ไพรเวทแบงก์ ไม่หวั่นเกณฑ์แบงก์ชาติเปิดช่องให้ลูกค้าลงทุนตรงที่ต่างประเทศ
ไพรเวทแบงก์ ไม่หวั่นเกณฑ์แบงก์ชาติเปิดช่องให้ลูกค้าลงทุนตรงที่ต่างประเทศ มั่นใจลูกค้าต้องการคำแนะนำ ชี้เทรนด์ปีนี้ยังลงทุนหุ้นต่างประเทศ-ประเทศเกิดใหม่ ที่ผลตอบแทนดี
นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจไพรเวทแบงค์ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า จากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ผ่อนเกณฑ์ให้นักลงทุนที่มีสินทรัพย์มากกว่า 50 ล้านบาท สามารถซื้อหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยตรงในวงเงินไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค. 2561 คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจไพรเวทแบงก์กิ้ง เพราะลูกค้ามีความต้องการคำแนะนำการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญในหลายด้านของธนาคาร
ทั้งนี้การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศต้องวางแผนหลายจุด เช่นเรื่องภาษี หรือการนำผลตอบแทนกลับเข้าประเทศไทย โดย AUM ของธนาคารกว่า 700,000 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินฝาก 30% การลงทุน 70% หรือประมาณ 500,000 ล้านบาท มีส่วนที่เป็ฯการลงทุนในต่างประเทศผ่านกองทุนรวมที่ 100,000 ล้านบาท มีการเติบโตขึ้นทุกปี
นายศรชัย สุเนต์ตา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ ในฐานะผู้ดูแลหน่วยงาน Chief Investment Officer (CIO) กล่าวว่า การลงทุนต่างประเทศเป็นโอกาสที่ดี การลงทุนในต่างประเทศเป็นโอกาสในการพิ่มผลตอบแทน และ กระจายความเสี่ยงให้พอร์ทของลูกค้า ซึ่งการเปิดช่องให้ลูกค้าผู้มีสินทรัพย์สูงมีทางเลือกในการลงทุนตรงต่างประเทศได้ถือเป็นเรื่องที่ดีแต่มองว่าลูกค้าส่วนใหญ่ยังสะดวกที่จะใช้บริการกองทุนรวม เพราะเข้าถึงง่าย และ สะดวกสบาย
ทั้งนี้มองภาพตลาดปีนี้ สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นเป็นสิ่งที่น่าจะเติบโตต่อไป ซึ่งปีนี้ลูกค้าสามารถกระจายการลงทุนได้ทั้งหุ้นเอเชีย ไทย จีน และในเซคเตอร์ที่โต ดี อย่าง เทคโนโลยี และธุรกิจที่ล้อไปกับ การเปลี่ยนแปลงช่วงอายุ เช่น เฮลท์แคร์ การท่องเที่ยว สินค้าฟุ้มเฟือย และ กลุ่มธนาคาร ที่จะได้รับผลดีจากการขยายตัวของสินเชื่อ และ อัตราดอกเบี้ยโลกที่กำลังปรับขึ้น
นายดอน จรรย์ศุภรินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า จากเกณฑ์ของธปท. ที่ออกมาจะไม่กระทบต่อการบริหารพอร์ทเวลธ์ธนาคาร เพราะลูกค้ามีความต้องการผู้ดูแลในประเทศ ซึ่ง ทางธนาคารจะนำผลิตภํณฑ์ทางการเงินจากต่างประเทศเข้ามาให้บริการในประเทศมากขึ้น
แม้ว่าการแข่งขันในธุรกิจบริหารเวลธ์ปีนี้จะสูงมาก แต่ทุกธนาคารมีกลยุทธ์ที่ต่างกันจึงจะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายาที่ต่างกัน ในส่วนของซิตี้โกล์ด จะเน้นหาผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศเข้ามาให้ในไทยผ่านการวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์ทั่วโลกเพื่อให้ลูกค้เข้าใจผลิตภัณฑ์ได้ง่ายกว่า
ส่วนปีนี้มองว่าการลงทุนที่น่าลงทุนยังอยู่ในหุ้น อาเซียน ยุโรป เพราะมีการเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน และ กลุ่มตราสารหนี้ที่มีผลตอบแทนสูง