เศรษฐกิจดีจริงหรือ ?
คอลัมน์ สามัญสำนึก
โดย สมปอง แจ่มเกาะ
หลังปีใหม่มานี้ ผมได้พบปะพูดคุยกับคนในหลาย ๆ อาชีพ ตามจังหวะ เวลา เท่าที่โอกาสจะเอื้ออำนวยไป ตลาดซื้อกับข้าวก็คุยกับพ่อค้าแม่ขาย นั่งกินส้มตำไก่ย่างข้างถนนก็คุยกับเจ้าของร้าน พร้อม ๆ กับแอบฟังโต๊ะข้าง ๆ เขาคุยกันไปด้วย ไปตัดผมก็คุยกับช่างตัดผม ขึ้นแท็กซี่ก็คุยกับโชเฟอร์ กระโดดขึ้นนั่งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ต้องคุยเสียงดังหน่อย
หัวข้อ “คุย” ส่วนใหญ่เป็นเรื่องใกล้ ๆ ตัวเรานี่แหละ เรื่องทำมาค้าขาย เรื่องปากเรื่องท้อง ลมฟ้าอากาศ อะไรประมาณนี้ ทำให้ได้ข้อคิด มุมมอง และเปิดโลกทัศน์ ได้ความรู้ แถมยังได้มิตรภาพตามมาอีก ตามประสาคนชอบคุย อยากรู้อยากเห็น
ครับ คนทำมาหากินส่วนใหญ่พูดไปในทิศทางเดียวกันว่า ตั้งแต่หลังปีใหม่ขึ้นมา “เงียบมาก”แม่ค้าร้านขายกับข้าวถุงบอกว่า “ขายไม่ค่อยดี คนน้อย”
ด้านแม่ค้าเขียงหมูก็ยอมรับว่า “ขายไม่ดี แต่ก็ยังดีที่ได้พวกแรงงานพม่าที่มาทำงานก่อสร้างมาช่วย เพราะเขาทำกับข้าวกินเอง”
ส่วนคนขับแท็กซี่ก็บ่นว่า “หาเงินยาก คนไม่ค่อยเรียก”
พร้อมขยายความอีกว่า “เดี๋ยวนี้ คนเขาประหยัด ไม่จำเป็นก็ไม่ขึ้นแท็กซี่”
หลายคนยังพูดติดตลกว่า “ไปเที่ยวปีใหม่กลับมา เงินหมด (มั้ง)”
อย่างน้อยที่สุด คำพูดเหล่านี้น่าสะท้อนถึงในแง่รายได้ที่ฝืดเคืองของคนกลุ่มนี้ได้ไม่มากก็น้อย
นี่คือสิ่งที่สัมผัสทุกเมื่อเชื่อวัน แต่อีกด้านหนึ่ง หากย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วก็จะพบว่า หลาย ๆ หน่วยงาน ทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต่างก็บอกว่า เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วง “ขาขึ้น” โดยมีปัจจัยหลักมาจากเรื่องของการส่งออก และการท่องเที่ยว
มาถึงต้นปี หลาย ๆ สำนักก็ออกมาระบุอีกว่า เศรษฐกิจไทยดีเกินคาด จนถึงขนาดว่าจะต้องมีการปรับตัวเลขประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) กันใหม่เลยทีเดียว และมีโอกาสสูงมากที่ปีนี้ จีดีพีจะโตมากกว่า 4% จากเดิมที่คาดว่าน่าจะประมาณ 3.8-3.9%
ล่าสุดก่อนที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะบินไปโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังย้ำว่า “เศรษฐกิจไทยเทกออฟแล้ว และมีโอกาสจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัว”
ภาพ 2 มุมที่เกิดขึ้น อาจเป็นสัญญาณที่พอจะบอกได้ว่าสุขภาพ เศรษฐกิจไทยในวันนี้ยังไม่ดีเท่าที่ควร และมีจุดบอดที่ต้องเร่งแก้ในหลาย ๆ เรื่อง และยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งกำลังซื้อที่ยังไม่เข้มแข็งจากปัญหารายได้และหนี้ภาคครัวเรือน รวมถึงค่าเงินบาทที่ผันผวนแข็งค่า ที่จะส่งผลต่อการส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์หลักโดยตรง
หรือหากจะใช้คำว่า “เศรษฐกิจไทยดีกระจุก แต่จนยังกระจาย” ก็คงไม่ผิดนัก
แม้เศรษฐกิจในภาพรวมจะดีขึ้นบ้าง แต่ก็อย่าเพิ่งไว้วางใจ
อย่างไรก็ตาม ถึงวันนี้ หลาย ๆ คนก็ยังฝากความหวังไว้กับ ช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ ที่คาดว่าการทำมาค้าขายน่าจะกลับมาคึกคักขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยที่สุดเม็ดเงินจากการซื้อเครื่องเซ่นไหว้ การจับจ่ายต่าง ๆ การท่องเที่ยว อั้งเปา เงินแต๊ะเอีย ฯลฯ จะช่วยให้บรรยากาศการจับจ่ายคึกคัก และเงินสะพัดมากขึ้น และหากสามารถลากยาวข้ามไปถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้ ทุกอย่างก็คงจะเข้าที่เข้าทาง จากนั้นไปก็น่าจะเป็นช่วง “ขาขึ้น”
ขณะที่บางคนกลับมองข้ามชอตไปอีกว่า หลังสงกรานต์แล้วอาจจะเงียบลงอีก เพราะหมดเดือนเมษาฯก็จะย่างเข้าเดือนพฤษภาฯ เปิดเทอมใหญ่ ที่หลาย ๆ คนต้องมีภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่จากเรื่องการศึกษาของบุตรหลานที่ยังรออยู่
หากชักหน้าไม่ถึงหลัง ก็เห็นทีจะต้องบากหน้าหันไปพึ่งพาโรงรับจำนำเป็นแน่แท้
ก็ได้แต่เอาใจช่วย และเป็นกำลังใจ
ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ เฮง ๆ รวย ๆ กันทุกคนครับ