เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
Economic พาณิชย์ ชี้ ‘ข้าวโพด’ ราคาดีขึ้น เตรียม 4 มาตรการ 120 ล้าน ดูแลผลผลิต 4 แสนตัน
ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ต.ค.) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
Politics ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
Automotive มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
Politics อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
Politics ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
Finance ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
Economic รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
Automotive เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
Automotive ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
ดูทั้งหมด

เอเซีย พลัส คาดหุ้นไทยปี’66 ทะลุ 1,700 จุด ชู 3 กลุ่มเด่น

12 ม.ค. 2566 | 16:56น.
เอเซีย พลัส

บล.เอเซีย พลัส ประเมิน SET INDEX ปี’66 ในกรอบ 1,667-1,740 จุด จับตาความเสี่ยงเศรษฐกิจสหรัฐ-ยุโรปชะลอ กนง.ขึ้นดอกเบี้ยและเอฟเฟ็กต์เก็บภาษีหุ้น ชี้ไตรมาสแรกตลาดหุ้นยังสดใส ชู 3 หุ้นเด่น ปันผล-ได้ประโยชน์จีนเปิดประเทศ-เศรษฐกิจไทยฟื้น

วันที่ 12 มกราคม 2566 นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการและหัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 1/2566 ตลาดหุ้นไทยจะอยู่ในช่วงการปรับขึ้นโดยมี 4 ปัจจัยสนับสนุน ดังนี้

1) ภาพรวมเศรษฐกิจไทยถือว่าเติบโตโดดเด่นกว่าเศรษฐกิจโลก โดยคาดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ GDP Growth ในปี 2566 ของไทยขยายตัว 3.8% มากกว่าเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวเพียง 2.6% แรงหนุนมาจากภาคการท่องเที่ยวหลังจากจีนผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19

2) กำไรบริษัททะเบียนปี 2566 คาดอยู่ที่ 1.27 ล้านล้านบาท คิดเป็น EPS ที่ 99.2 บาทหุ้น เติบโต 6% โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม non-energy คาดเติบโตได้ถึง 11.7%

3) ทิศทางเม็ดเงิน (Fund Flow) ที่มีแนวโน้มไหลเข้าจากค่าเงินบาทเสถียรภาพของเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่า ต้ามดุลบัญชีเดินสะพัดและทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

4) ความคาดหวังเชิงบวกต่อนโยบายใหม่ ๆ ยามเข้าใกล้ช่วงเลือกตั้ง ซึ่งจากสถิติในอดีตนับจาก 2544-2562 พบว่าก่อนการเลือกตั้ง 3 เดือน SET INDEX ให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ย 3.9%

เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม
เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม

อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตาดู ได้แก่

1) ความเสี่ยงของเศรษฐกิจสหรัฐ และยุโรปที่มีโอกาสสูงที่เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว (Recession) สะท้อนจาก Bloomberg Consensus คาดโอกาสในยุโรปมากถึง 80% และสหรัฐ 65% ซึ่งสร้าง Sentiment เชิงลบต่อตลาดหุ้นภูมิภาครวมถึงบ้านเรา แม้ไทยโอกาสเกิด Recession อยู่ต่ำเพียง 13%

2) การขึ้นดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งจะทำให้ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนในตลาดหุ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรแคบลง ซึ่งอาจส่งผลให้ฟันด์โฟลว์ไหลออกได้ โดยเบื้องต้นคาดว่ากนง.อาจปรับขึ้นดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในช่วงประมาณกลางปี ส่งผลให้ในช่วงครึ่งปีแรกตลาดหุ้นอาจจะยังโตกระโดดแต่เมื่อ กนง.ขึ้นดอกเบี้ยตลาดหุ้นไทยอาจโตชะลอตัวลง

3) การเก็บภาษีหุ้นคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงไตรมาส 2/66 ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดช่วงปรับสมดุล โดยเฉพาะก่อนเก็บภาษีจริง อาจจะได้เห็นการเทขายออกมา

4) ความผันผวนของหุ้น DELTA ที่อาจจะกลับมาสร้างแรงกดดันต่อตลาดหลังปรับขึ้นตั้งแต่ พ.ย. 2565 ถึงปัจจุบันปรับขึ้นมาที่ 4.5% จนระดับ PER ของทั้งปี 2566 ขึ้นมาถึง 64 เท่า ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น DELTA 1% จะกระทบ SET INDEX 0.85 จุด

“ขณะที่เรื่องของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปีนี้น่าจะไม่ได้มีผลกระทบรุนแรงต่อตลาด เนื่องจากเฟดน่าจะเหลือการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกไม่กี่ครั้ง และตลาดรับรู้ไปมากแล้ว” นายเทิดศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ บล.เอเซีย พลัส ประเมินดัชนี SET INDEX ทั้งปี 2566 อยู่ที่ในกรอบ 1,667-1,740 จุด

โดยกลยุทธ์แนะนำให้ทยอยลงทุนได้ในช่วงไตรมาสแรกเนื่องจากมองว่าตลาดหุ้นไทยยังคงมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ดี แต่ยังคงต้องเลือกหุ้นให้ถูกกลุ่ม (Sector) เพื่อที่ผลตอบแทนจะสามารถเอาชนะตลาดได้ สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นไทย แบ่งออกเป็น 3 ธีมหลัก ได้แก่

1) หุ้นจ่ายปันผลดี ซึ่งในช่วงไตรมาสแรก หุ้นปันผลมักจะทำผลงานได้ดีและมีผลตอบแทนที่เอาชนะตลาดได้ หรือมากกว่า SET INDEX ถึง 3% ดูจากสถิติย้อนหลัง 5 ปีที่ผ่านมา โดยหุ้นปันผลที่แนะนำจะเป็น AT, ASK, THANI, KTB

2) หุ้นกลุ่ม China play หรือกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากจีนที่เปิดประเทศ จากความคาดหวังที่นักท่องเที่ยวจีนจะเข้ามาไทยมากขึ้น แนะนำเป็น AOT, ERW

3) หุ้นกลุ่ม Domestic Consumption หรือหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย แนะนำเป็น STEC, GULF, COM7

นอกจากนี้ยังคงมองเห็นโอกาสในการลงทุนในต่างประเทศ ไม่จะเป็นตลาดหุ้นจีนที่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดขึ้นจากการยกเลิกมาตรการ Zero COVID เร็วกว่าที่คาด ก็แนะนำให้นักลงทุนเลือกหุ้นจีนที่เคยได้รับผลกระทบในอดีตน่าจะเริ่มมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีหลังจากนี้ ส่วนในสหรัฐแนะนำลงทุนในตราสารหนี้ เนื่องจากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง

ขณะที่การลงทุนในยุโรป ให้เน้นลงทุนในกลุ่มสินค้าแบรนด์เนมที่อิงรายได้จากนอกประเทศเป็นหลัก นอกจากนี้หากใครสนใจลงทุนในญี่ปุ่นก็แนะนำเป็นหุ้นกลุ่มธนาคารเนื่องจากปัจจุบันราคาค่อนข้างถูก

สำหรับพอร์ตลงทุนสำหรับช่วงครึ่งปีแรก บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้ถือหุ้นไทย 30% หุ้นต่างประเทศ 30% ตราสารหนี้ 20% สินทรัพย์ทางเลือก 10% และส่วนที่เหลือเป็นการถือเงินสด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บล.เอเซีย พลัส