เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

วิเคราะห์โฉมหน้ารัฐบาลใหม่ ออกได้ 3 ทาง SCB CIO ชี้การเมืองไม่นิ่ง

15 มิ.ย. 2566 | 17:07น.
ธนาคารไทยพาณิชย์

SCB CIO ประเมินความไม่แน่นอนทางการเมือง ยังกดดันตลาดหุ้นไทย ชี้การจัดตั้งรัฐบาลออกได้ 3 หน้า คาด SET Index สิ้นปีอยู่ที่ประมาณ 1,660 จุด ส่วนในกรณีหากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า จนกระทบเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ดัชนีหุ้นไทยอาจมีความเสี่ยงปรับลดลงประมาณ -8% จากระดับปัจจุบันที่ประมาณ 1,550 จุด

วันที่ 15 มิถุนายน 2566 ดร.กำพล อดิเรกสมบัติ ผู้อำนวยการอาวุโส และหัวหน้าทีม SCB Chief Investment Office (SCB CIO) ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า SCB CIO ได้จัดทำบทวิเคราะห์เรื่อง “จับตาโฉมหน้ารัฐบาลชุดใหม่ กับโอกาสการลงทุนบนตลาดหุ้นไทย” โดย SCB CIO ประเมินการจัดตั้งรัฐบาลออกมาเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่

รูปแบบที่ 1 พรรคก้าวไกล จับมือกับพรรคเพื่อไทย และ 6 พรรคเล็ก มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มาจากพรรคก้าวไกล

รูปแบบที่ 2 คล้ายรูปแบบแรก แต่เปลี่ยนแคนดิเดตนายกฯ มาจากพรรคเพื่อไทย

รูปแบบที่ 3 พรรคเพื่อไทย บวกฝ่ายรัฐบาลเดิมร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล โดยมีแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย

ดร.กำพล อดิเรกสมบัติ
ดร.กำพล อดิเรกสมบัติ

ขณะที่ปัจจุบัน 8 พรรคการเมือง นำโดยพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ได้ร่วมกันจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วม (MOU) เพื่อการจัดตั้งรัฐบาล 23 ข้อ กับ 5 แนวทางปฏิบัติ เพื่อนำไปสู่การผลักดันนโยบายรัฐบาลต่อไป

ทั้งนี้ SCB CIO ได้ประเมินความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบายยังเป็นประเด็นหลักกดดันหุ้นไทย โดยผลกระทบจากนโยบายของพรรคที่เตรียมจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ พบว่าเน้นเรื่องการกระจายรายได้เป็นหลัก

ขณะที่แรงกระตุ้นที่มาจากภาคการคลัง คาดว่าจะมีได้ไม่มากเท่ากับในอดีต เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องหนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนที่มีสัดส่วนสูง โดยในส่วนของหนี้สาธารณะต่อ GDP ปัจจุบันอยู่ที่ 61% ดังนั้น เพื่อไม่ให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP เกิน 70% รัฐบาลชุดใหม่จะต้องหาทางเพิ่มรายได้ภาครัฐให้มากขึ้น จากการจัดเก็บรายได้ภาครัฐรูปแบบใหม่ และการปรับปรุงระบบภาษี ทำให้แรงกระตุ้นจากภาคการคลังสุทธิ (รายจ่าย-รายได้) ไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นมากนัก ในขณะที่หนี้ครัวเรือนที่สูงยังคงเป็นข้อจำกัดของการขยายตัวสินเชื่อการบริโภค แม้มีแรงกระตุ้นเข้ามาก็ตาม

Advertisement

“SCB CIO มองว่านโยบายเศรษฐกิจพรรคที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเอื้อต่อการบริโภคของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ในส่วนของนโยบายการจ้างงานและค่าแรงที่เป็นธรรม หากเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 450 บาทต่อวัน ภายใน 100 วันแรกที่เป็นรัฐบาล จะช่วยให้การบริโภคภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้น แต่อาจส่งผลต่อความสามารถทำกำไรของผู้ประกอบการและการแข่งขันกับประเทศที่มีต้นทุนแรงงานที่ต่ำกว่าไทย เมื่อประเมินผลต่อเงินเฟ้อ คาดว่าจะมีจำกัดและใช้เวลาในการส่งผ่าน”

ขณะที่การสร้างระบบสวัสดิการดูแลประชาชนตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงวัย คาดว่าจะช่วยสนับสนุนการบริโภคภาคเอกชนให้มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น โดยคาดการณ์วงเงินที่ต้องใช้ 650,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนนโยบายส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรมในทุกอุตสาหกรรม คาดว่าจะส่งผลกระทบกับธุรกิจในกลุ่มการสื่อสารโทรคมนาคม ผู้ผลิตสุราและเบียร์ และกลุ่มโรงไฟฟ้า รวมถึงมีผลต่อการลงทุนในตลาดทุน

ดร.กำพลกล่าวว่า แม้แรงกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะมาจากภาครัฐยังไม่ชัดเจน แต่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ต่อ เนื่องจากภาคบริการและบริโภคภาคเอกชน โดย SCB CIO ประเมินเศรษฐกิจไทยได้อานิสงส์จากการขยายตัวของภาคบริการ โดยเฉพาะในสาขาที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว รวมทั้งการผลิตในภาคเกษตรและการบริโภคเอกชน

ส่วนปัจจัยเสี่ยง คือ ความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบายมีแนวโน้มทำให้เกิดการชะลอการลงทุนทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ทำให้การฟื้นตัวของภาคส่งออกไทยช้ากว่าคาดการณ์ไว้

ส่วนผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยออกจากภาวะ earning recession หรือภาวะที่กำไรถดถอยแล้ว หลังกำไรหดตัวติดต่อกัน 2 ไตรมาสในช่วงครึ่งหลังปี 2565 ส่วนการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสแรก ปี 2566 ฟื้นตัวกลับมาเป็นบวก และส่งสัญญาณมีแนวโน้มสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 ตามเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มดีขึ้นจากการเปิดเมืองเปิดประเทศ

ทั้งนี้ SCB CIO ยังคงมุมมองตลาดหุ้นไทยเป็น slightly positive โดยคาดว่าผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ขณะที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวดีในครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม ต้องจับตามองการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ รวมถึงเสถียรภาพทางการเมือง ที่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเรียกความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาลงทุน

ดร.กำพลกล่าวด้วยว่า หากวิเคราะห์จากเหตุการณ์ปกติที่ควรจะเป็น (base case scenario) การจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นตามกรอบระยะเวลาตามกฎหมาย ภายในกลางเดือน ก.ค. และการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2567 มีโอกาสล่าช้า แต่อยู่ในระดับที่จัดการได้

“เราคาดว่า SET Index ณ สิ้นปี 2566 จะอยู่ที่ประมาณ 1,660 จุด เพิ่มขึ้น 7% จากระดับปัจจุบันที่ประมาณ 1,550 จุด ส่วนในกรณีเลวร้าย (worse case scenario) หากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า จนกระทบต่อการจัดทำและเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 และมีความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบายยืดเยื้อ SET Index อาจมีความเสี่ยงปรับลดลงประมาณ -8% จากระดับปัจจุบัน” ดร.กำพลกล่าว