Skip to content

STARK อ้างเหตุ “สงคราม” ปมยกเลิกสัญญาลงทุนใน 2 บริษัทเยอรมนี

20 มิ.ย. 2566 | 13:56น.
STARK อ้างเหตุ “สงคราม” ปมยกเลิกสัญญาลงทุนใน 2 บริษัทเยอรมนี

STARK ตอบคำถาม 6 ข้อ กรณี ก.ล.ต.ให้ชี้แจงข้อมูลการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการกับ 2 บริษัทคู่สัญญาในเยอรมนี ยันสัญญามีเงื่อนไขให้ยกเลิกได้ ปมสู้รบสงคราม “รัสเซีย-ยูเครน”

วันที่ 20 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ กรรมการ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ได้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการแก่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ตามที่บริษัทได้แจ้งข้อมูลผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2566 เกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ขอให้บริษัท ให้นำส่งคำชี้แจงและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือของสำนักงาน ก.ล.ต.

บริษัทจึงขอเรียนชี้แจงในแต่ละประเด็น ดังต่อไปนี้

1.Q : เงื่อนไขหรือข้อตกลงในสัญญาซื้อขายหุ้นระหว่างบริษัทท่านและผู้ขาย ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเพิกถอนสัญญาซื้อขายหุ้นและธุรกรรมการซื้อขายหุ้นข้างต้น

A : ภายใต้สัญญาซื้อขายที่เกี่ยวข้อง กล่าวคือ Agreements Regarding the Sale and Purchase of the LEONI Business Group Automotive Cable Solutions ลงวันที่ 22/23 พฤษภาคม 2565 ซึ่งบริษัทฯ ในฐานะผู้ซื้อ ได้เข้าทำกับ LEONI AG และ LEONI Bordnetz-Systeme GmbH ในฐานะกลุ่มผู้ขายนั้น มีบทบัญญัติที่ระบุไว้ว่าในช่วงระยะเวลาก่อนที่การซื้อขายจะเสร็จสมบูรณ์ (Closing) นั้น ผู้ซื้อมีสิทธิทำหนังสือแจ้งต่อกลุ่มผู้ขายเพื่อใช้สิทธิเพิกถอน (withdraw) สัญญาซื้อขายฯ ได้ หากเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งตามที่ได้ระบุไว้ในสัญญาซื้อขาย

ในกรณีนี้ เหตุการณ์ที่สามารถใช้เป็นเหตุในการใช้สิทธิเพิกถอนสัญญาดังกล่าวได้ ได้แก่ ในกรณีที่มีการจู่โจมทางทหารใด ๆ ต่อประเทศอธิปไตยใด ๆ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างวันลงนามสัญญาซื้อขาย (Signing Date) และวันที่คาดการณ์ว่าการซื้อขายจะเสร็จสมบูรณ์ (Scheduled Closing Date) และการจู่โจมทางทหารดังกล่าวส่งผลให้

(ก) มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไปในอาณาเขต (jurisdiction) ที่บริษัทเป้าหมายใด ๆ ตั้งอยู่ และ (ข มีผลกระทบทางการเงินในเชิงลบต่อธุรกิจประเภทโซลูชั่นสายเคเบิลสำหรับยานยนต์ (automotive cable solutions) ของกลุ่มบริษัทเป้าหมาย ซึ่งต้องพิจารณาโดยรวม ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงใน (ก) และ (ข) ข้างต้นนั้น ให้เปรียบเทียบกับสถานการณ์ ณ วันที่ลงนามสัญญาซื้อขาย

2.Q : เหตุการณ์หรือปัจจัยที่บริษัทท่านพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นเหตุให้เกิดผลกระทบ ในทางลบอย่างมีนัยสำคัญ และสามารถใช้สิทธิเพิกถอนสัญญาซื้อขายหุ้นและธุรกรรมการซื้อขายหุ้น ที่กล่าวข้างต้นได้

A : ภายหลังจากวันที่ลงนามในสัญญาซื้อขาย สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงดำเนินต่อไป คณะกรรมการบริษัทในขณะนั้นเชื่อว่า การจู่โจมทางทหารอย่างต่อเนื่องในประเทศยูเครน ได้ส่งผลให้

(ก) มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไปในอาณาเขต (jurisdiction) ที่บริษัทเป้าหมายใด ๆ ตั้งอยู่ และ (ข) มีผลกระทบทางการเงินในเชิงลบต่อธุรกิจประเภทโซลูชั่นสายเคเบิลสำหรับยานยนต์ (automotive cable solutions) ของกลุ่มบริษัทเป้าหมาย เมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ ณ วันที่ลงนามสัญญาซื้อขาย ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายแล้ว

กล่าวโดยสรุปคือ การจู่โจมทางทหารในประเทศยูเครน ส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจในหลายประเทศปรับตัวลดลง ต้นทุนค่าจ้าง และต้นทุนด้านพลังงานเพิ่มสูงขึ้น เงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้น ตลอดจนเกิดการชะงักงันหรือสะดุดของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Disruption) เป็นต้น

โดยในการเข้าทำสัญญาซื้อขาย ตลอดจนธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง บริษัทได้ว่าจ้างที่ปรึกษาทางการเงิน ที่ปรึกษาทางกฎหมาย และที่ปรึกษาด้านการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะของ
กิจการเพื่อให้คำแนะที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด

3.Q : มูลค่าเรียกร้องสำหรับค่าซื้อขายหุ้นที่ผู้เรียกร้องกำหนด (598 ล้านยูโร) สูงกว่ามูลค่าซื้อขายหุ้นที่บริษัทท่านเคยเปิดเผยไว้ที่มูลค่าไม่เกิน 560 ล้านยูโร

A : กลุ่มผู้ขายกล่าวอ้างในคำร้องขอเพื่อเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ (Request For Arbitration) ต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการแห่งประเทศเยอรมนีว่า บริษัท (ในฐานะผู้ซื้อภายใต้สัญญาซื้อขายมีหน้าที่ต้องชำระเงินที่เกี่ยวข้องกับสัญญาซื้อขาย คิดเป็นจำนวนเงินเบื้องต้นประมาณ EUR 598,000,000 โดยกลุ่มผู้ขายกล่าวอ้างว่าได้คำนวณจำนวนเงินเบื้องต้นดังกล่าวจากรายการดังต่อไปนี้

(ก) ราคาซื้อขายหุ้น (Cash Share Purchase Price) จำนวน EUR 413,243,875.29 จำนวนเงินเพื่อซื้อสิทธิในการรับเงิน (IC Financing Receivables) จำนวน EUR 52,798,412.65 และ
CNY 360,000,000 (คิดเป็น EUR 50,400,000 โดยคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ EUR 1:CNY 0.14)

(ข) จำนวนเงินที่ต้องชำระให้แก่ผู้ให้กู้ของบริษัทเป้าหมายจำนวน EUR 54,000,000, USD 30,000,000 (คิดเป็น EUR 27,900,000 โดยคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ EUR 1:USD 0.93) และ HUF 150,000,000 (คิดเป็น EUR 375,000 โดยคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ EUR 1:HUF 0.0025)

ทั้งนี้ บริษัทขอเรียนชี้แจงว่าจำนวนเงินดังกล่าวเป็นจำนวนเงินเบื้องต้นที่กลุ่มผู้ขายกล่าวอ้างในคำร้องขอเพื่อเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการแต่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น และบริษัทยังมีสิทธิโต้แย้งได้ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ

4.Q : ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริษัทท่านจากข้อพิพาทดังกล่าว

A : เมื่อบริษัทได้ทราบถึงเรื่องการอนุญาโตตุลาการ คณะกรรมการและผู้บริหารก็ได้ตรวจสอบสถานการณ์ รวมทั้งได้ว่าจ้างที่ปรึกษาทางกฎหมายซึ่งเป็นที่ปรึกษาในธุรกรรมตามสัญญาซื้อขายนี้มาตั้งแต่ต้นนับแต่ผู้บริหารชุดเดิม เพื่อให้คำแนะนำและช่วยเหลือบริษัท ในการดำเนินคดีอนุญาโตตุลาการ เนื่องจากกระบวนการอนุญาโตตุลาการยังไม่เป็นที่สิ้นสุด และบริษัทกำลังอยู่ในระหว่างจัดทำคำให้การของบริษัท โดยคาดว่ากระบวนการทางกฎหมายในเรื่องนี้น่าจะมีความยืดเยื้อพอสมควร
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะมีผลกระทบต่อบริษัท ได้ดังนี้

ระยะที่ 1 : ระยะเตรียมตัวชี้แจงและสู้คดี
บริษัทได้แต่งตั้งที่ปรึกษากฎหมายเพื่อเป็นตัวแทนบริษัท ซึ่งจะประกอบไปด้วย ทนายที่ปรึกษากฎหมายไทย ทนายที่ปรึกษากฎหมายเยอรมัน และผู้ชำนาญการเศรษฐกิจเยอรมัน เพื่อต่อสู้ในประเด็นเหตุผลข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

ระยะที่ 2 : อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาด
ถ้าอนุญาโตตุลาการมีมีคำชี้ขาดให้บริษัท ไม่ต้องเข้าทำรายการดังกล่าว บริษัทจะยังคงกระแสเงินสดในบริษัท แต่ถ้าหากอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้บริษัทเข้าทำรายการ โดยให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย และ/หรือ รับโอนหุ้นกิจการดังกล่าว บริษัทจะพิจารณาถึงการดำเนินการที่เหมาะสมโดยคำนึงถึงสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน และผลประกอบการของบริษัทต่อไป

5.Q : แผนการดำเนินการของบริษัทท่านที่เกี่ยวข้องกับการยื่นคำคัดค้านต่อสถาบัน อนุญาโตตุลาการแห่งประเทศเยอรมนี

A : บริษัทอยู่ระหว่างการจัดทำคำให้การเพื่อโต้ตอบคำร้องขอเพื่อเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ (Answer to the Request for Arbitration) ทั้งนี้ บริษัทได้ยื่นขอขยายระยะเวลาการยื่นคำให้การดังกล่าวต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการแห่งประเทศเยอรมนี จากเดิมภายในวันที่ 19 มิถุนายน 2566 เป็นภายในวันที่ 19 กันยายน 2566 โดยสถาบันอนุญาโตตุลาการแห่งประเทศเยอรมนีได้อนุมัติการขยายระยะเวลาดังกล่าวในเบื้องต้นแล้ว

นอกจากนี้ บริษัทได้รับหนังสือแจ้งลงวันที่ 15 มิถุนายน 2566 จากสถาบันอนุญาโตตุลาการแห่งประเทศเยอรมนี โดยมีเนื้อหาที่เป็นสาระสำคัญว่าทางกลุ่มผู้ขายได้แจ้งขอชะลอการแต่งตั้งคณะอนุญาโตตุลาการ (arbitral tribunal) ออกไปเป็นวันที่ 26 มิถุนายน 2566 และทางสถาบันอนุญาโตตุลาการแห่งประเทศเยอรมนี จะไม่แต่งตั้งคณะอนุญาโตตุลาการก่อนวันดังกล่าว

6.Q : โดยที่บริษัทท่านเปิดเผยข้อมูลว่า ผู้เรียกร้องข้างต้นได้ยื่นเสนอข้อพิพาทดังกล่าว ต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 เหตุใดบริษัทท่านจึงไม่ได้ เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับข้อพิพาทดังกล่าวผ่านระบบ Elcid เพื่อให้ผู้ลงทุนรับทราบโดยทันที

A : เนื่องจากหนังสือของอนุญาโตตุลาการได้มาถึงบริษัท ภายหลังจากที่ผู้เรียกร้องได้ยื่นคำร้องเป็นระยะเวลานานพอควร กล่าวคือ บริษัทได้รับแจ้งจากสถาบันอนุญาโตตุลาการแห่งประเทศเยอรมนีถึงข้อพิพาทดังกล่าว ในวันที่ 3 เมษายน 2566 ตลอดจนในช่วงเวลาดังกล่าวมีการเปลี่ยนถ่ายคณะกรรมการและผู้บริหารชุดเก่ามาเป็นชุดใหม่ ทางคณะกรรมการและผู้บริหารชุดปัจจุบันจึงต้องใช้ระยะเวลาในการรวมรวบข้อมูล ทำความเข้าใจ และศึกษาข้อพิพาทดังกล่าวเพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดและวางแผนรับมือในเรื่องนี้ อีกทั้งข้อพิพาทดังกล่าวมีความสลับซับซ้อน และเกี่ยวข้องกับกฎหมายและขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายในต่างประเทศด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ข้อสรุปที่ชัดเจนขึ้น บริษัทจึงได้เสนอแนวทางให้คณะกรรมการของบริษัทพิจารณาแผนการดำเนินการในเรื่องนี้ พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบโดยเร็ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

STARK ก.ล.ต. หุ้นไทย