Skip to content

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ ตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ

14 ก.พ. 2561 | 18:56น.
ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ ตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 31.44/46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินบาท ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (13/2) ที่ระดับ 31.49/50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐมียอดเกินดุลงบประมาณ 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม 2561 ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากระดับ 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคมปีที่แล้ว ทั้งนี้ส่วนในปีงบประมาณ 2560 ตลอดทั้งปีนั้น รัฐบาลสหรัฐขาดดุลงบประมาณทั้งสิ้น 1.76 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีงบปรตะมาณ 2559 ที่ระดับ 1.59 แสนล้านดอลลาร์ นอกจากนี้นักลงทุนในตลาดการเงินจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรับ ในวันนี้ (14/2) โดยคาดว่าจะเป็นปัจจัยที่สามารถบ่งชี้ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และยังบ่งชี้ถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวภายในประเทศ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.50 ต่อปี ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 31.34-31.48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 31.46/48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (14/2) เปิดตลาดที่ระดับ 1.2359/1.2361 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (13/2) ที่ระดับ 1.2326/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยสำนักงานสถิติเยอรมนี (Destatis) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4/2560 ขยายตัว 0.6% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่ง สำหรับ GDP เยอรมนีตลอดทั้งปี 2560 นั้นขยายตัว 2.2% โดยตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ อย่างไรก็ดี GDP ในไตรมาส 4 นั้น ขยายตัวน้อยกว่าไตรมาส 3 ซึ่งขยายตัว 0.7% ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวนอยู่ในช่วงระหว่าง 1.2353-1.2390 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.2356/58 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (14/2) เปิดตลาดที่ระดับ 107.71/107.73 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (13/2) ที่ระดับ 108.01/03 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนมกราคม เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างไรก็ตามดัชนี PPI ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 13 โดยตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่นยังคงไม่สามารถขยายตัวว ขณะทีี่ BOJ ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนนโยบายผ่อนคลายการเงินเชิงรุก นอกจากนี้รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2560 ขยายตัว 0.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคและภาคเอกชนที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งภายในประเทศ ทั้งนี้ แม้ตัวเลข GDP ซึ่งปรับค่าเงินเฟ้อแล้วนั้น มีการขยายตัวติดต่อกัน 8 ไตรมาส ซึ่งนับเป็นการขยายตัวที่ยาวนานที่สุดในรอบ 28 ปี แต่ GDP ไตรมาส 48/2560 ชะลอตัวลงจากไตรมาส 3/2560 ซึ่งขยายตัวแข็งแกร่งถึง 2.2% และยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 106.89-107.73 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 107.48/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่สำคัญที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (14/2) และตัวเลขค้าปลีกของสหรัฐ (14/2)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.4/-2.15 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.45/-0.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ