เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ชัชชาติ ย้ำน้ำท่วมกรุงเทพฯ ทรงตัว หากฝนไม่เติมระลอกใหม่ คาดเย็นนี้คลี่คลาย
News ชัชชาติ ย้ำน้ำท่วมกรุงเทพฯ ทรงตัว หากฝนไม่เติมระลอกใหม่ คาดเย็นนี้คลี่คลาย
โตโยต้า – เลกซัส ช่วยลูกค้า ‘รถน้ำท่วม’ ให้ส่วนลดค่าอะไหล่สูงสุด 50%
Automotive โตโยต้า – เลกซัส ช่วยลูกค้า ‘รถน้ำท่วม’ ให้ส่วนลดค่าอะไหล่สูงสุด 50%
เวียดนามผ่อนเงื่อนไขลงทุนค้าปลีก เปิดช่องต่างชาติสปีดสาขา
Business เวียดนามผ่อนเงื่อนไขลงทุนค้าปลีก เปิดช่องต่างชาติสปีดสาขา
ประกันตีโจทย์ Longevity แก้ปมคนไทยสูงวัย เงินหมดก่อนชีวิต
Finance ประกันตีโจทย์ Longevity แก้ปมคนไทยสูงวัย เงินหมดก่อนชีวิต
กรมทางหลวง เปิดวิ่งฟรี มอเตอร์เวย์ M7 และ M9 บรรเทาผลกระทบน้ำท่วม ถึง 27 ก.ย.นี้
News กรมทางหลวง เปิดวิ่งฟรี มอเตอร์เวย์ M7 และ M9 บรรเทาผลกระทบน้ำท่วม ถึง 27 ก.ย.นี้
“สุรศักดิ์” ห่วงน้ำท่วมกระทบนักท่องเที่ยว สั่งทุกหน่วยดูแลประสานงานช่วยเหลือเร่งด่วน
Economic “สุรศักดิ์” ห่วงน้ำท่วมกระทบนักท่องเที่ยว สั่งทุกหน่วยดูแลประสานงานช่วยเหลือเร่งด่วน
“เตรียมอุดมศึกษา”คว้าแชมป์ THE POWER BAND 2026 SEASON 6
Biz Movement “เตรียมอุดมศึกษา”คว้าแชมป์ THE POWER BAND 2026 SEASON 6
โทลล์เวย์ เปิดให้ประชาชนใช้บริการฟรีทุกด่าน ถึง 27 ก.ย.นี้
News โทลล์เวย์ เปิดให้ประชาชนใช้บริการฟรีทุกด่าน ถึง 27 ก.ย.นี้
‘ก.พ.’ ขอให้ส่วนราชการ WFH 100% ช่วง 28-29 ก.ย.นี้
Politics ‘ก.พ.’ ขอให้ส่วนราชการ WFH 100% ช่วง 28-29 ก.ย.นี้
อนุทิน เร่งกลับจากอังกฤษ จ่อลงพื้นที่น้ำท่วมทันที
Politics อนุทิน เร่งกลับจากอังกฤษ จ่อลงพื้นที่น้ำท่วมทันที
ดูทั้งหมด

ยาโควิดจีนดีมานด์พุ่ง-ราคาแพง ของเถื่อน-ปลอมระบาดหนัก

10 ก.พ. 2566 | 09:22น.
ยา
คอลัมน์ : Market Move

จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในจีนที่พุ่งสูงขึ้นหลังผ่อนคลายมาตรการซีโร่โควิด ซึ่งตามข้อมูลของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนระบุว่า ช่วงตั้งแต่ 8 ธ.ค. 65-12 ม.ค. 66 มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั้งโดยตรงและภาวะแทรกซ้อนมากถึง 59,938 คนนั้น ทำให้ความต้องการยาต้านไวรัส อาทิ ยาแพ็กซ์โลวิด ของไฟเซอร์ พุ่งสูงเกินกว่าซัพพลายไปหลายเท่า

แต่กลับมีโรงพยาบาลเพียงไม่กี่แห่งที่มีตัวนี้ อาทิ โรงพยาบาลเฉพาะทางสำหรับโรคโควิด-19 และโรงพยาบาลเอกชนระดับไฮเอนด์

สถานการณ์ชวนสิ้นหวังนี้ทำให้ชาวจีนจำนวนมากต้องหันไปพึ่งการซื้อยาจากตลาดมืด ที่นอกจากจะต้องเจอกับการโขกราคา ที่ทำให้ยาแพ็กซ์โลวิด 1 คอร์สการรักษา หรือ 30 เม็ด ใช้ได้นาน 5 วัน ราคาพุ่งจาก 1,890-3,000 หยวน (9,312-14,781 บาท) ขยับขึ้นไปเป็นกล่องละ 10,000 หยวน (49,271 บาท) แล้ว

แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ยังต้องเผชิญปัญหายาด้อยคุณภาพและยาปลอมอีกด้วย

สำนักข่าวไคซิน (Caixin) รายงานว่า ขณะนี้จีนกำลังเผชิญปัญหายาแพ็กซ์โลวิดปลอมระบาดไปทั่ว เนื่องจากดีมานด์และราคาที่พุ่งสูงหลายเท่าตัว ทำให้บรรดาผู้ค้าในตลาดมืดพยายามทุกวิถีทางเพื่อหายาตัวนี้มาขายให้ได้ หนึ่งในนั้นคือการลักลอบนำเข้าจากอินเดีย ซึ่งได้รับอนุญาตจากไฟเซอร์ให้ผลิตยาแพ็กซ์โลวิด

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นผู้ผลิตยารายใหญ่ของโลกด้วยส่วนแบ่งตลาด 20% แต่ก็มาพร้อมกับชื่อเสียด้านปัญหาการควบคุมคุณภาพด้วยเช่นกัน

โดยสองพ่อค้าตลาดมืดที่ใช้นามแฝงว่า “หยาง หมิง” และ “หวัง เฉิน” เปิดเผยว่า แม้จะยอมจ่ายเงิน 1 หมื่นหยวน แต่ก็ใช่ว่าจะได้ยามาจริง ๆ เพราะตอนนี้ตลาดอยู่ในสภาพสับสนวุ่นวายสุดขีด จนแม้แต่ผู้ขายเองยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถหายามาได้เมื่อไหร่ และไม่สามารถบอกได้ว่ายาที่ได้มานั้นมาจากที่ไหนกันแน่ แต่คาดว่าจะมาจากผู้ผลิตในอินเดีย

ทั้งนี้ ตามปกติยายาแพ็กซ์โลวิดที่ผลิตในอินเดียไม่สามารถนำมาขายในจีนอย่างถูกกฎหมายได้ เนื่องจากการอนุญาตผลิตยานี้อยู่ภายใต้ข้อตกลงของสหประชาชาติว่าต้องใช้ในประเทศรายได้ต่ำ-ปานกลางเท่านั้น

นอกจากปัญหาด้านกฎหมายแล้ว ยาแพ็กซ์โลวิดเถื่อนเหล่านี้ยังมีปัญหาที่รายแรงกว่า นั่นคือยาจำนวนมากเป็นยาปลอมที่ไม่มีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ในการรักษาโรคโควิด-19 อยู่เลย ขณะที่บางส่วนมีการผสมสารอื่นเข้าไปแทนด้วย

เมื่อเดือนมกราคม 2566 ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนตรวจยึดยาแพ็กซ์โลวิดปลอมลอตใหญ่ได้ หลังจากนั้นไม่นานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของจีนร่วมกับสำนักรักษาความปลอดภัยสาธารณะออกเอกสารแจ้งให้หน่วยงานต่าง ๆ ผนึกกำลังบังคับใช้กฎหมายเรื่องการบริหารจัดการยา เช่น การส่งต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลคดี สะท้อนถึงความพยายามจัดการปัญหายาปลอมและการขายยาเถื่อน

ทั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงแต่รัฐบาลจีนที่พยายามหยุดยั้งปัญหายาปลอม แต่ยังมีความพยายามจากภาคเอกชนด้วยเช่นเดียวกัน ด้วยการนำยาในตลาดมืดเข้าไปทดลองแยกส่วนประกอบในห้องแล็บ ซึ่งผลที่ออกมานับว่าน่าตกใจ

โดยเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2565 บล็อกเกอร์ด้านวิทยาศาสตร์เริ่มตั้งข้อสังเกตถึงคุณภาพยาต้านไวรัสจากอินเดียที่ถูกลักลอบนำมาขายในประเทศจีน และหลังจากนั้นไม่นานกลุ่มเอ็นจีโอเริ่มเข้าให้ความสนใจประเด็นนี้ จนมีการนำยาแพ็กซ์โลวิดที่ผลิตในอินเดีย อาทิ ยี่ห้อ Primovirและ Paxista ซึ่งเป็น 2 ยี่ห้อยอดฮิตในตลาดมืดแดนมังกรมาทดลองในห้องแล็บเพื่อแยกส่วนผสม

หนึ่งในนั้นคือ “หยิน เย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บีจีไอ กรุ๊ป บริษัทวิจัยพันธุกรรมสัญชาติจีน ซึ่งยอมควักกระเป๋าจ้างห้องแล็บของบริษัททดลองยาต้านไวรัสจากอินเดีย หลังทดลองแยกส่วนประกอบตัวอย่างกว่า 249 ตัวอย่าง พบว่า 92.4% ไม่มีสาร nirmatrelvir ที่เป็นตัวยาสำคัญในสูตรยาแพ็กซ์โลวิดอยู่เลย

อย่างไรก็ตาม ที่มาของยาปลอมเหล่านี้ยังคงเป็นปริศนาดำมืด เนื่องจากผู้ค้าและบริษัทผู้ผลิตต่างปฏิเสธว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง “หวัง เฉิน” หนึ่งในผู้ค้ายาในตลาดมืดเล่าว่า ยาที่นำเข้ามาขายนั้นมาจากการว่าจ้างให้แอสทริกา เฮลท์แคร์ บริษัทผลิตยาสัญชาติอินเดีย ซึ่งมีความร่วมมือกันมานานตั้งแต่ก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นผู้ผลิตให้ โดยช่วงแรกทุกอย่างราบรื่นดี ยาที่ได้รับมีสารสำคัญตามปกติ

จนกระทั่งช่วงกลางเดือนธันวาคม 2565 ที่เริ่มเกิดความผิดปกติ โดยจากการพูดคุยกับผู้จัดจำหน่ายรายอื่น พบว่าบริษัทแอสทริกา เริ่มส่งยาให้ผู้จัดจำหน่ายในจำนวนที่มากกว่ากำลังผลิตของบริษัท

พร้อมกันนี้ “หวัง เฉิน” ยืนยันว่าไม่มีการสับเปลี่ยนยาระหว่างขนส่งอย่างแน่นอน เนื่องจากกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่ยาออกจากโรงงานที่อินเดีย จนมาถึงโกดังในจีนแผ่นดินใหญ่ มีการบันทึกวิดีโอและตรวจสอบอย่างเข้มงวดโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรฮ่องกง

ขณะที่บริษัทผู้ผลิตยาในอินเดียไม่ตอบรับการขอคอมเมนต์เกี่ยวกับเรื่องนี้ของสำนักข่าวไคซิน ทำให้ปัญหายาต้านไวรัสโควิด-19 ปลอมระบาดในแดนมังกรยังคงไม่สามารถหาผู้รับผิดชอบได้