เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
Biz Movement ศูนย์สิริกิติ์ฯ อัดแน่นอิเวนต์ชั้นนำตลอดเดือน พ.ย.
แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
Biz Movement แม่ทัพ AWC ประกาศความร่วมมือ CUBIC ของ น๊อต วิศรุต เตรียมดันคอมมูฯ ไลฟ์สไตล์ครบวงจร
“เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
Politics “เซีย จำปาทอง” ชี้ปมแรงงาน MOU เบรกวาทกรรมต่างชาติแย่งงาน ย้ำเกิดจาก demand นายจ้าง
นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
Biz Movement นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
“จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
Politics “จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดประจำเดือน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
Politics นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
News กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
ดูทั้งหมด

ตลาดเคลื่อนไหวในกรอบแคบ จับตาผลการประชุม FED

01 ก.พ. 2566 | 19:35น.
ดอลลาร์

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (01/02) ที่ระดับ 32.86/87 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (31/1) ที่ระดับ 32.99/33.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ตามการอ่อนตัวของดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนตัวลงหลังจากมีการเปิดเผยตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่อ่อนแอ โดยในคืนที่ผ่านมามีการประกาศตัวเลขดัชนีราคาบ้านในเดือนพฤศจิกายนจากเอสแอนด์ดี/เคส-ชิลเลอร์ เพิ่มขึ้น 6.8% ซึ่งเป็นการชะลอตัวลงจาก 8.6% ในเดือนตุลาคม

รวมถึงดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนมกราคมจาก Conference Board ลดลงสู่ระดับ 107.1 ในเดือนมกราคมจากที่อยู่ที่ระดับ 109.1 ในเดือนธันวาคม ทั้ง 2 ปัจจัยที่อ่อนแอนี้ ทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ทั้งนี้ตลาดยังคงจับตาดูผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED ที่จะประชุมกันในช่วงคืนวันพฤหัสบดี ซึ่งนักลงทุนได้ให้น้ำหนักว่า FED จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.25% เนื่องจากการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED ในปีที่ผ่านมาค่อนข้างประสบความสำเร็จ จากการที่ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐชะลอตัวลง

รวมถึงตลาดแรงงานยังคงตึงตัว ซึ่งตัวเลขเงินเฟ้อนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ FED ให้ความสนใจในการตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้ปรับการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจโลก โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2566 จะขยายตัว 2.9% จากที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนตุลาคมที่ 2.7% ก่อนที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นในปี 2567 อยู่ที่ 3.1% ซึ่งการเติบโตที่ทาง IMF คาดการณ์เป็นการเติบโตที่ชะลอตัวจากปี 2565 ที่อยู่ที่ 3.4% อย่างไรก็ตามทาง IMF บรรเทาความกังวลเกี่ยวกับการเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยลง แต่ยังคงให้ความกังวลกับปัญหาสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้แถลงรายงานทางเศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคม 2565 และไตรมาสที่ 4 ปี 2565 โดยเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยหลักมมาจากการขยายตัวจากภาคการท่องเที่ยวจากการผ่อนคลายมาตรการโควิดของจีน ซึ่งส่งผลทำให้ภาคการบริโภคของไทยปรับตัวดีขึ้น ทาง IMF ได้มีการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจจีนจากเดิมอยู่ที่ 4.4% เป็น 5.2% ในปี 2566

ซึ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทยเช่นกัน ทางด้านมูลค่าการส่งออกสินค้าของไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลงจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ทางด้านดุลบัญชีเดินสะพัดกลับมาเกินดุลตามการเกินดุลการค้า ส่วนทางด้านดุลบริการ รายได้และเงินโอนขาดดุลลดลง ในเดือนธันวาคมการส่งออกหดตัว 12.9% ส่วนการนำเข้าหดตัว 10.5% ส่วนทางด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงตามราคาพลังงานที่ลดลง อีกทั้งทางด้าน IMF ได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 3.7% ในปี 2566 และ 3.6% ในปี 2567 โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.81-32.95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.82/84 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (01/02) ที่ระดับ 1.0851/55 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (31/1) ที่ระดับ 1.0817/22 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยทางสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรปเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ของยูโรโซนในไตรมาสที่ 4 ปี 2565 ขยายตัว 0.1% หลังจากมีการขยายตัว 0.3% ในไตรมาสที่ 3 ทั้งนี้ในวันพฤหัสบดีจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางของสหภาพยุโรป

โดยนักลงทุนให้น้ำหนักไปที่การขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.5% เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0850-1.0888 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0880/84 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (01/02) ที่ระดับ 130.02/03 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (31/1) ที่ระดับ 130.37/39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 19.80-130.42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 129.81/85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนมกราคมจาก ADP (1/2), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนมกราคมจากเอสแอนด์พี โกลบอล (1/2) และตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนธันวาคม (1/2)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -96/-9.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -9.2/-4.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ