สส.เปิดคอร์สติวเข้ม ทสจ. เสริมสร้างความเข้าใจพี่เลี้ยงเครือข่ายฯ
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชู 4 ปัจจัยสู่ความสำเร็จที่ต้องร่วมมือ เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้าใจพี่เลี้ยงเครือข่ายและบูรณาการขับเคลื่อนเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน แก่ ทสจ. ทั่วประเทศ รวม 120 คน ระหว่างวันที่ 14 – 16 ธ.ค. ที่โรงแรมมารวย การ์เด้น

วันนี้ ( 15 ธ.ค.65 ) นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้าใจพี่เลี้ยงเครือข่ายและบูรณาการขับเคลื่อนเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน โดยมีนายวัฒน์ ทาบึงกาฬ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กล่าวรายงาน ท่ามกลางผู้เข้าร่วมประชุม 120 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 16 ธันวาคม 2565 ในรูปแบบการบรรยาย การฝึกปฏิบัติ และกิจกรรมเพื่อเสริมพลังการขับเคลื่อนการดำเนินงานเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ณ โรงแรมมารวย การ์เด้น กรุงเทพมหานคร

นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า การจัดประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน แนวทางการบูรณาการขับเคลื่อนงานตามภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน แผนงานที่จะดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 รวมทั้งสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเมือง Carbon Neutrality การเสริมพลังการขับเคลื่อนการดำเนินงานเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนอย่างบูรณาการ พร้อมทั้ง การฝึกปฏิบัติการใช้งานระบบประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนด้วยตนเอง (Self-Assessment Report : SAR) และระบบเชื่อมโยงแก่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศในการสร้างความเข้าใจกรอบแนวคิด เกณฑ์ชี้วัด การจัดเก็บข้อมูล การประเมินผล และการพัฒนาต่อยอดเป็นฐานข้อมูลของเมือง (City Profile) ที่มีประสิทธิภาพในอนาคต และช่วยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถกำหนดนโยบายและทิศทางการพัฒนาเมืองอย่างเหมาะสมและยั่งยืน มีการดำเนินกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องมุ่งสู่เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยต่อไป

ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่ได้ถ่ายทอดจากระดับนโยบายสู่การปฏิบัติจริงในระดับชาติ ประเทศ จนถึงระดับท้องถิ่น ผ่านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการต่างๆ ในปี 2565 ที่ผ่านมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ปรับกระบวนทัศน์ในการดำเนินงาน ด้วยการมุ่งเป้าหมาย และเตรียมความพร้อมประเทศไทยก้าวเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2065 ได้ปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ เพื่อรองรับภารกิจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยปรับชื่อ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็น“กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หรือ Department of Climate Change and Environment”
นายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การสร้างความร่วมมือขับเคลื่อนงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ 76 จังหวัด และขยายพื้นที่ดำเนินงาน “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” ถือเป็นภารกิจที่สำคัญ ซึ่งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด หรือ ทสจ. คือ กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานในระดับพื้นที่ ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางด้านเทคนิควิชาการ ส่งเสริมสนับสนุน และผลักดันให้ท้องถิ่นเกิดการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งติดตามประเมินผลการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองยั่งยืนในท้องถิ่น ที่เป็นแบบอย่างที่ดี ในระดับจังหวัด
“ทั้งนี้ ปัจจัยสู่ความสำเร็จที่เราต้องร่วมมือกัน มี 4 ปัจจัย คือ ปัจจัยแรก การปรับตัว ปรับชีวิต ปรับวิถีการทำงานพร้อมรับนโยบายการเปลี่ยนแปลง มุ่งผลลัพธ์ มีความยืดหยุ่น คล่องตัว สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ทันท่วงที ปัจจัยที่สอง ประชาชนเป็นศูนย์กลาง เข้าใจ เข้าถึง และสร้างสานความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่ทุกภาคส่วน ทั้งชุมชน ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้มแข็งระดับพื้นที่ โดยตั้งเป้าหมายมุ่งสู่การปรับตัวและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกัน ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินกิจกรรมในพื้นที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปัจจัยที่สาม การสื่อสารรูปแบบใหม่ที่มีความกระชับ ฉับไว เข้าใจง่าย ตรงประเด็น และเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และปัจจัยที่สี่ การพัฒนาเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ยืดหยุ่น รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จำเป็นต้องนำเทคโนโลยี นวัตกรรมการพัฒนาเมืองที่ทันสมัยมาดำเนินกิจกรรมสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเมือง รวมถึงการใช้ Platform ดิจิทัลที่เหมาะสมในการอนุรักษ์ พื้นที่สีเขียว บริหารจัดการมลพิษ ทั้งด้านน้ำ อากาศและขยะ รวมถึงการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ” อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าว