เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘Apple’ จับมือ ‘Meta’ ดันโมเดล Muse AI ประมวลผลบน Mac Studio
Tech ‘Apple’ จับมือ ‘Meta’ ดันโมเดล Muse AI ประมวลผลบน Mac Studio
ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.86% อยู่ที่ 81,953 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.86% อยู่ที่ 81,953 เหรียญสหรัฐ
ดวงรายสัปดาห์ 18-24 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 18-24 ตุลาคม 2569
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ดูทั้งหมด

รวมความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยหรือไม่ เมื่อจีดีพีโตแค่ 1.1%

30 เม.ย. 2566 | 16:28น.
นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐ

รวมความคิดเห็นและคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยหรือไม่ เมื่อประมาณการจีดีพีไตรมาสแรกโตได้แค่ 1.1%  

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาแข็งแกร่งเกินคาดมาหลายไตรมาสติดต่อกัน รอดพ้นภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่มีการคาดการณ์กันมาได้อย่างน่าทึ่งในหลายไตรมาสที่ผ่านมา แต่ในปีนี้อาจเลี่ยงไม่พ้น เมื่อเศรษฐกิจเริ่มแผ่วลงแล้ว 

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผยประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศไตรมาส 1 ปี 2566 ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2566 ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศตามราคาคงที่ (real GDP) ในสามเดือนแรกของปีนี้โตเพียง 1.1% ส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศตามราคาปัจจุบัน (nominal GDP) โต 5.1% 

อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐชะลอลงต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 4 ปี 2565 ที่ real GDP เติบโต 2.6% ส่วนทั้งปี 2565 เป็นผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น และอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งแม้ว่าจะชะลอลงมาแล้วแต่ยังส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคอยู่

อัตราเงินเฟ้อที่ยังไม่ลดลงใกล้ระดับเป้าหมาย กับอัตราการเติบโตของจีดีพีที่ต่ำ ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve System : Fed) ต้องคิดหนักว่าจะเลือกทางไหนระหว่างการแก้ปัญหาเงินเฟ้อ กับการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งทั้งสองทางต้องการนโยบายการเงินที่ต่างกัน 

แนวโน้มที่เป็นไปได้มากกว่าคือ เฟดจะตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อยหนึ่งครั้งในการประชุมวันที่ 2-3 พฤษภาคมนี้ ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ตลาดคาดการณ์ว่ามีโอกาส 90% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจะเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 10 นับตั้งแต่ที่ปรับขึ้นครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2565 และจะทำให้อัตราดอกเบี้ยขึ้นไปอยู่ที่ 5-5.25% 

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมความคิดเห็นและคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ ว่าสหรัฐจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือไม่ในปีนี้ 

นูรีล รูบินี (Nouriel Roubini) หรือ “ดร.ดูม” ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และธุรกิจระหว่างประเทศ  New York University Stern School of Business และผู้ก่อตั้ง-ซีอีโอของ Roubini Macro Associates ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg Television เมื่อวันศุกร์ที่ 28 เมษายนว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กำลังเผชิญกับ “ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก” ขั้นสุดในการพยายามรักษาเสถียรภาพด้านราคา รักษาเสถียรภาพการเติบโตของเศรษฐกิจ และรักษาเสถียรภาพทางการเงิน โดยใช้เครื่องมือนโยบายเพียงเครื่องมือเดียว นั่นคือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 

ดร.ดูมมองว่า ภารกิจที่เฟดพยายามทำในตอนนี้เป็น mission impossible กล่าวคือไม่มีทางเลยที่สหรัฐจะแก้ปัญหาเงินเฟ้อ รักษาเสถียรภาพการเติบโตของเศรษฐกิจ และรักษาเสถียรภาพทางการเงินได้พร้อม ๆ กัน เขามองว่ามีผลลัพธ์สองทางเท่านั้นที่เป็นไปได้คือ เศรษฐกิจไม่ถึงกับถดถอยแต่เงินเฟ้อจะยังยืดเยื้อต่อไป หรือจบแบบ hard landing กดเงินเฟ้อลงได้แต่เศรษฐกิจถดถอย 

รูบินีกล่าวอีกว่า โดยหลักการแล้วเฟดต้องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่กำลังจะมาถึงในต้นเดือนพฤษภาคม แล้วก็หยุด แต่หากเงินเฟ้อยืดเยื้อกว่าที่คาด ทางเลือกที่จะหยุดขึ้นดอกเบี้ยก็จะไม่สามารถใช้ได้   

นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐ
AFP/ ANGELA WEISS

เจฟฟรีย์ โรช (Jeffrey Roach) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ LPL Financial กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มที่จะถึงจุดเปลี่ยน เนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคอ่อนตัวลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าผู้บริโภคยังคงใช้จ่ายอย่างปกติในเดือนมกราคม แต่นับตั้งเดือนมีนาคมการใช้จ่ายลดน้อยลง เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมองโลกในแง่ร้ายมากขึ้นเกี่ยวกับอนาคต  

ทีมนักเศรษฐศาสตร์ของ Morgan Stanley นำโดย เอลเลน เซนต์เนอร์ (Ellen Zentner) คาดว่า การเติบโตของเศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสที่ 2 ของปี 2566 เนื่องจากผลสะสมของการเข้มงวดนโยบายการเงิน บวกกับแรงกดดันของภาคธนาคารที่ผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจไปสู่แดนลบ 

ลินด์เซย์ เพกซา (Lindsey Piegza) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Stifel Financial กล่าวว่า การใช้จ่ายสินค้าและบริการในไตรมาสแรกของปีนี้แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 แต่คาดว่าการใช้จ่ายจะจางหายไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากความแข็งแกร่งของการใช้จ่ายในช่วงต้นปีเป็นผลมาจากการใช้บัตรเครดิตมากขึ้น การเบิกเงินออมออกมาใช้ สภาพอากาศที่อุ่นขึ้น (ทำให้คนออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน) และโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐและท้องถิ่นที่พยุงการใช้จ่าย (ซึ่งสิ้นสุดไปแล้วเมื่อวันที่ 1 มีนาคม) 

“การสนับสนุนเหล่านั้นส่วนใหญ่จะไม่ยั่งยืน ดังนั้น จึงมีแนวโน้มว่าการเติบโตจะยังคงชะลอตัวต่อไป ภายใต้แรงกดดันของอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป”

เพรสตัน คาลด์เวลล์ (Preston Caldwell) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Morningstar แสดงความเห็นว่า แง่มุมหนึ่งที่ยุ่งยากสำหรับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันคือ ธนาคารกลางสหรัฐจงใจพยายามชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยหวังว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะควบคุมอัตราเงินเฟ้อได้ 

คาลด์เวลล์คาดว่าเฟดจะควบคุมอัตราเงินเฟ้อได้ภายในสิ้นปีนี้ และจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้ในปี 2567 ซึ่งตอนนั้นจะเป็นจุดที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว

จากข้อมูลทั้งหมดที่ “ประชาชาติธุรกิจ” ค้นหาและรวบรวมมา มีนักเศรษฐศาสตร์สองคนที่มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย หรืออย่างน้อยก็ไม่ถดถอยในเร็ว ๆ นี้

เอลลิซา วิงเกอร์ (Eliza Winger) นักเศรษฐศาสตร์ของ Bloomberg Economics กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งกว่าที่มองเห็นด้วยตาเปล่า ผู้บริโภคยังคงใช้จ่ายทั้งสินค้าและบริการ ในขณะที่จีดีพีโดยภาพรวมในไตรมาสแรกเติบโตเพียง 1.1% แต่ยอดขายขั้นสุดท้ายภายในประเทศเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งมาก 3.2% ซึ่งช่วยขจัดความกลัวว่าเศรษฐกิจจะถดถอยได้ในตอนนี้  

เวโรนิกา คลาร์ก (Veronica Clark) นักเศรษฐศาสตร์ของ Citigroup มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า ผู้คนยังคงจับจ่ายใช้สอย แม้ว่าสินค้าจะมีราคาสูงขึ้น ตัวเลขเงินเฟ้อโดยรวมยังแข็งแกร่ง แม้ว่าตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะเบาลงเล็กน้อยแล้ว แต่สัญญาณทั้งหมดบ่งชี้ว่าอุปสงค์ยังคงแข็งแกร่ง และราคาสินค้ายังคงเพิ่มขึ้นอย่างมาก 

“ดังนั้น จึงไม่ดูเหมือนว่าเราจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในทันที และฉันคิดว่าข้อมูลในไตรมาสที่ 1 นี้ช่วยยืนยันได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริโภคยังคงแข็งแกร่งมาก”

 

อ้างอิง : 

อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง