เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ซีพี แอ็กซ์ตร้า” จัดงานใหญ่ส่งท้ายปี “แม็คโคร โชห่วย โชว์โปร ออนทัวร์ 2026”
Business “ซีพี แอ็กซ์ตร้า” จัดงานใหญ่ส่งท้ายปี “แม็คโคร โชห่วย โชว์โปร ออนทัวร์ 2026”
บี.กริมส่งเสริมคนรุ่นใหม่ผ่านเวที“Youth for Change: The Mindful Future Contest”
SD บี.กริมส่งเสริมคนรุ่นใหม่ผ่านเวที“Youth for Change: The Mindful Future Contest”
อุดรฯ เตรียมรับ 2 งานยักษ์ ‘ครม.สัญจร-พืชสวนโลก’ โชว์ศักยภาพเมืองอีสาน
เศรษฐกิจภูมิภาค อุดรฯ เตรียมรับ 2 งานยักษ์ ‘ครม.สัญจร-พืชสวนโลก’ โชว์ศักยภาพเมืองอีสาน
เอ็มดีใหม่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ‘สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ’ ชู 3 มาตรฐานขับเคลื่อนองค์กร
Economic เอ็มดีใหม่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ‘สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ’ ชู 3 มาตรฐานขับเคลื่อนองค์กร
เปิดทางเงินไหลเข้าหุ้นไทย! หลัง MSCI เล็งถอดอินโดฯ พ้นตลาดเกิดใหม่
Finance เปิดทางเงินไหลเข้าหุ้นไทย! หลัง MSCI เล็งถอดอินโดฯ พ้นตลาดเกิดใหม่
ทรู ชู AI Platform Enabler เปลี่ยนผ่าน Digital สู่ AI Economy
Biz Movement ทรู ชู AI Platform Enabler เปลี่ยนผ่าน Digital สู่ AI Economy
เชลล์คว้า ‘สุดยอดห้องน้ำแห่งปี’ กทม.ยกให้ปั๊มเขตคลองสามวา
Economic เชลล์คว้า ‘สุดยอดห้องน้ำแห่งปี’ กทม.ยกให้ปั๊มเขตคลองสามวา
อีซี่แอร์ไลน์ปักหมุดอู่ตะเภา ชู Regional Air เชื่อมภูมิภาค
Business อีซี่แอร์ไลน์ปักหมุดอู่ตะเภา ชู Regional Air เชื่อมภูมิภาค
วัดมหาธาตุฯ จัดงานวันมหาสุรสิงหนาท 3 พย.69  ชวนฟัง ‘รฤกวังหน้า’
Uncategorized วัดมหาธาตุฯ จัดงานวันมหาสุรสิงหนาท 3 พย.69 ชวนฟัง ‘รฤกวังหน้า’
SCB EIC ห่วงหนี้ครัวเรือนลดแค่ตัวเลข แบงก์กู้ยาก-โรงรับจำนำโตสวน
Finance SCB EIC ห่วงหนี้ครัวเรือนลดแค่ตัวเลข แบงก์กู้ยาก-โรงรับจำนำโตสวน
ดูทั้งหมด

อย่ามองน้องใหม่เป็น “เหยื่อ”

24 ก.พ. 2561 | 17:41น.

คอลัมน์ ช่วยกันคิด โดย ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ http://tamrongsakk.blogspot.com

ในปัจจุบันนี้ ด้วยความเจริญทางเทคโนโลยี ทำให้คนเรามีช่องทางและโอกาสทำมาหากินได้หลายรูปแบบ โดยไม่จำเป็นจะต้องมาเป็นลูกจ้างเพียงอย่างเดียวเหมือนสมัยก่อน ทำให้เกิดปัญหายอดนิยมในบริษัทต่าง ๆ

และที่เป็นปัญหาอันดับต้น ๆ คือ หาคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งงานมาทำงานด้วยยาก (อันนี้ไม่ได้พูดถึงบริษัทระดับบิ๊กเนมนะครับ เพราะบริษัทใหญ่ ๆ ดัง ๆ จะมีแรงดึงดูดให้น้อง ๆ ที่เพิ่งจบใหม่ หรือแม้แต่คนที่มีประสบการณ์ทำงานอยากไปร่วมงานด้วยอยู่แล้ว)

แถมเกิดปัญหาต่อมาอีกว่า หาคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งว่ายากแล้ว การรักษาคนที่เราหามาได้นั้นยากยิ่งกว่าขึ้นไปอีก

ที่แย่กว่านั้นคือ พนักงานที่เพิ่งเข้ามาใหม่ (ไม่ว่าจะเพิ่งจบใหม่หรือมีประสบการณ์ทำงานมาก็ตาม) ทำงานอยู่ได้แป๊บเดียวก็เซย์กู๊ดบายไปซะแล้ว !

ผู้บริหารบางท่านก็ไปเพ่งเล็งแถมต่อว่าซะอีกว่า…นี่แหละคือสไตล์ของพวกเจนวาย ทำงานจับจด ไม่สู้งาน ทำงานไม่นานก็ลาออกไปเสียแล้ว ฯลฯ

แน่ะ…ไปดราม่าเรื่องของเจเนอเรชั่นกันเสียนี่

ผมว่าอย่าเพิ่งไปมองเรื่องเจเนอเรชั่น แล้วลองย้อนกลับมามองต้นตอต้นเหตุของปัญหาของการลาออกกันก่อนเรื่องเจเนอเรชั่นจะดีไหมครับ

ปัญหาสำคัญเรื่องหนึ่งที่ทำให้พนักงานใหม่ตัดสินใจลาออกที่ผมมักจะเจอมาคือ…

เมื่อฝ่ายบุคคลส่งตัวพนักงานใหม่เข้ามาในหน่วยงานแทนที่หัวหน้างานจะสร้าง first impression ให้กับพนักงานใหม่เกิดความประทับใจ ก็กลับต้อนรับพนักงานใหม่ด้วยการโยนงาน (หรือโอนงาน) ที่คั่งค้างอยู่ของพนักงานเดิมที่ลาออกไปมาให้พนักงานใหม่ทำทันทีโดยไม่มีการสอนงาน โดยหัวหน้างานก็จะบอกให้ใครสักคนในแผนกที่รู้งานดีมา “สอนงาน” น้องใหม่

แล้วคิดเอาเองว่านั่นแหละคือการ “สอนงาน” พนักงานใหม่แล้ว ! ไม่มีการพูดจาโอภาปราศรัยปรับสภาพจิตใจพนักงานใหม่อะไรกัน มากไปกว่าการรับไหว้พนักงานใหม่ แล้วก็ให้ใครสักคน (ซึ่งก็คือคนเก่าที่ทำงานมาก่อน) เอางานมากองให้ พนักงานใหม่ทำพร้อมกับการบอก ๆ ชี้ ๆ สั่ง ๆ ให้น้องใหม่ทำงานตามบอกตามสั่ง เรียกว่ามองน้องใหม่เหมือนเหยื่อที่จะต้องเข้ามาเป็นตัวตายตัวแทนคนเก่าที่ลาออกไป และบริษัทกำลังรอจะให้เหยื่อรายนี้เข้ามาเคลียร์งานที่คั่งค้างเหล่านี้ให้เร็วที่สุด

ไม่มีแผนการสอนงาน ไม่มีการเตรียมผู้สอนให้รู้ศาสตร์ในการสอนงานการเป็นพี่เลี้ยง แถมคนสอนงานก็ไม่ค่อยอยากจะสอนเพราะงานของตัวเองก็เยอะอยู่แล้ว

มองน้องใหม่เหมือนมาเป็นภาระเพิ่มให้กับตัวเอง แถมพูดจากับพนักงานใหม่แบบห้วน ๆ ดุ ๆ หรือเย็น ๆ ชา ๆ ลองถามตัวเองดูสิครับว่า ถ้าเราเป็นน้องใหม่เข้ามาแล้วเจอการรับน้องแบบนี้ เรายังอยากจะทำงานที่บริษัทนี้ต่อไปไหม

โดยตัวหัวหน้าเองก็อาจจะลืมความรู้สึกของตัวเองในวันแรกเมื่อมาเริ่มงานในที่ทำงานใหม่ว่าตัวเองก็มาแบบคนแปลกหน้า ด้วยความรู้สึกว่าคนรอบข้างรวมไปถึงสภาพรอบข้างในที่ทำงานก็แปลกใหม่ ต้องการเวลาในการปรับตัวปรับสภาพจิตใจกันบ้าง แต่พอก้าวเข้ามาในที่ทำงานเป็นวันแรกแล้วเจอการ “โยนงาน” มาเป็นกองแบบนี้จะรู้สึกยังไง ลืมคำว่า “ใจเขา-ใจเรา” ไปสนิทใจ

ผมไม่ได้บอกว่าการสอนงานของทุกแห่งเป็นอย่างนี้นะครับ แต่กำลังพูดว่าปัญหาที่ทำให้น้องใหม่ลาออกในหลาย ๆ บริษัทมักจะมีลักษณะเป็นแบบที่บอกมานี่ตะหาก !

และถ้าเป็นแบบนี้ผมไม่เรียกว่าการสอนงานหรอกนะครับ นี่คือการสั่ง ๆ บอก ๆ ให้ทำแบบมั่ว ๆ ต่างหาก ! หรือจะเรียกว่าเป็นการสอนงานแบบองค์ลงประทับหรือสอนงานแบบเทพดลใจก็ได้มั้งครับ

งั้นควรจะแก้ปัญหานี้ยังไงดี ?

1.ทุกหน่วยงานควรมีแผนการสอนงานที่ชัดเจน

2.”ผู้รับผิดชอบ” หรือ “ผู้สอนงาน” ควรจะมีการเตรียมความพร้อมให้เป็นผู้สอนงาน เช่น ควรส่งเข้าอบรมหลักสูตร train the trainer หรือหลักสูตรเทคนิคการสอนงาน เพื่อให้ผู้สอนหรือคนที่เป็นพี่เลี้ยงได้เข้าใจศาสตร์และศิลป์ของการสอนงาน โดยสร้างความคุ้นเคยเป็นกันเองรวมถึงการให้ทดลองสอนงานโดยหัวหน้างานควรจะสังเกตการสอน และให้ feedback จนแน่ใจว่าพนักงานคนนั้น ๆ สามารถเป็นผู้สอนงานที่ดีได้จริง แผนการสอนงานจะแสดงถึงความเป็นมืออาชีพของหน่วยงานนั้น ๆ และมีมาตรฐานในการทำงานที่ชัดเจนตั้งแต่พนักงานแรกเข้าอีกด้วยครับ ผู้สอนงานไม่ควรจะเร่งรัดเอาเป็นเอาตายหรือสอนงานด้วยความซีเรียสเอาเป็นเอาตายมากจนเกินไป ควรมีจิตวิทยาการสอนงาน การใช้คำพูดในเชิงให้กระตุ้นให้กำลังใจน้องใหม่เป็นระยะระหว่างการสอนงาน

3.ไม่ควรมอบหมายให้คนที่เก่งงานแต่ขาดทักษะการสอน หรือเก่งงานแต่มีวาจาเป็นอาวุธดาวพุธ เป็นวินาศ EQ ต่ำ ทัศนคติไม่ดี ฯลฯ มาเป็นผู้สอนงาน เพราะนั่นจะยิ่งเป็นตัวเร่งทำให้พนักงานเข้าใหม่ลาออกให้เร็วมากยิ่งขึ้นไปอีก

หวังว่าข้อแนะนำของผมคงจะเป็นประโยชน์ทำให้จำนวนน้องใหม่ที่เป็น “เหยื่อ” ในองค์กรลดลง ลดการลาออกและทำงานกับองค์กรได้นานมากขึ้นบ้างแล้วนะครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ช่วยกันคิด