เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
ดูทั้งหมด

ถอดมุมคิด “ไทยวา” สร้างองค์กรน่าทำงานที่สุดในเอเชีย

18 มี.ค. 2566 | 16:13น.

บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC ก้าวเข้าสู่ปีที่ 76 ในการดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร โดยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวุ้นเส้น และเส้นก๋วยเตี๋ยวใหญ่ที่สุดในไทย และเวียดนาม ปี 2566 บริษัทมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มความแข็งแกร่งให้องค์กร พันธมิตร และกำลังการผลิตในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก สู่การเป็นองค์กรที่ยังยืนและน่าทำงานที่สุดในเอเชีย

“หทัยกานต์ กมลศิริสกุล” ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายกลยุทธ์ ความยั่งยืน นวัตกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานและสำนักงาน 15 แห่ง ใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย เวียดนาม จีน อินโดนีเซีย และล่าสุดกัมพูชา ที่กำลังจะเปิดสำนักงานในปลายปี 2566 โดยบริษัทขายสินค้าในประเทศต่าง ๆ ที่มีโรงงานอยู่ และส่งออกกว่า 35 ประเทศทั่วโลก

หทัยกานต์ กมลศิริสกุล
หทัยกานต์ กมลศิริสกุล

ปัจจุบันประกอบธุรกิจ 3 ประเภท ได้แก่ หนึ่ง ธุรกิจแป้ง (plant-based) ดำเนินธุรกิจแบบการค้าระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) ภายใต้แบรนด์ ROSE สอง ธุรกิจอาหาร (วุ้นเส้นและเส้นก๋วยเตี๋ยว) ภายใต้แบรนด์ มังกรคู่ หงษ์ และกิเลนคู่ ดำเนินธุรกิจแบบการค้าระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C)

สาม ธุรกิจใหม่คือไบโอพลาสติก (biodegradable plastic) จากแป้งมันสำปะหลังครั้งแรกในโลก ภายใต้แบรนด์ ROSECO ดำเนินธุรกิจแบบ B2B

“สำหรับไบโอพลาสติกจากแป้งมันสำปะหลัง เป็นธุรกิจที่ไทยวาเริ่มวิจัยและพัฒนาเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว โดยมีโรงงานที่ จ.ระยอง จากนั้นเริ่มทำการตลาดปี 2565 และได้ผลการตอบรับค่อนข้างดี เพราะเทรนด์ไบโอพลาสติกกำลังมา บวกกับหลายประเทศกำหนดให้ไบโอพลาสติกเป็นส่วนประกอบในการผลิตพลาสติกด้วย ดังนั้น ปลายปี 2566 บริษัทจะเพิ่มกำลังผลิตกว่าเท่าตัว

นอกจากนั้น เรายังมีกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นไปที่การสร้างสมดุลระหว่างกลุ่มลูกค้า B2C และ B2B ทั้งในประเทศไทย จีน อินโดนีเซีย เวียดนาม อินเดีย และทั่วโลก”

กล่าวกันว่าไทยวาทุ่มเทเวลาในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เตรียมความแข็งแกร่งให้พร้อม คว้าโอกาสหลังการแพร่ระบาดอย่างหนักของโควิด-19 จนทำให้ปี 2565 ความต้องการสินค้าในพอร์ตโฟลิโอทั้งหมดมีการเติบโตมากยิ่งกว่าในช่วงก่อนโควิด-19 ทำรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1 หมื่นล้านบาทในปี 2565

ทั้งยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของเอเชีย-แปซิฟิกที่ได้รับรางวัล Steward Leadership 25 (SL25) ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับบริษัทที่มีความมุ่งมั่นในการรับมือความท้าทายด้านสังคมในปัจจุบัน และในปี 2565 บริษัทยังคว้ารางวัลองค์กรดีเด่นที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชีย ประจำปี หรือ HR Asia Best Company to Work for in Asia 2022

“หทัยกานต์” กล่าวด้วยว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนกลายเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ ในฐานะที่บริษัททำธุรกิจในอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร จึงมุ่งมั่นพัฒนาสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ส่งเสริมการสร้างความยั่งยืน ตั้งแต่กระบวนการปลูกไปจนถึงมือผู้บริโภค (creating innovation and sustainability from farm to shelf)

โดยห่วงโซ่คุณค่าของไทยวาเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ ตั้งแต่เกษตรกร คู่ค้าทางธุรกิจ ตลอดจนสังคม และผู้บริโภค ทั้งยังแบ่งภารกิจความยั่งยืนออกเป็น 4 กลยุทธ์หลักคือ การพัฒนาเกษตรกร, การพัฒนาโรงงานและชุมชนสีเขียว, การพัฒนาคุณภาพชีวิตครอบครัวพนักงาน และการวิจัยอาหารออร์แกนิกและอาหารเพื่อสุขภาพ

“บริษัทซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรโดยตรง ทั้งมันสำปะหลัง ข้าว และถั่วเขียว ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเราใช้เทคโนโลยีช่วยส่งเสริมเกษตรกร และสนับสนุนสมาชิกเกษตรกรใช้ปุ๋ยหมักแทนสารเคมี ทั้งยังมีการจัดการอบรมเกี่ยวกับทักษะอาชีพและความรู้ด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกร มีการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมคิดเป็นร้อยละ 16 ของงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด เพิ่มคุณค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรผ่านนวัตกรรมการผลิตไบโอพลาสติกเป็นต้น”

นอกจากนั้น ภายในปี 2568 ไทยวาจะรุกลงทุนในด้านพลังงานทดแทนอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายในการจัดหาพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 15 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นระยะยาวในการลดปริมาณคาร์บอนให้เป็นศูนย์ และเป็นการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในฐานะองค์กรหลัก

“การจะขยายธุรกิจและเดินตามเป้าหมายความยั่งยืนที่ตั้งใจไว้ ไทยวาจึงกำหนดให้คนเป็น top agenda ขององค์กรในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยตั้งใจจะพัฒนา local talents (คนเก่งที่อยู่ในท้องที่แต่ละประเทศ) เพื่อมาช่วยขับเคลื่อนองค์กรและร่วมสร้างธุรกิจให้เติบโต”

“ดวงกมล จิรพรเกษมสุข” ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล กล่าวเสริมว่า ไทยวาส่งเสริมให้พนักงานมีบทบาทในการเสนอแนวคิดในการดำเนินการด้านความยั่งยืนขององค์กร บริษัทจึงมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมอย่างอิสระ

โดยทุกวันของการทำางาน บริษัทยินดีรับฟังผลสะท้อนกลับจากการทำงานของพนักงาน เพื่อนำมาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งสิ่งสำคัญในการมุ่งสู่ความสำเร็จคือ การที่พนักงานเข้าใจวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจ และมีความเชื่อในคุณค่าของการทำงานร่วมกัน

“ที่สำคัญ ไทยวาส่งเสริมการได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน และสนับสนุนความหลากหลาย พร้อมยอมรับความแตกต่างของพนักงานในองค์กร (diversity and inclusion) โดย 1 ใน 3 ของกรรมการอิสระของบริษัทเป็นผู้หญิง, ร้อยละ 50 ของคณะผู้บริหารเป็นผู้หญิง, ร้อยละ 40 เป็นคนที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย ร้อยละ 60 จากผู้บริหารระดับสูงสุดจำนวน 25 คน เป็นผู้หญิง และคณะผู้บริหารครึ่งหนึ่งของบริษัทเป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 45 ปี”

นอกจากนั้น ไทยวายังวางกลยุทธ์การพัฒนาบุคลากรอย่างยั่งยืนด้วยการสร้างระบบการบริหารสมรรถนะ (competency management system) แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

หนึ่ง สมรรถนะหลัก หมายถึงทักษะ และคุณลักษณะที่ทุกคนในองค์กรจำเป็นต้องมี

สอง สมรรถนะด้านการเป็นผู้นำ หมายถึงความสามารถ ทักษะ และคุณลักษณะที่จำเป็นของระดับหัวหน้างาน รวมถึงผู้นำของหน่วยงาน เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ ค่านิยม และทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กร

สาม สมรรถนะตามบทบาทหน้าที่ หมายถึงความรู้ ความสามารถ ทักษะ และคุณลักษณะที่ใช้ร่วมกันตาม job family ซึ่งเป็นกลุ่มงานที่มีลักษณะการทำงาน การพัฒนา และการจัดการสายอาชีพที่ใกล้เคียงกัน

“การสร้างผู้นำรุ่นใหม่เป็นเป้าหมายอย่างหนึ่งของไทยวา จึงทำโครงการ Thai Wah Leadership Academy (TLA) เพื่อพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานของพนักงานในทุก ๆ ระดับ เตรียมพร้อมคนข้างในองค์กรให้เติบโตขึ้นเพื่อเป็นผู้นำรุ่นใหม่ในอนาคต

โดยรูปแบบการเรียนรู้จะเป็นการถ่ายทอด Thai Wah DNA จากประสบการณ์ความสำเร็จของผู้บริหารรุ่นเก่า ผู้บริหารรุ่นปัจจุบัน และออกแบบมาให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพตามหลักการ 70-20-10 70% คือ การเรียนรู้และพัฒนาผ่านประสบการณ์ 20% เรียนรู้และพัฒนาผ่านผู้อื่น และ 10% เรียนรู้และพัฒนาผ่านการอบรมและเรียนหลักสูตรต่าง ๆ”

จนทำให้ “ไทยวา” กลายเป็นองค์กรที่น่าทำงานในที่สุด