เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เวิร์กช้อป “เทคนิคบ่มฝึกวานิลลา อย่างมืออาชีพ” เทคโนโลยีชาวบ้าน คึกคัก
Biz Movement เวิร์กช้อป “เทคนิคบ่มฝึกวานิลลา อย่างมืออาชีพ” เทคโนโลยีชาวบ้าน คึกคัก
ราคาทองวันนี้ (2 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,200 บาท
AP กวาดยอดขายมหกรรมบ้าน 3,040 ล้าน ดันยอด 10 เดือนทะลุ 41,500 ล้าน
Real Estate AP กวาดยอดขายมหกรรมบ้าน 3,040 ล้าน ดันยอด 10 เดือนทะลุ 41,500 ล้าน
อนุทิน โต้ปมล็อกสเป็ก ‘โซลาร์ประชาชน’ มั่นใจยุคนี้ไม่มีใครกล้า
Politics อนุทิน โต้ปมล็อกสเป็ก ‘โซลาร์ประชาชน’ มั่นใจยุคนี้ไม่มีใครกล้า
Nespresso x Swarovski นับถอยหลังคริสต์มาส กาแฟลิมิเต็ด-แอ็กเซสซอรี
News Nespresso x Swarovski นับถอยหลังคริสต์มาส กาแฟลิมิเต็ด-แอ็กเซสซอรี
TRUE โชว์ผลงาน Q3/2569 กำไรสุทธิ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.2 เท่า
Tech TRUE โชว์ผลงาน Q3/2569 กำไรสุทธิ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.2 เท่า
เนเน่ รอยัล x OZONE โชว์เต็มวงครั้งแรกที่ Happitat
Biz Movement เนเน่ รอยัล x OZONE โชว์เต็มวงครั้งแรกที่ Happitat
ร้านค้าออนไลน์ เตรียมลงทะเบียน พาณิชย์ลด GP 3 แพลตฟอร์ม เริ่มใช้ 1 ธ.ค.
Economic ร้านค้าออนไลน์ เตรียมลงทะเบียน พาณิชย์ลด GP 3 แพลตฟอร์ม เริ่มใช้ 1 ธ.ค.
บอนด์ออมพลัส ปีงบ’70 ลอตแรก 4 พันล้าน เต็มวงเงิน เตรียมจำหน่ายรอบถัดไป 20 พ.ย.นี้
Finance บอนด์ออมพลัส ปีงบ’70 ลอตแรก 4 พันล้าน เต็มวงเงิน เตรียมจำหน่ายรอบถัดไป 20 พ.ย.นี้
PEA เปิดยอดสมัครโซลาร์ภาคประชาชน 42,666 ราย แจงปมเอกสารเชียงใหม่ยังไม่ผ่านอนุมัติ สั่งยกเลิก-ตั้งกรรมการสอบ
Economic PEA เปิดยอดสมัครโซลาร์ภาคประชาชน 42,666 ราย แจงปมเอกสารเชียงใหม่ยังไม่ผ่านอนุมัติ สั่งยกเลิก-ตั้งกรรมการสอบ
ดูทั้งหมด

เฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด ยันตรึงเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2%

15 ธ.ค. 2565 | 19:36น.
ดอลาร์

เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ตามคาด สู่ระดับ 4.25-4.50%  ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี ยันตรึงเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% เจ้าหน้าที่เฟดคาดยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปในปี 2566 

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/12) ที่ระดับ 34.61/63 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (14/12) ที่ระดับ 34.56/58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันพุธ (14/12)ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.50% ตามคาด สู่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี โดยเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 7 ในปีนี้ ซึ่งเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% จำนวน 1 ครั้ง, 0.50% จำนวน 2 ครั้ง และ 0.75% จำนวน 4 ครั้ง ส่งผลให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 4.25% ในปีนี้

และในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดคาดว่าจะยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปในปี 2566 และจะไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจนกว่าจะถึงปี 2567 โดยเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงสุดสู่ระดับ 5.1% ในปีหน้า ก่อนที่จะสิ้นสุดวัฏจักรปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยระดับดังกล่าวเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2550

นอกจากนี้นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยกับสื่อมวลชนภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมนโยบายการเงิน โดยระบุว่า เฟดจะไม่เปลี่ยนแปลงเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% และขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเฟดให้ความสำคัญกับการใช้นโยบายการเงินที่มีการคุมเข้มมากพอที่จะฉุดเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายดังกล่าว

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี (ttb analytics) ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 2566 จะเติบโตได้ 3.6% เร่งตัวขึ้นจากปี 2565 ซึ่งอยู่ที่ 3.2% โดยการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการบริโภคในประเทศ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ดี แม้จะมีผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว

โดยในปี 2566 มีโอกาสที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะสูงกว่าที่มองไว้ จากนักท่องเที่ยวจีน เอเชียใต้ และตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ที่ล่าสุดปลายปี 2565 ได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ที่เข้มงวดภายในประเทศลงแล้ว รวมถึงผ่อนคลายการเดินทางเข้าออกพรมแดนกับฮ่องกง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.60-35.02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.93/95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (15/12) ที่ระดับ 1.0681/82 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวาน (14/12) ที่ระดับ 1.0655/59 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยตลาดยังคงจับตาการประชุมนโยบายการเงินของ ECB โดยคาดการณ์ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.50 สู่ระดับร้อยละ 2.00 ในการประชุมคืนนี้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0606-1.0684 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0613/17 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/12) ที่ระดับ 135.46/49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (14/12) ที่ระดับ 135.05/06 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (15 ธ.ค.) ว่า ยอดนำเข้าเดือน พ.ย.ของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นแซงหน้ายอดการส่งออก ส่งผลให้ญี่ปุ่นขาดดุลการค้าติดต่อกันเป็นเดือนที่ 16

ขณะที่การชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกยังคงส่งผลกระทบต่อการค้าของญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง โดยยอดนำเข้าเดือน พ.ย.พุ่งขึ้น 30.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 27% หลังจากที่พุ่งขึ้น 53.5% ในเดือน ต.ค. เนื่องจากการนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ปรับตัวสูงขึ้น

ขณะที่ยอดส่งออกเดือน พ.ย.ปรับตัวขึ้น 20% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ และชะลอตัวลงจากเดือน ต.ค. ที่ขยายตัว 25.3% ส่งผลให้ญี่ปุ่นมียอดขาดดุลการค้า 2 ล้านล้านเยน (1.476 หมื่นล้านดอลลาร์) ในเดือน พ.ย. ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 135.24-136.79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 16.63/65 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -12.50/-12.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -12.00/-17.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ