เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
ดูทั้งหมด

ฟิทช์ เรตติ้งส์ มองความไม่แน่นอนทางการเมือง-การคลังฉุดรั้งเครดิตประเทศไทยในระยะสั้น

21 พ.ค. 2566 | 15:40น.
ฟิทช์ เรตติ้งส์ วิเคราะห์ไทยหลังเลือกตั้ง 2566

ฟิทช์ เรตติ้งส์ (Fitch Ratings) วิเคราะห์ ความไม่แน่นอนทางการเมืองและการคลังหลังการเลือกตั้งจะฉุดรั้งอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในระยะสั้น หากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า จะส่งผลทางลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย การตั้งรัฐบาลผสมหลายพรรคจะทำให้การกำหนดนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพนั้นทำได้ยาก และการที่พรรคการเมืองส่วนมากเสนอนโยบายที่ต้องใช้รายจ่ายมาก อาจท้าทายโอกาสที่จะรัดเข็มขัดทางการคลัง 

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 ฟิทช์ เรตติ้งส์ (Fitch Ratings) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกออกบทวิเคราะห์หัวข้อ “ประเทศไทยเผชิญกับความไม่แน่นอนทางการเมืองและการคลังที่ยืดเยื้อหลังการเลือกตั้ง” โดยวิเคราะห์ว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองและการคลังหลังการเลือกตั้ง ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยฉุดรั้งอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในระยะสั้น 

ฟิทช์ เรตติ้งส์ วิเคราะห์ว่า ยังไม่ชัดเจนว่าพรรคก้าวไกลจะได้รับเสียงสนับสนุนอย่างเพียงพอหรือไม่ในการจัดตั้งรัฐบาลและเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งหากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า การจัดทำงบประมาณปีงบประมาณ 2567 จะล่าช้า และส่งผลทางลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศไทย 

การจัดตั้งรัฐบาลผสมที่กระจัดกระจายหลายพรรค ทำให้การกำหนดนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพนั้นจะทำได้ยาก แต่ก็ไม่น่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ส่วนแนวโน้มนโยบายการคลังนั้นยังไม่แน่นอน ในระหว่างการหาเสียง พรรคการเมืองส่วนมากนำเสนอนโยบายที่อาจต้องใช้รายจ่ายเพิ่มเติมจำนวนมาก ซึ่งอาจท้าทายโอกาสในการรัดเข็มขัดทางการคลัง 

เนื้อหาเต็มของบทวิเคราะห์มีดังนี้  

“ความไม่แน่นอนทางการเมืองและการคลังดูเหมือนจะเป็นปัจจัยฉุดรั้งอันดับเครดิตของประเทศไทยในระยะสั้นหลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุด แม้ว่าประเทศจะยังคงได้รับประโยชน์จากภาคการเงินต่างประเทศที่แข็งแกร่ง กรอบนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่แข็งแกร่ง และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเนื่องจากการกลับมาของนักท่องเที่ยว”

“คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยมีเวลาถึง 60 วันในการประกาศผลอย่างเป็นทางการหลังการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม แต่ตัวเลขเบื้องต้นชี้ว่าพรรคก้าวไกลได้ที่นั่งมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมกับพรรคเพื่อไทย พรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดก่อนหน้านี้ ที่ตามมาเป็นอันดับที่ 2”

“เพื่อที่จะพิสูจน์การเป็นเสียงข้างมากในสภาและเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนต่อไป พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต้องรวมคะแนนเสียงให้ได้อย่างน้อย 376 เสียง จากที่นั่งรวม 700 ที่นั่งในรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ในสภาล่าง 500 คน และสมาชิกวุฒิสภา 250 คน ซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐบาลทหารก่อนการเลือกตั้งปี 2562”

“ยังไม่ชัดเจนว่าพรรคก้าวไกลจะได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอหรือไม่ที่จะจัดตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคเพื่อไทยและพรรคเล็ก ๆ หลายพรรค พันธมิตรที่มีศักยภาพ (ในการจัดตั้งรัฐบาล) อาจประกอบด้วยกลุ่มบุคคลที่หลากหลาย ที่มีการจัดลำดับความสำคัญของนโยบายอย่างหลากหลาย การกำหนดนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพอาจถูกจำกัดชั่วคราวหากกระบวนการสรรหาพันธมิตรร่วมรัฐบาลทำให้การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ล่าช้าไปหลายเดือน”

“ถึงอย่างนั้นก็ตาม การคาดการณ์ของเราในกรณีพื้นฐาน (base case) ผลกระทบต่อเครดิตของประเทศไทยในระยะสั้นจะมีจำกัด เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่เราคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไว้ที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) เราระบุไว้กว้าง ๆ ว่า อาจเกิดรัฐบาลผสมที่กระจัดกระจาย ทำให้การกำหนดนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพนั้นกลายเป็นเรื่องซับซ้อน แต่ก็ไม่น่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ แนวโน้มนโยบายการคลังไม่แน่นอน แต่เราคาดว่ารัฐบาลผสมชุดต่อไปจะยังคงยึดมั่นในนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญบางส่วนของรัฐบาลชุดที่แล้ว”

“อาจมีการหยุดชะงักในการใช้จ่ายภายใต้งบประมาณสำหรับปีงบประมาณ 2567 ที่สิ้นสุดในเดือนกันยายน 2567 หากการเจรจาร่วมจัดตั้งรัฐบาลยืดเยื้อ ดังที่เกิดขึ้นกับงบประมาณในปีงบประมาณ 2563 หลังการเลือกตั้งปี 2562”

“เพื่อที่จะให้งบประมาณปีงบประมาณ 2567 ผ่านสภา จะต้องได้รับการอนุมัติทั้งจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และการลงพระปรมาภิไธยจากพระมหากษัติรย์ ความล่าช้าของงบประมาณปีงบประมาณ 2567 จะส่งผลลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่เรายังคงคาดว่าการเติบโตจะเร่งตัวขึ้นในปี 2566 และจะยังคงแข็งแกร่งในปี 2567 โดยมีการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก”

“ตัวชี้วัดภาคการคลังสาธารณะของไทยที่เสื่อมถอยลงอย่างมากในช่วงการระบาดของโควิด-19 กัดเซาะระดับอันดับเครดิตปัจจุบัน แต่ฟิทช์ฯคาดการณ์ว่า หนี้ภาครัฐทั่วไป/จีดีพี และดอกเบี้ย/รายได้ ในปี 2566-2567 จะยังคงอยู่ในระนาบตามค่ามัธยฐาน (median) ของกลุ่มประเทศที่มีความน่าเชื่อถือในระดับ ‘BBB'”

“หากรัฐบาลชุดต่อไปไม่สามารถรักษาเสถียรภาพของสัดส่วนหนี้ภาครัฐได้ ตัวอย่างเช่น มีแรงกดดันด้านการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง หรือมีผลกระทบจากภายนอกซึ่งอยู่นอกเหนือสมมติฐานพื้นฐานของเรา นั่นจะส่งผลให้อันดับเครดิตของประเทศตกต่ำลง”

“ในระหว่างการหาเสียง พรรคการเมืองส่วนมากนำเสนอนโยบายที่อาจต้องใช้รายจ่ายเพิ่มเติมจำนวนมาก สิ่งนี้อาจท้าทายโอกาสในการรัดเข็มขัดทางการคลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทที่ปัจจัยทางประชากรศาสตร์ไม่พึงประสงค์ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยอื่น ๆ รวมถึงอัตราการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและการเติบโตของรายได้ จะส่งผลต่อผลลัพธ์ทางการคลังด้วยเช่นกัน”

“ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยืดเยื้อยิ่งขึ้น หรือความตึงเครียดทางสังคมที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในระหว่างกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสถานะเครดิตของประเทศไทย แม้ว่านี่จะไม่ใช่สมมติฐานพื้นฐานของเราก็ตาม”

“เรากล่าวไว้ในเดือนพฤศจิกายนว่า (ถ้ามี) การหยุดชะงักทางการเมืองที่ทวีความรุนแรงขึ้นในระดับที่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงประสิทธิผลในการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจ อาจส่งผลเชิงลบต่ออันดับความน่าเชื่อถือ”