สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองมีมติเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี และได้แจ้งต่อ กกต. ระหว่างวันที่ 4-7 เม.ย. พบว่า มี 43 พรรค เสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ รวม 63 คน
บีบีซีไทยตรวจสอบบัญชีแคนดิเดตนายกฯ ของทุกพรรค พบว่ามีผู้หญิงเพียง 9 คนที่ได้รับการเสนอชื่อให้ชิงเก้าอี้ผู้นำคนที่ 30 ของประเทศ หรือคิดเป็น 14% ของแคนดิเดตนายกฯ ทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นผู้ชายทั้งสิ้น
พรรคการเมืองส่วนใหญ่ 29 พรรค จาก 43 พรรคที่เสนอชื่อนายกฯ ให้สังคมพิจารณา ตัดสินใจส่งชื่อแคนดิเดตเพียงคนเดียว
นอกจากนี้เราได้รวบรวมรายชื่อ “นายกฯ ในบัญชี” ของพรรคการเมืองต่าง ๆ มาไว้ที่นี่ เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
พรรคที่เสนอ 3 รายชื่อ มี 6 พรรค
พรรคเพื่อไทย – 1. น.ส. แพทองธาร ชินวัตร 2. นายเศรษฐา ทวีสิน 3. นายชัยเกษม นิติสิริ
พรรคไทยสร้างไทย – 1. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 2. นายสุพันธุ์ มงคลสุธี 3. น.ต. ศิธา ทิวารี
พรรคชาติพัฒนากล้า – 1. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ 2. นายกรณ์ จาติกวณิช 3. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ
พรรคไทยธรรม – 1. นายกิติกร วิชัยเรืองธรรม 2. นายอโณทัย ดวงดารา 3. น.ส. รัตติกาล โสวะภาส
พรรคพลังเพื่อไทย – 1. นายเอกวรพงศ์ อำนวยทรัพย์ 2. นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ 3. นางปภาดา ถาวรเศรษฐ
พรรคประชากรไทย – 1. นายคณิศร สมมะลวน 2. น.ส. ภคมน วงศ์ใหญ่ 3. นายหรรษธร ณรงค์
พรรคที่เสนอ 2 รายชื่อ มี 8 พรรค
พรรครวมไทยสร้างชาติ – 1. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
พรรคประชาชาติ – 1. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา 2. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง
พรรคเพื่อชาติ -1 . นพ. เรวัต วิศรุตเวช 2. ร.อ. จารุพล เรืองสุวรรณ
พรรคพลัง – 1. นายชัยยพล พสุรัตน์บรรจง 2. นายลิขสิทธิ์ ใสกระจ่าง
พรรคไทยพร้อม – 1. นายวิทยา อินาลา 2. นายวิษณุ กรองกันภัย
พรรคประชาภิวัฒน์ – 1. นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ 2. พล.ต. ไชยนาจ ญาติฉิมพลี
พรรคราษฎร์วิธี – 1. นายสุชาติ บรรดาศักดิ์ 2. นายรัฐฐาน์ พีรวิชญ์ธนาภัค
พรรคไทยก้าวหน้า – 1. นายวัชรพล บุษมงคล 2. พล.อ. สิทธิ์ สิทธิมงคล
พรรคที่เสนอรายชื่อเดียว มี 29 พรรค
พรรคก้าวไกล – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
พรรคภูมิใจไทย – นายอนุทิน ชาญวีรกูล
พรรคพลังประชารัฐ – พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ
พรรคประชาธิปัตย์ – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
พรรคชาติไทยพัฒนา – นายวราวุธ ศิลปอาชา
พรรคเสรีรวมไทย – พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส
พรรคประชาธิปไตยใหม่ – นายสุรทิน พิจารณ์
พรรคท้องที่ไทย – นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล
พรคพลังสังคมใหม่ – นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ
พรรคไทยชนะ – ม.ร.ว. จัตุมงคล โสณกุล
พรรคเสมอภาค – นางรฎาวัญ วงศ์ศรีวงศ์
พรรคไทยภักดี – นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม
พรรคทางเลือกใหม่ – นายราเชน ตระกูลเวียง
พรรคไทยเป็นหนึ่ง – พล.อ. ประสูตร รัศมีแพทย์
พรรคเพื่อชาติไทย – นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล
พรรคมิติใหม่ – นายปรีชา ไข่แก้ว
พรรคไทยศรีวิไลย์ – นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์
พรรคแนวทางใหม่ – นายยุทธยา รักชลธี
พรรคเพื่ออนาคตไทย – นายประเสริฐ เลิศยะโส
พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย – นายณัชพล สุพัฒนะ
พรรคพลังปวงชนไทย – นายทิฏิวุฒิ ศรีมานพ
พรรคชาติรุ่งเรือง – นางพิมไหมทอง ศักดิพัตโภคิน
พรรคพลังสังคม – นางณฐพร ชลายนนาวิน
พรรคประชาไทย – นายบุญยงค์ จันทร์แสง
พรรคช่วยชาติ – น.ส. นงนุช บัวใหญ่
พรรคความหวังใหม่ – นายชิงชัย มงคลธรรม
พรรคคลองไทย – นายสายัณห์ อินทรภักดิ์
พรรคเปลี่ยนอนาคต – ผศ. (พิเศษ) อัครนันท์ อริยศรีพงษ์
พรรคไทยสมาร์ท – นายเกียรติภูมิ สิริพันธุ์
การแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคมีมติเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกฯ ไปเป็นตามรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเริ่มนำกติกานี้มาใช้ครั้งแรกในการเลือกตั้ง 2562 โดยให้แต่ละพรรคเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรให้เป็นนายกฯ ได้ไม่เกิน 3 ชื่อ
แม้มีพรรคการเมืองส่งชื่อ “นายกฯ ในบัญชี” เข้าประกวดมากมาย แต่ชื่อที่จะนำมาพิจารณากลางสภาผู้แทนฯ ได้ ต้องมาจากพรรคที่ได้ ส.ส. อย่างน้อย 5% ของสมาชิกทั้งหมดที่มีในสภา หรือมี ส.ส. 25 คนขึ้นไป
ในการเลือกตั้ง 2562 พบว่า มีเพียง 5 พรรคเท่านั้นที่ไปถึงเกณฑ์ในการเสนอชื่อนายกฯ ได้ ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคภูมิใจไทย, พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคอนาคตใหม่
นอกจากยังต้องมี ส.ส. รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 หรือ ส.ส. 50 คนให้การรับรองชื่อ
ในการลงมติครั้งนี้ จะเป็นอีกครั้งที่ ส.ว. ยังเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการโหวตเลือกนายกฯ โดยดำเนินการผ่านการประชุมรัฐสภาซึ่งมีสมาชิก 750 คน (ส.ส. 500 คน และ ส.ว. 250 คน) ดังนั้นบุคคลที่จะได้ขึ้นเป็นนายกฯ คนที่ 30 จึงต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภามากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หรือ 376 เสียงขึ้นไป
หมายเหตุ : ข่าว บีบีซีไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว