Skip to content

เปิดมหากาพย์ ย้ายอุเทนถวาย ส่งพื้นที่ให้จุฬา ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด

18 ก.พ. 2566 | 19:18น.
เปิดมหากาพย์ ย้ายอุเทนถวาย ส่งพื้นที่ให้จุฬา ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด

เปิดมหากาพย์ ย้ายอุเทนถวาย ส่งพื้นที่ให้จุฬา ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 กลายมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง ภายหลังศาลปกครองสูงสุด ตัดสินให้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ย้ายออกจากพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์วิทยาลัย

เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่านมา ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย มี สมาคมผู้ปกครองและครูอุเทนถวาย สมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวาย คณะพิทักษ์ศิษย์เพื่อการศึกษาโรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย (คพศ.) และนักศึกษาปัจจุบัน กว่า 500 คน ยื่นหนังสือคัดค้านการย้ายวิทยาเขตอุเทนถวาย ถึง รศ.ดร.ฤกษ์ชัย ฟูประทีปศิริ รักษาการอธิการบดี มทร.ตะวันออกและปฏิบัติหน้าที่นายกสภา มทร.ตะวันออก

อุเทนถวาย
ศูนย์ภาพเครือมติชน

พร้อมทั้งร่วมแสดงเจตจำนงค์ไม่เห็นด้วย และไม่ขอย้ายวิทยาเขตอุเทนถวายออกจากพื้นที่ สาเหตุที่นักศึกษามาชุมนุมนั้น สืบเนื่องจาก ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565 ตัดสินให้ มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ย้ายออกจากพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใน 60 วัน

ต่อมา นักศึกษากว่า 500 คน รวมตัวเดินขบวนหน้าฟุตบาทมหาวิทยาลัย พร้อมกับชูป้ายข้อความ เช่น “พระราชทานที่ดินมาให้เพื่อเป็นโรงเรียนช่างก่อสร้างแห่งแรกของประเทศไทย” , “ที่ดินแห่งนี้มีไว้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่เพื่อแสวงหากำไร” , “อยู่กันมาเกือบจะ 100 ปี ให้เราย้ายไปไหน” “เราจะไม่ออกจากบ้านเลขที่ 225 ” เป็นต้น

ทั้งนี้ นักศึกษา มองว่า วิทยาเขตอุเทนถวายได้ก่อตั้งมา 89 ปี มีศิษย์เก่าอยู่มากมาย ที่ประสบความสำเร็จในการงาน และศิษย์ปัจจุบัน ที่กำลังศึกษาอยู่จะเป็นปัญหาในระบบการศึกษาของนักศึกษาปัจจุบัน พร้อมทั้งตั้งคำถามด้วยว่าสถานที่แห่งนี้ “ควรเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการค้าพาณิชย์”

เหตุความขัดแย้ง

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ได้เจรจาตกลงเรื่องการขอคืนพื้นที่อุเทนถวาย ที่ตั้งอยู่ย่านพญาไท เพราะว่าจุฬาฯ ต้องการนำพื้นที่ดังกล่าวมาใช้เป็นพื้นที่การศึกษา

ทางด้านนักศึกษาอุเทนถวาย รวมถึงศิษย์เก่า ออกมาเรียกร้องขอใช้พื้นที่นี้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นสถาบันผลิตบุคคลที่มีคุณภาพสายช่างมาอย่างยาวนานเกือบ 80 ปี ที่ตรงนี้เปรียบเสมือนบ้าน ไม่อยากย้ายไปไหน มีประวัติศาสตร์อย่างยาวนาน อีกทั้งการที่มหาวิทยาลัยมีปัญหาข้อพิพาทนี้ ก็ยังส่งผลให้ถูกตัดงบประมาณการพัฒนาการศึกษา

ซึ่งมองว่าการที่อุเทนถวายมีข่าวไม่ดีออกไปหลายๆ ครั้ง ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ไม่ได้รับการสนับสนุนในการพัฒนาการศึกษา ทำให้คุณภาพของการศึกษาลดน้อยลง ทั้งที่การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ

อุเทนถวาย
ศูนย์ภาพเครือมติชน

สำหรับปัญหาที่ดินระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอุเทนถวาย มีมาอย่างยาวนาน สืบเนื่องจากแผนแม่บทจัดการที่ดิน 1,153 ไร่ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้ดำเนินการขอคืนพื้นที่อุเทนถวาย จำนวน 20 ไร่ 3 งาน 29 ตารางวา ที่อุเทนถวายทำสัญญาเช่าเป็นเวลา 68 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2478-2546 เพื่อขยายเขตพื้นที่การศึกษาตามโครงการพัฒนา

ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้เจรจาขอคืนที่ดินมาตั้งแต่ พ.ศ.2518 แต่ไม่เป็นผล

โดยจุฬาฯ ได้ประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ กรมธนารักษ์ ขอความอนุเคราะห์จัดหาพื้นที่ให้อุเทนถวาย ในปี พ.ศ. 2545 กรมธนารักษ์จัดหาพื้นที่ให้จำนวน 36 ไร่ ที่ ต.บางปิ้ง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ครม.จัดสรรงบฯให้เพื่อการก่อสร้างและขนย้ายประมาณ 200 ล้านบาท

อุเทนถวายได้ทำบันทึกข้อตกลงกับจุฬา เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2547 จะขนย้าย และส่งมอบพื้นที่คืนให้จุฬาฯ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2548 หากจำเป็นก็จะผ่อนผันให้ไม่เกิน 1 ปี

ต่อมาในปี 2548 ได้ทำบันทึกข้อตกลง ว่า อุเทนถวายจะย้ายไปก่อสร้างสถาบันใหม่ที่ ต.บางพลี อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมย้ายบุคลากร และนักศึกษาให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2548 แต่การย้ายยังติดขัดปัญหาและเป็นไปอย่างล่าช้า ต่อมาปี 2550 สำนักงานอัยการสูงสุดได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาชี้ขาดยุติในการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการ

อุเทนถวาย
ศูนย์ภาพเครือมติชน

และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติ ข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและการดำเนินคดี (กยพ.) สโมสรนักศึกษาอุเทนถวาย ได้ทูลเกล้าฯถวายฎีกา 2 ครั้ง

ในปี 2552 กยพ.มีมติชี้ขาดให้อุเทนถวายขนย้ายทรัพย์สิน และคืนพื้นที่ให้จุฬาฯ และชำระค่าเสียหายปีล้านนบาทเศษ จนกว่าจะส่งมอบพื้นที่สำเร็จ ทางด้านผลการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา สำนักราชเลขาธิการได้มีหนังสือยืนยันผลชี้ขาดตามมติของ กยพ. และทางจุฬาฯ ไม่ได้ทวงเงินค่าเสียหายจากอุเทนถวายแต่อย่างใด

ต่อมาในเดือนธันวาคม 2565 ศาลปกครองสูงสุด ศาลมีคำสั่งให้อุเทนถวายย้ายออกจากพิ้นที่ โดยจะต้องดำเนินการภายใน 60 วันหลังจากมีคำสั่ง

ในขณะนี้ผู้บริหารของอุเทนถวายก็ได้ประสานกับกรมธนารักษ์เพื่อเจรจาขอพื้นที่ในต่างจังหวัดที่เหมาะสม ล่าสุด ได้ขอพื้นที่ในส่วนของ ต.บางปิ้ง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มีเนื้อที่ประมาณ 1,200 ไร่ แต่ทาง ม.ศิลปากร ก็ขอใช้พื้นที่ตรงนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งหมดอยู่ที่กรมธนารักษ์ จ.สมุทรปราการ ว่าจะพิจารณาให้ทางอุเทนถวายใช้พื้นที่ดังกล่าวได้เท่าใด