใครต้องทำอะไร อย่างไร เชื่อว่าหน่วยงานภาครัฐ ประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีบทเรียน แล้วและเตรียมการในการอพยพให้มีประสิทธิภาพมากกว่าปีที่ผ่านมา

“ในฐานะตัวแทนรัฐบาลขอบคุณสำหรับทุกข้อสังเกต ทุกข้อห่วงใย ที่ฝากถึงรัฐบาล และหากลงมติเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณฉบับนี้ ตามที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอมา เราจะพยายามใช้เงินงบประมาณของประชาชนให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด และที่สำคัญจะทำให้ถึงมือพี่น้องประชาชนมากที่สุด ด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และที่สำคัญเราจะไม่ใช้เงินงบประมาณไปเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของรัฐบาล ของพรรคการเมืองหรือของพวกตัวเอง” นายภราดรกล่าว

จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติ โดยเห็นชอบ 146 เสียง ไม่เห็นชอบ 4 เสียง และงดออกเสียง 20 เสียง ถือว่าร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ ผ่านการพิจารณาและเข้าสู่กระบวนการประกาศใช้ต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วุฒิสภา