“Esso” ปลุกจิตสำนึก คืนทะเลจันท์คงชายหาดงาม
ไม่ใช่แค่ช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้นที่ทรัพยากรธรรมชาติของไทยถูกคุกคาม การป้องปราม และปราบปราม อาจจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หนทางการอนุรักษ์ทรัพยากรอันล้ำค่า จึงต้องมีมากกว่าแนวทางกฎหมาย นั่นคือการสร้างจิตสำนึก
ที่ผ่านมามีการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อดำเนินการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และให้ความรู้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลธรรมชาติ แต่ผลที่เกิดขึ้นกลับมีหลายเรื่องให้สะท้อนใจผ่านหน้าหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยครั้ง
“โครงการล้นเกล้าชาวไทย สถิตในดวงใจนิรันดร์ พัฒนาชายฝั่งทะเลจันท์ เพื่อสานฝันทะเลงาม” เป็นโครงการต่อเนื่องมาจาก โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรปะการังแหลมเสด็จ-เจ้าหลาว ซึ่งดำเนินการในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เริ่มครั้งแรก เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2548 โดยครั้งนั้นมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 2,095 คน จากนั้นกิจกรรมยังคงดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงครั้งที่ 14 ในปีนี้
สำหรับปีนี้มีหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการโครงการทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยอง, คณะเทคโนโลยีทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา, ผู้ประกอบการร้านค้าและที่พักเจ้าหลาว-แหลมเสด็จ และอีกหลายภาคส่วน
“พลากร สุวรรณรัฐ” องคมนตรี ประธานในพิธี กล่าวถึงการจัดกิจกรรมครั้งนี้ว่า โครงการ “ล้นเกล้าชาวไทย สถิตในดวงใจนิรันดร์ พัฒนาชายฝั่ง ทะเลจันท์ เพื่อสานฝันทะเลงาม” ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน และส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.จันทบุรี พร้อมเน้นย้ำการดำเนินการอย่างต่อเนื่องของทุกภาคฝ่าย
“โครงการนี้เป็นโครงการที่มีความต่อเนื่อง เห็นการร่วมมือกันของหลาย ๆ ฝ่าย แต่กิจกรรมต่าง ๆ ไม่ควรเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเพียงปีละครั้ง เพราะในช่วงเวลาอื่น ๆ ยังมีการสร้างขยะจากน้ำมือมนุษย์ หากมีการอนุรักษ์แค่ปีละครั้งทะเลไทยก็น่าเป็นห่วง ดังนั้น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งมีหน้าที่ทางกฎหมาย ต้องเข้ามาดำเนินการเป็นเหมือนเจ้าภาพ และฝากให้เยาวชนมาทำหน้าที่เป็นเหมือนจิตอาสา การร่วมมือของทุกฝ่ายจะนำมาซึ่งอนุรักษ์ที่ยั่งยืนที่แท้จริง”
“มงคลนิมิตร เอื้อเชิดกุล” กรรมการและผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า กิจกรรมเพื่อสังคมในด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของเอสโซ่อยู่แล้ว ซึ่งเอสโซ่ร่วมสนับสนุนศูนย์การศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 เริ่มจากการสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้นรวม 248 ฝาย
“ในส่วนของโครงการล้นเกล้าชาวไทย สถิตในดวงใจนิรันดร์ พัฒนาชายฝั่งทะเลจันท์ เพื่อสานฝันทะเลงาม เรามอบเงินสนับสนุนโครงการจำนวน 100,000 บาท ให้แก่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ พร้อมกันนี้ สโมสรพนักงานเอสโซ่ได้พาพนักงานจิตอาสากว่า 50 คน เพื่อร่วมกิจกรรมทำความสะอาดชายหาดเจ้าหลาว-แหลมเสด็จ อีกด้วย”
“การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมของเอสโซ่จะเน้นตามความเหมาะสม และความต้องการของพื้นที่ ซึ่งช่วงแรกที่เอสโซ่เข้ามาเป็นช่วงที่พื้นที่ต้องการฝายชะลอความชุ่มชื้น เพื่อช่วยชะลอการไหลของกระแสน้ำในบริเวณลำห้วย เพื่อคืนความชุ่มชื้นแก่ป่าต้นน้ำ จนนำไปสู่การเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนในที่สุด”
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ มุ่งเน้นการทำความสะอาดบริเวณชายหาด และการเพิ่มพันธุ์สัตว์น้ำ เพิ่มระบบนิเวศที่ดีแก่ท้องทะเลไทย เช่น การปล่อยพันธุ์เต่าทะเล, กุ้งกุลาดำ และปลากะพงขาว, การสร้างบ้านปลา, สร้างบ้านหอยนางรม, เพาะชำกล้าไม้ป่าชายเลน, ซ่อมบ้านปลาเดิม สร้างบ้านปลาใหม่ เป็นต้น
ทั้งนี้ เอสโซ่ยังมีแผนต่อยอด ด้วยการสร้างความต่อเนื่องของการดำเนินการให้มีความถี่มากกว่าปีละครั้ง โดยจะเข้าสนับสนุนในรูปแบบของครุภัณฑ์ เช่น ถุงดำ สำหรับเก็บขยะ หรือตามความต้องการของชุมชน เพื่อให้ท้องทะเลได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องต่อไป
“อภิรัตน์ วรศิลป์” เจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งเป็นจิตอาสาในการดำน้ำเพื่อเก็บขยะใต้ทะเลครั้งนี้ กล่าวว่า จิตอาสาส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจากคณะเทคโนโลยีทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งไม่ได้เป็นคนในพื้นที่ทั้งหมด แต่เห็นความสำคัญ และมีจิตสาธารณะที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลท้องทะเล
“ปีนี้เป็นปีที่ 7 ที่ทางชมรมจิตอาสาของมหาวิทยาลัยบูรพามีโอกาสมาเข้าร่วมกิจกรรมเก็บขยะใต้ท้องทะเล ซึ่งขยะส่วนใหญ่มีทั้งขยะจากบรรจุภัณฑ์อาหาร และชิ้นส่วนของอุปกรณ์จากเรือประมง เช่น เศษอวน, ขวดแก้ว, โฟม ซึ่งล้วนมาจากฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้น แต่ละปีมีคนดำน้ำเพื่อเก็บปีละ 30 คน แน่นอนว่าคงไม่สามารถสู้กับคนทิ้งที่มีทุกวันได้ ดังนั้น การสร้างจิตสำนึกให้แก่คนจะเป็นวิธีอนุรักษ์ที่ยั่งยืนกว่า”
การร่วมมือ และมีปณิธานที่จะฟื้นฟูทะเลไทยให้กลับมางดงามอีกครั้งจะกลายเป็นฝันที่เป็นจริง ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายร่วมใจ มีจิตสำนึก และร่วมมือลงมือทำอย่างจริงจัง