เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
Biz Movement เรเนซองส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นเครื่องดื่มใหม่ ยกระดับประสบการณ์ “Evenings at Renaissance”
BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
Business BDMS รุกไบโอเทค ทุ่ม 170 ล้าน ปั้น “ยีนรักษามะเร็ง” หั่นต้นทุนนำเข้า
นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
World นายกฯอันวาร์ ยันยังไร้ดีลอุ้มสายการบินแอร์เอเชีย
ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
Real Estate ขาย “สวนสยาม” หมื่นล้าน เนื้อหอม ทุนไทย-ต่างชาตินับ 10 รายสนใจซื้อ
เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
Economic เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์
คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
World คณะไกล่เกลี่ย UNCLOS หนุนไทย-กัมพูชาฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูต
น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
Economic น้ำลดอย่าเพิ่งสตาร์ท! กรมส่งเสริมการเกษตรเปิด 7 วิธีฟื้นเครื่องจักร
ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
เศรษฐกิจภูมิภาค ปลุก “เงินนอน” เชียงใหม่ 3 แสนล้านปักหมุด Investment Hub ภาคเหนือ
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
Automotive กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น ประเดิมขายในโชว์รูม ”เบนซ์“ 10 สาขาทั่วประเทศ
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ รอความชัดเจนจากสหรัฐ

09 มี.ค. 2561 | 20:16น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (5/3) ที่ระดับ 31.39/41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (2/3) ที่ 31.44/46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (2/3) มหาวิทยาล้ยมิชิแกน ได้เปิดเผยตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือน ก.พ. ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 99.7 ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 99.4 ในขณะที่นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า หลังจากที่ ปธน.ทรัมป์ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กในอัตรา 25% และอะลูมิเนียม 10% ในสัปดาห์นี้ โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายวที่จะปกป้องอุตสาหกรรมของสหรัฐ โดยนายฌอง-คล็อต ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ก็ได้ออกมาตอบโต้ โดยระบุว่า สหภาพยุโรปจะดำเนินการตอบโต้อย่างรุนแรง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทยุโรปที่ส่งออกเหล็กและอะลูมิเนียมไปยังสหรับ นอกจากนี้ผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (WTO) ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อการที่สหรัฐประกาศว่ามีแผนเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม ขณะที่มีแนวโน้มที่จะเกิดการตอบโต้จากประเทศคู่ค้า โดยการทำสงครามการค้าจะไม่เกิดประโยชน์ต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และองค์การการค้าโลกจะจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทวีตข้อความในวันนี้ โดยส่งสัญญาณว่า สหรัฐอาจยกเลิกการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม อย่างน้อยที่สุดสำหรับแคนาดา และเม็กซิโก หากมีการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ที่เป็นธรรม แต่อย่างไรก็ตามค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังได้รับปัจจัยสำคัญมาจากตัวเลขเศรษฐกิจ โดยออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 235,000 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 195,000 ตำแหน่ง หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้น 244,000 ตำแหน่งในเดือนมกราคม ในขณะที่นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นโดยตรงต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม ซึ่งตัวเลขสำคัญที่นักลงทุนจับตามองคือตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถูกประกาศในคืนนี้ โดยระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.30-31.46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดวันศุกร์ (9/2) มรานะดีล 31.35/37 บาท/ดอลลาร์

สำหรับการเคลื่อนไหวสกุลเงินยูโรในสัปดาห์นี้ ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.2333/36 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (2/3) ที่ระดับ 1.2290/94 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (2/3) สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี เปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีก ปรับตัวลดลง 0.7% ในเดือน ม.ค. แย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.8% นอกจากนี้นักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้งอิตาลีว่าจะไม่มีพรรคการเมืองใดครองเสียงข้างมากในสภา (Hung Parliament) หลังจากเอ็กซิทโพลระบุว่าพรรคฟอร์ซา อิตาเลีย ของนายซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี อดีตนายกรัฐมนตรีของอิตาลี ซึ่งแม้ว่าได้ที่นั่งเป็นอันดับหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 225-265 ที่นั่ง แต่ก็ยังต่ำกว่าข้อกำหนดของพรรคเสียงข้างมากที่จะต้องมีถึง 316 ที่นั่ง ประกอบกับ นางแองเกลา แมร์เคิล ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่ 4 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากสมาชิกพรรคโซเชียล เดโมแครตส์ (SPD) ซึ่งมีแนวคิดนิยมซ้าย โหวตด้วยคะแนนเสียง 66% เห็นชอบให้พรรคเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลสองพรรคใหญ่กับพรรคคริสเตียน เดโมแครตน์ (CDU/CSU) แนวนิยมขวาของนางแมร์เคิล นอกจากนี้ นักลงทุนจะจับตามองการจัดตั้งรัฐบาลผสมของอิตาลี หลังจากที่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง และผลการเลือกตั้งปรากฏว่าไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ผลการนับคะแนนบางส่วนพบว่าพรรคไฟว์ สตาร์ มูฟเมนต์ (M5S) ซึ่งมีนายลุยิ ดิไมโอ มีที่นั่งคิดเป็นสัดส่วนราว 30-31% ซึ่งจะทำให้ M5S เป็นพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวที่ได้เก้าอี้มากที่สุดในสภาผู้แทนฯ และสิทธิที่จะได้จัดตั้งรัฐบาลผสมก่อน โดยพรรคไฟว์ สตาร์ อาจจะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรค Lega ซึ่งมีแนวนโยบายที่สอดคล้องกัน โดยเฉพาะในแง่ของการต่อต้านการตั้งถิ่นฐานของผู้อพยพ และการต่อต้านสหภาพยุโรป จึงอาจจะทำให้การกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและทางการเงินของสหภาพยุโรปอีกครั้ง โดยในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้น ก่อนที่จะอ่อนค่าลงภายหลังจากการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank : ECB) ซึ่งยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0% อัราดอกเบี้ยสำหรับปล่อยกู้ที่ 0.25% และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ระดับ -0.4% พร้อมทั้งได้ให้ความเห็นว่าทาง ECB อาจจะคงมาตรการดอกเบี้ยที่ระดับนี้ออกไปซักพักหนึ่ง ส่งผลให้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.2279-1.2442 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2300/02 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนสัปดาห์นี้ ค่าเงินเยนเปิดตลาดในว้ันจันทร์ (5/3) ที่ระดับ 105.44/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (2/3) ที่ระดับ 105.55/58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (2/3) กระทรวงสื่อสารและกิจการภายในประเทศของญี่ปุ่น เปิดเผยอัตราว่างงานเดือน ม.ค. ลดลงสู่ระดับ 2.4% จากระดับ 2.7% ในเดือน ธ.ค. โดยนักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (ฺฺBOJ) ในวันศุกร์นี้ (9/3) อย่างใกล้ชิด หลังจากที่นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการ BOJ ได้แถลงต่อรัฐสภาญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (2/3) ว่า BOJ อาจจะพิจารณาถอนมาตรการผ่อนคลายทางการเงินในปีงบประมาณ 2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ BOJ คาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% นอกจากนี้ นายคุโรดะกล่าวว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะถอนมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน เนื่องจากเป้าหมายเงินเฟ้อยังคงอยู่ห่างไกล พร้อมระบุว่า BOJ จะยังคงเดินหน้าใช้มาตรการผ่อนคลายการเงินเชิงรุกต่อไป ประกอบกับในระหว่างสัปดาห์ รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2560 ขยายตัว 1.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี สูงกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งระบุว่า GDP ขยายตัวเพียง 0.5% โดยได้ปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นของยอดการใช้จ่ายภาคเอกชน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของอุปสงค์ภายในประเทศ ทั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า การอุปโภคบริโภคในภาคเอกชนซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 60% ของตัวเลข GDP นั้น ขยายตัว 0.5% ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากการประมาณการเบื้องต้น ส่วนการลงทุนในภาคสาธารณะ ปรับตัวลดลง 0.2% ซึ่งดีกว่าการประมาณการเบื้องต้นที่ระบุว่าปรับตัวลดลง 0.5% นอกจากนี้กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่ 6.074 แสนล้านเยน (5.7 พันล้านดอลลาร์) ในเดือนมกราคม นับเป็นการเกินดุลเดือนที่ 43 ติดต่อกัน ขณะที่การค้าสินค้าต่าง ๆ นั้นขาดดุลอยู่ที่ 6.666 แสนล้านเยน โดยต้นทุนของทรัพยากรธรรมชาติที่สูงขึ้นนั้นได้กระตุ้นมูลค่า การนำเข้าโดยรวม และส่งผลต่อยอดเกินดุลการค้า ซึ่งตลอดสัปดา์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 105.39-106.90 เยน/ดลอลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 106.71/73 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ