เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
Uncategorized CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
Politics ‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
Business มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
Finance GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
Automotive ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
News วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
ก.กลาง ยึดมติฟันโกงสอบ 5,925 ราย จ่อขีดเส้น อปท.ถอดถอนให้จบ 31 ส.ค.
Politics ก.กลาง ยึดมติฟันโกงสอบ 5,925 ราย จ่อขีดเส้น อปท.ถอดถอนให้จบ 31 ส.ค.
‘กลุ่มวัธนเวคิน’ ขยับใหญ่ ทุ่ม 700 ล้าน ปักหมุด PADDIO บูมแลนด์แบงก์บางนา 400 ไร่
Real Estate ‘กลุ่มวัธนเวคิน’ ขยับใหญ่ ทุ่ม 700 ล้าน ปักหมุด PADDIO บูมแลนด์แบงก์บางนา 400 ไร่
สกสว.ผนึก DIP คิกออฟมหกรรมหนุนเชื่อมนวัตกรรมเพิ่มคุณค่างานวิจัย
Uncategorized สกสว.ผนึก DIP คิกออฟมหกรรมหนุนเชื่อมนวัตกรรมเพิ่มคุณค่างานวิจัย
สิ้นยุคหวานร้อย ต้องหวานน้อยเท่านั้น Grab บอกคนสั่ง ‘หวานน้อย’ เพิ่มขึ้น 50% กาแฟดำ-เคลียร์มัทฉะนำโด่ง
Business สิ้นยุคหวานร้อย ต้องหวานน้อยเท่านั้น Grab บอกคนสั่ง ‘หวานน้อย’ เพิ่มขึ้น 50% กาแฟดำ-เคลียร์มัทฉะนำโด่ง
ดูทั้งหมด

เทียบฟอร์มงบฯหุ้น BDMS-THG ธุรกิจ”หมอเสริฐ-หมอบุญ”

28 ก.พ. 2566 | 19:23น.
เทียบฟอร์มหุ้น BDMS-THG

เทียบฟอร์มหุ้น BDMS-THG ธุรกิจโรงพยาบาล ‘หมอเสริฐ-หมอบุญ’ หลังประกาศงบปี 2565 ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากพูดถึงธุรกิจโรงพยาบาลในประเทศไทย ถือว่าเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างโดดเด่นและสามารถแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับโลกได้ เพราะค่ารักษาพยาบาลที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับคุณภาพและบริการที่ได้รับ

วันนี้ ‘ประชาชาติธุรกิจ’ จึงจะพาไปเทียบฟอร์ม 2 ธุรกิจโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศไทย อย่าง บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ธุรกิจในมือนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ หรือ ‘หมอเสริฐ’ กับ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) ธุรกิจในมือนายแพทย์บุญ วนาสิน หรือ ‘หมอบุญ’ ซึ่งทั้งสองบริษัทได้ประกาศผลประกอบการปี 2565 ออกมาแล้ว

BDMS โกยกำไร 1.2 หมื่นล้าน

เริ่มกันที่ BDMS ปัจจุบันถือเป็นผู้ประกอบการธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศและเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยมีโรงพยาบาลเครือข่ายในไทยและกัมพูชา ดำเนินการภายใต้ชื่อโรงพยาบาล 6 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ 2.กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช 3.โรงพยาบาลบี เอ็น เอช

4.กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท 5.กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล และ 6.กลุ่มโรงพยาบาลรอยัล นอกจากนี้เครือข่ายของ BDMS ยังรวมถึงธุรกิจที่ให้การสนับสนุนด้านการแพทย์ ได้แก่ ธุรกิจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ธุรกิจผลิตยาและธุรกิจผลิตน้ำเกลือ เป็นต้น

ปี 2565 โกยกำไรสุทธิกว่า 12,605 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง และอัตราการครองเตียงที่สูงขึ้นซึ่งทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาด

เฉพาะงวดไตรมาส 4/2565 มีกำไรสุทธิ 3,113 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% YOY ซึ่งถือเป็นกำไรที่กลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงปี 2562 ที่ 15,517 ล้านบาท หลังจากปี 2563-2564 มีกำไรแค่ 7,214 ล้านบาท และ 7,936 ล้านบาท (ตามลำดับ) หลังเผชิญการระบาดโรคโควิด

รายได้พุ่ง คนไข้ ‘ไทย-ต่างชาติ’ คัมแบ็ก

โดย BDMS สามารถทำรายได้จากการดำเนินงานทั้งปีแตะ 92,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เฉพาะงวดไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 23,842 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YOY

สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากผู้ป่วยชาวไทย 14% และชาวต่างชาติ 69% ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ของผู้ป่วยชาวไทยต่อผู้ป่วยชาวต่างชาติเปลี่ยนแปลงจาก 82% ต่อ 18% ในปี 2564 เป็น 76% ต่อ 24% ในปี 2565 ทั้งนี้การเติบโตของรายได้ผู้ป่วยชาวไทยเป็นผลมาจากการกลับมารักษาพยาบาลที่ไม่เกี่ยวกับ COVID-19 ซึ่งช่วยชดเชยรายได้เกี่ยวกับ COVID-19 ที่ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2/2565

สำหรับรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติมีการเติบโตดีจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยงเชิงสุขภาพ (Fly-in Patient) และผู้ป่วยชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย (Expatriate) จากการที่ประเทศต่าง ๆ ผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางที่เกี่ยวเนื่องกับ COVID-19 ด้วยเหตุนี้ส่งผลให้อัตราการครองเตียงโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 60% ใน ปี 2564 เป็น 73% ในปี 2565

มูลค่า BDMS กว่า 4.4 แสนล้าน

ปัจจุบัน (28 ก.พ. 2566) มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของหุ้น BDMS มีขนาดสูงกว่า 444,976 ล้านบาท โดยหมอเสริฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จำนวน 2,028 ล้านหุ้น สัดส่วน 12.77% ด้านราคาหุ้นอยู่ที่ 28 บาท (ราคาปิดวันที่ 27 ก.พ. 2566)

กางแผนปี 66 ขยายผู้ป่วยประกันสังคม

โดยมุมมองของผู้บริหารในปี 2566 มีแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญคือ มุ่งมั่นสร้างรายได้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ โดยจะเน้น 1.การเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ป่วยกลุ่มตะวันออกกลาง กลุ่ม CLMV และประเทศจีน 2.สร้างความสัมพันธ์กับผู้ชำระเงินแทนผู้ใช้บริการ (Third Party Payors) ซึ่งรวมถึงบริษัทประกันสุขภาพ และบริษัทเอกชนต่าง ๆ

3.เพิ่มจำนวนผู้ประกันตน และขยายบริการเพื่อรองรับผู้ป่วยประกันสังคมในโรงพยาบาลเครือข่าย 4.ขยายฐานผู้รับบริการไปสู่กลุ่ม Silver Age พร้อมพัฒนาการให้บริการเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ กลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยขยายฐานลูกค้า เพิ่มจำนวนผู้รับบริการ ส่งผลให้อัตราการใช้สินทรัพย์ของโรงพยาบาลเครือข่ายเพิ่มสูงขึ้น

THG กำไร 1.6 พันล้าน บุ๊กรายได้ ‘ทีอาร์พีเอช’

ถัดมาคือ THG ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ในลักษณะโรงพยาบาลทั่วไป (General Hospital) ภายใต้ชื่อ “โรงพยาบาลธนบุรี”

ปี 2565 โกยกำไรสุทธิ 1,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.8% YOY (รวมรายการพิเศษ) แต่หากไม่รวมรายการพิเศษจะมีกำไรสุทธิ 1,497 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากการกลับมาใช้บริการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยที่โรงพยาบาลเพิ่มขึ้น และยอดการโอนห้องที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

โดย THG สามารถทำรายได้รวมอยู่ที่ 11,540 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% YOY ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวตามสถานการณ์ ประกอบกับเข้าซื้อกิจการในช่วงปลายปี โดย THG รับรู้รายได้จากโรงพยาบาลทีอาร์พีเอชในเดือน ธ.ค. 2565 โดยรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลที่ไม่รวมในส่วนของผลจากการเข้าซื้อกิจการ รายได้จาก Hospitel โรงพยาบาลสนาม และรายได้วัคซีน COVID-19 เติบโตเพิ่มขึ้น 17.1% YOY ซึ่งเกิดจากกลับมาสู่สภาวะปกติ

โดยธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ มีรายได้ 10,769 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% และธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์ มีรายได้ 748 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82.4%

มูลค่า THG กว่า 5.9 หมื่นล้าน

ปัจจุบัน (28 ก.พ. 2566) มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดหุ้น THG มีขนาดสูงกว่า 59,111 ล้านบาท โดยภรรยาหมอบุญ (จารุวรรณ วนาสิน) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 จำนวน 122.13 ล้านหุ้น สัดส่วน 14.41% พร้อมกับนั่งตำแหน่งประธานกรรมการ THG ด้านราคาหุ้น THG อยู่ที่ 69.75 บาท (ราคาปิดวันที่ 27 ก.พ. 2566)

กางแผน 3 ปี ขยาย 419 เตียง ทำ M&A

สำหรับมุมมองผู้บริหารต่อแนวโน้มธุรกิจของปี 2566 ชี้แจงไว้ว่า เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงรอบด้านทั้งเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ทาง THG ยังคงวางแผนเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีกับการแพทย์มาผนวกรวมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในระยะยาว

และให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร โดยมีการร่วมมือกับองค์กรชั้นนำต่าง ๆ จัดทำหลักสูตรพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เพื่อที่จะขยายศักยภาพในการให้บริการดูแลรักษาสุขภาพอย่างมีคุณภาพและครบวงจร

โดยใน 3 ปีข้างหน้าทางโรงพยาบาลในเครือ THG มีแผนการขยายห้องตรวจเพิ่ม จำนวน 195 ห้องตรวจ และขยายเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นจำนวน 419 เตียง ทั้งนี้ทาง THG ยังคงเปิดโอกาสในการหาพันธมิตร และการลงทุนเพื่อเสริมทัพให้บริษัทมีความแข็งแกร่งเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน