ปี 2562-2564 ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกมียอดขายปลีกประมาณ 131,000-135,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5 ล้านล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 6.6% พร้อมคาดการณ์ว่า เมื่อเศรษฐกิจเริ่มกลับมาพลิกฟื้น ในปี 2564-2569 อัตราการเติบโตจะขยับไปที่ 7.1%
หากมองดูเพียงตัวเลข อาจจะไม่ได้พุ่งสูงเหมือนกับอุตสาหกรรมอื่นๆ แต่ถ้าเจาะลงไปถึงว่าเป็นอาหารสำหรับแมวที่คาดว่าจะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีถึง 8.2% และอาหารสุนัข 7.6%
บวกกับเทรนด์การดูแลสัตว์เลี้ยงแบบ ‘Pet Humanization’ ที่น้องหมาน้องแมวได้รับความรักและเอาใจใส่เหมือนลูก ทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงกลุ่มพรีเมียมคุณภาพสูง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารชนิดเปียก มีการคิดค้นสูตรผสมเพื่อให้เหมาะกับวัยและสายพันธุ์ ไปจนถึงสูตรเฉพาะโรคต่างๆ
เป็นที่มาของประมาณการตัวเลขอาหารแมวและสุนัขชนิดเปียก ที่มีแนวโน้มอัตราเติบโตถึง 10.7% ต่างจากอาหารแมวและสุนัขชนิดแห้งกว่าเท่าตัว
ส่งผลให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงมาแรง และมีแนวโน้มเติบโตไม่หยุดอย่างน่าจับตา!
‘ITC’ แฟลกชิพธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงกลุ่มไทยยูเนี่ยน
เมื่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงอยู่ในช่วงเวลาการเติบโตขั้นพื้นฐานที่แข็งแกร่ง บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ‘ITC’ แฟลกชิพของธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงของกลุ่มไทยยูเนี่ยน จึงพร้อมก้าวสู่อีกขั้นของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลก

ด้วยการเตรียมเปิดขายไอพีโอ เพื่อระดมทุนปรับปรุงโรงงานทั้งสองแห่งให้ทันสมัย ทั้งระบบและเครื่องจักรอัตโนมัติ โดยนอกจากขยายกำลังการผลิตแล้ว บริษัทยังมีแผนขยายระบบโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนการผลิต พร้อมกับลงทุนในระบบคลังสินค้าและติดฉลากอัตโนมัติ รวมถึงต่อยอดศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ อีกส่วนหนึ่งนำไปชำระคืนเงินกู้ยืม กับใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
ความน่าสนใจของ ITC อยู่ที่การเป็นผู้นำในการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก เป็นอันดับ 2 ของเอเชีย และเป็นผู้นำการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดเปียกอันดับ 4 ของโลก จากการทำธุรกิจรับผลิตสินค้า (OEM) เกี่ยวกับอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างครบวงจรให้แบรนด์ชั้นนำระดับโลกมากมาย
ผลิตและจัดจำหน่ายพร้อมส่งออกกว่า 45 ประเทศทั่วโลก ตลาดหลักอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ทวีปยุโรป เอเชีย และภูมิภาคโอเชียเนีย รวมถึงมีแบรนด์ของตัวเอง ได้แก่ Bellotta, Marvo, ChangeTer, Calico Bay และ Paramount
จากการทำงานร่วมกันระหว่างทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ กับพันธมิตรด้านนวัตกรรม ทำให้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นในปีที่ผ่านมามีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ถึง 1,356 รายการ
โรงงานผลิตของ ITC มี 2 แห่ง ที่ จ.สมุทรสาคร และ จ.สงขลา มีกำลังการผลิตรวมกว่า 172,786 ตันต่อปี ได้มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย ทำให้ได้รับการรับรองทั้ง GMP, HACCP และ BRC Global Standard for Safety รวมไปถึงมาตรฐานผลิตภัณฑ์ระดับสากลของ AAFCO, FEDIAF และ PFIAA
การอยู่ในกลุ่มไทยยูเนี่ยน ซึ่งเป็นผู้ผลิตปลาทูน่าแปรรูปรายใหญ่ของโลก จึงเป็นที่มั่นใจว่าจะมีวัตถุดิบป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตอย่างสม่ำเสมอ โดยในปี 2562-2564 ปลาทูน่าเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารสัตว์ มีสัดส่วน 43-49% ของปริมาณวัตถุดิบทั้งหมด
เพิ่มความหลากหลายผลิตภัณฑ์ ขยายมาร์เก็ตแชร์ต่างประเทศ
ITC มีแผนเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด ด้วยการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ตั้งเป้าขยายทีมขายและทีมสนับสนุนทางธุรกิจไปยังประเทศในทวีปยุโรป สหรัฐอเมริกา และจีน ซึ่งเป็นตลาดหลัก รวมถึงวางแผนให้บริการด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และด้านกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ให้ประเทศในแถบยุโรปและจีนมากขึ้น

ด้วยแนวโน้มอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงสำหรับร้านค้าปลีกที่มีแบรนด์เป็นของตนเอง มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง บริษัทจึงมีการทำงานร่วมกับเจ้าของแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงและบริษัทค้าปลีกชั้นนำหลายรายในต่างประเทศ บวกกับปีที่ผ่านมาได้มีการทำสัญญาซื้อขายสินค้ากับหนึ่งในบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 171 ชนิดไปเมื่อครึ่งปีแรกของปีนี้
สำหรับจีนซึ่งเป็นตลาดใหม่ของกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกระดับพรีเมียม เทรนด์การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบ Pet Humanization กำลังโต การใช้จ่ายของเจ้าของสัตว์เลี้ยงเฉลี่ยโตสูงถึง 21.5% ในช่วงปี 2559-2564 คาดว่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในจีนจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 19.8% ภายใน 5 ปี (2564-2569) ขณะที่ก่อนหน้านี้ บริษัทส่งออกในสัดส่วนเพียง 3.2% ของยอดขายรวม แสดงให้เห็นว่ายังมีช่องว่างในการเติบโตอีกมาก
ยกระดับนวัตกรรมอาหารพรีเมียม ตอบโจทย์สุขภาพสุนัข-แมว
ITC มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ขั้นสูงที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ รวมถึงยกระดับอาหารสัตว์เลี้ยงให้เป็นอาหารระดับพรีเมียมในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโลก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มวิตามินสำหรับแมว และขนมสำหรับสุนัขแบบแท่ง ที่มีคุณสมบัติเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บำรุงไต บำรุงกระดูกและข้อต่อ ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะวางจำหน่ายภายในปี 2566 เช่น เอนไซม์หรือคอลลาเจนช่วยเสริมสร้างระบบทางเดินอาหาร ซุปกระดูกช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน มูสโปรตีนทูโทนช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมอง เป็นต้น
ปีที่ผ่านมา ศูนย์นวัตกรรมไทยยูเนี่ยน หรือ GIC ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่อ UniQ®BONE ซึ่งเป็นผงกระดูกผลิตจากก้างปลาทูน่าบดละเอียดให้เป็นผงสีขาวละเอียดไม่มีรสและกลิ่น สำหรับนำไปใช้เป็นส่วนประกอบเพื่อเพิ่มสารอาหารสำคัญ นอกจากนี้ ITC เตรียมเปิดศูนย์ปฏิบัติการทดสอบพฤติกรรมและความชอบของแมว i-Tail Cattery ที่เป็นมากกว่า R&D ภายในปีนี้
ขยายตัวต่อเนื่องสูงกว่าอัตราเฉลี่ย
ปีที่ผ่านมา ITC มีปริมาณขายเสมือนรวมปีอยู่ที่ 102,821 ตัน อัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% ขณะที่ยอดขายเสมือนรวมทำได้ที่ 14,529 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 15% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงสำหรับช่วง 3 ปี หากเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีเพียง 6.6%
มีกำไรสุทธิเสมือนเพิ่มขึ้นจาก 1,695 ล้านบาทในปี 2562 เป็น 2,721 ล้านบาทในปี 2564 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 26.7%
ทั้งยังมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เสมือน เพิ่มขึ้นจาก 2,162 ล้านบาท เป็น 3,317 ล้านบาท ในระยะเวลาเดียวกัน คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 23.9%
และหากย้อนไปในปี 2563 ITC เป็นบริษัทที่มีอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงที่สุดในกลุ่มผู้นำการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดเปียก 5 อันดับแรกของโลก จากรายงานข้อมูลตลาดอิสระของ Frost & Sullivan

ขายไอพีโอ 660 ล้านหุ้น จ่ายปันผลร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิ
ในการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ITC ได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนรวมไม่เกิน 660,000,000 หุ้น คิดเป็น 22% ประกอบด้วยหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทจำนวน 600,000,000 หุ้น และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยไทยยูเนี่ยน จำนวนไม่เกิน 60,000,000 หุ้น คาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายวันแรกภายในปีนี้ และมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิ
ITC ได้เตรียมจัดโรดโชว์ข้อมูลการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00-12.15 น. ณ ห้องอีเทอร์นิตี้ บอลรูม โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ (รางน้ำ) นับเป็นการจัดไอพีโอโรดโชว์เต็มรูปแบบครั้งแรกในแวดวงตลาดทุนของไทยหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสถึงจุดเด่นและความน่าสนใจของหุ้น ITC อย่างใกล้ชิด มาทำความรู้จัก ไอ-เทล ผ่านนิทรรศการที่จำลองประสบการณ์ในการวิจัยพัฒนานวัตกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงอันล้ำสมัยของ ไอ-เทล i-Cattery และแล็บวิจัยพฤติกรรมและความชอบของสัตว์เลี้ยงตามคอนเซ็ปต์ Pet-Centric สนุกสนานกับบรรยากาศ Dog Park และสัมผัสความน่ารักของน้องหมาและน้องแมวที่มาร่วมโชว์ตัวภายในงาน สำหรับนักลงทุนที่สนใจร่วมรับฟัง สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ www.i-Tail.com/investors หรือร่วมรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook LIVE ได้ที่ Facebook:i-Tail Corporation โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า
ที่มา : ข้อมูลตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโลกและการจัดอันดับเชิงมูลค่าอ้างอิงจาก Frost & Sullivan, www.petfoodindustry.com ณ ปี 2564
ข้อมูลทางการเงินของบริษัท จากงบการเงินเสมือนสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 และ สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 และ 2565
หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน, ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ในประเทศไทยเท่านั้น และไม่ถือเป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ ห้ามมิให้มีการทำซ้ำ ส่งต่อ หรือเผยแพร่เอกสารฉบับนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต