เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
Business ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
Finance ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
Real Estate รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
Economic ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
Politics กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
SD ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
Biz Movement ‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
Business AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
Real Estate ‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
Finance ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
ดูทั้งหมด

จี้ “ปปท.”ตรวจซ้ำสต๊อกข้าว พาณิชย์กล่อม 700 คลังเคลียร์หนี้-

31 ก.ค. 2560 | 07:00น.

คลังข้าวร้อง ป.ป.ท. ตรวจสอบซ้ำข้าวในสต๊อกรัฐบาล หลังมติ นบข.ลดเกรด “ข้าวดีกลายเป็นข้าวเสีย”Ž ยกคลัง ถูกกดราคาขายเป็นอาหารสัตว์ แบกภาระจ่ายค่าชดเชย ”ส่วนต่าง”Ž อ่วม ด้าน อคส.ออกโรงกล่อม 700 คลังกลาง หวั่นส่งมอบข้าวชะงัก กลายเป็น ”ดราม่า”Ž กระทบชิ่งคดีจำนำข้าว “ยิ่งลักษณ์Ž”

ข้อถกเถียงในเรื่อง ”ข้าวดี-ข้าวเน่า”Ž ในคลังรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่ถูกโยงให้เป็นเรื่องการเมืองว่า โครงการจำนำข้าวไม่มีข้าวเสื่อมสภาพ จนกลายมาเป็นกระแสร้อนแรงขึ้นในช่วงที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กำลังจะมีคำพิพากษาคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยข้อกล่าวหา ปล่อยปละละเลยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ในวันที่ 25 สิงหาคมที่จะถึงนี้ แม้ความเกี่ยวข้องของปัญหาจะไม่มีผลโดยตรงต่อคดีของอดีตนายกรัฐมนตรี แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึง “ความบกพร่อง-หละหลวม”Ž ในกระบวนการตรวจสอบสต๊อกข้าวของรัฐบาล และนำมาซึ่งการหาผลประโยชน์จากกองข้าวในคลัง จนกระทบไปถึงผู้ประกอบการเจ้าของคลังรับฝากข้าวที่จะต้องส่งมอบข้าวสารในคลังให้กับผู้ชนะการประมูลสต๊อกข้าวของรัฐบาล

ผู้สื่อข่าว ”ประชาชาติธุรกิจ”Ž รายงานกรณี น.ส.อิศราภรณ์ คงฉวี ผู้แทนเจ้าของคลังวรโชติ (หลัง 2) อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นผู้รับฝากเก็บข้าวสารหอมปทุมจากโครงการรับจำนำปี 2556/2557 ให้กับองค์การคลังสินค้า (อคส.) ปริมาณ 66,361 กระสอบ (หรือ 6,631 ตัน) ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปที่ สำนักงานป้องกันและปราปรามการทุจริตในภาครัฐ เขตพื้นที่ 1 (ป.ป.ท.) เมื่อที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขอให้ยุติการส่งมอบข้าวสารที่เก็บรักษาในคลังวรโชติ ให้กับบริษัท วี ซี เอฟ ผู้ผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นผู้ชนะประมูลซื้อข้าวในคลังนี้ และร้องขอให้ “มีการตรวจสอบสต๊อกข้าวในคลังใหม่Ž”

โดยเจ้าของคลังวรโชติ (หลัง 2) ยืนยันว่า ข้าวหอมปทุมจากโครงการรับจำนำปี 2556/2557 ที่เก็บรักษาไว้ในคลังมีคุณภาพดี และสามารถนำไปบริโภคได้ ไม่ควรถูกนำมาจัดกลุ่มเป็น ข้าวเพื่ออุตสาหกรรมที่ไม่ใช่สำหรับคนบริโภค (อาหารสัตว์ ) ซึ่งทำให้รัฐได้รับเงินจากการประมูลข้าวเพื่ออาหารสัตว์เพียง กก.ละ 5.07 บาท จากราคาตลาดที่ซื้อขายกัน กก.ละ 17-18 บาท ส่งผลให้รัฐบาลเสียประโยชน์จากมูลค่าข้าวที่ลดลง และยังทำให้ คลังวรโชติ มีความ ”เสี่ยง”Ž ที่จะต้องชดใช้ ”ส่วนต่างราคาข้าว”Ž ในคลังให้กับรัฐบาล ดังนั้นจึงควรยุติการรับมอบเพื่อเก็บข้าวไว้เป็นหลักฐานและให้หน่วยงาน ป.ป.ท.เข้ามาตรวจสอบสต๊อกข้าวใหม่

เจ้าของคลังร้อง

อย่างไรก็ตาม กรณีการจัดกลุ่มข้าวที่ผิดพลาด ไม่ใช่เกิดเฉพาะกรณีของคลังวรโชติ (หลัง 2) เพียงคลังเดียว แต่ยังเกิดกับคลัง บจก.ประสิทธิ์ชัยอุบลโซลาร์ไรซ์ 2011 หลัง 9 จ.อุบลราชธานี และยังเกิดกับ ”คลังกลาง”Ž ที่รับฝากเก็บข้าวจากโครงการรับจำนำปี 2556/2557 ที่พร้อมเปิดให้ตรวจสอบใหม่อีกประมาณ 10-20 แห่ง เช่น คลังถาวรโชคชัย อ.เสาไห้ จ.สระบุรี, คลัง บ.โรงสีแสงไพฑูรย์ (2002) จำกัด จ.ปทุมธานี, คลัง หจก.โรงสีไฟธารา (1993) อ.เมือง จ.ลพบุรี, คลัง หจก.โรงสีไฟเจริญประภา อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี และคลังเปรมศิริ พืชผล จ.พิษณุโลก แต่คลังรับฝากเก็บข้าวเหล่านี้ ยังไม่มีการนำข้าวออกมาประมูลขาย

แหล่งข่าวเจ้าของคลังกลางรายหนึ่งกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ”Ž ถึงการตรวจสอบคลังข้าวโครงการรับจำนำข้าวชุดคณะทำงานที่มี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล เป็นประธาน เมื่อปี 2557 ว่า คณะทำงานได้ตรวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพข้าว โดยแบ่งเป็น ข้าวถูกมาตรฐาน เกรด P เกรด A เกรด B และข้าวที่ผิดมาตรฐานมาก เช่น มีข้าวหักปนอยู่สูง มีเมล็ดเสียเมล็ดเหลืองปนอยู่มาก ยุ่ยเป็นผุยผง เมล็ดลาย ขึ้นรา มีกลิ่นเหม็น มีฝุ่น ซึ่งไม่คุ้มหรือไม่อาจปรับปรุงเพื่อการบริโภคของคน ให้ระบุเป็น ข้าวเกรด C และยังมีข้าวผิดชนิด

ขณะนั้นในคลังมีข้าวอยู่จำนวน 80,000 กระสอบ แบ่งออกเป็น 5 กอง โดย 4 กองถูกจัดเป็นข้าวถูกมาตรฐานเกรด A B P แต่มีอีก 1 กองที่ถูกจัดเป็นข้าวเกรด C ต่อมา คณะกรรมการนโยบายข้าว หรือ นบข. ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2560 มีมติให้กำหนดกลุ่มข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลใหม่ ด้วยการแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ข้าวทั่วไป, ข้าวเพื่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และข้าวเพื่ออุตสาหกรรมพลังงาน โดยใช้หลักเกณฑ์ว่า หากคลังใดมีข้าวเกรด C ตั้งแต่ 20% ขึ้นไป ให้ข้าวคลังนั้นจะถูกเป็น ข้าวอุตสาหกรรม ”ทำให้ข้าวในคลังของผมที่มีเกรด C จำนวน 1 กอง จาก 4 กองที่เป็นข้าวดี แต่คิดเป็น 20% กลายเป็นข้าวเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ไปทั้งโกดังŽ”

อย่างไรก็ตาม ที่ไม่มีเจ้าของคลังรับฝากเก็บข้าว ”คัดค้านŽ” ผลการตรวจสอบและการจัดเกณฑ์ข้าวในคลังใหม่ ก็เพราะสมัยนั้นไม่มีการแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรให้เจ้าของคลังรับทราบ ทำให้ทุกคนไม่รู้ว่า คลังของตัวเองถูกจัดให้เป็นข้าวกลุ่มใด แต่ละคนจึงต้องติดตามผลการตรวจสอบคลังของตัวเองจากประกาศแนบท้าย TOR การเปิดระบายข้าวของรัฐบาลแต่ละครั้งว่า มีชื่อคลังอยู่ใน List หรือไม่ ประกอบกับมติ นบข.ข้างต้นก็เป็นมติที่สามารถทำได้ ”โดยไม่มีใครคัดค้านŽ” เพราะก่อนหน้านี้มีการใช้ มาตรา 44 ให้ความคุ้มครองข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มีผลทำให้ราชการปรับเปลี่ยนวิธีการกำหนดเกณฑ์ข้าวในคลังใหม่ เพื่อเร่งระบายขายข้าวสต๊อกรัฐบาลจากโครงการรับจำนำข้าวให้หมด หวังลดค่าฝากเก็บ

“ทันทีที่รู้ว่าข้าวในคลังของตนถูกจัดเกรดเป็นข้าวเพื่ออุตสาหกรรม ผู้ประกอบการคลังก็ได้ขอซื้อข้าวที่ตัวเองเก็บรักษาคืน โดยให้ราคาที่สูงกว่า เช่น คาดการณ์ว่าจะมีผู้ประมูลข้าวในราคา 10 บาท เราก็ให้ราคาถึง กก. 11-11.25 บาท แต่รัฐบาลไม่ยอมขายเพราะ ราคาดังกล่าวต่ำกว่าราคาเกณฑ์กลางขั้นต่ำ (ฟลอร์ไพรซ์) และเมื่อจัดกลุ่มใหม่แล้ว ปรากฏข้าวในคลังของเรากลายมาอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ โรงสีไม่สามารถที่จะเข้าร่วมประมูลได้ เพราะไม่มี ใบ รง.10 (ใบอนุญาตตั้งโรงงานอาหารสัตว์) ทำให้ผิดกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไข TOR จึงไม่สามารถเข้าร่วมประมูลได้ ขณะที่คนที่ประมูลได้คือ ผู้ที่มีใบอนุญาต รง. คือ บริษัทอาหารสัตว์และปุ๋ยต่าง ๆ”Ž เจ้าของคลังกล่าว

รับเละชดเชยส่วนต่างเกรดข้าว

ผลของการจัดกลุ่มข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลใหม่ของ นบข.ข้างต้น ทำให้มี ”ข้าวคุณภาพดีŽ” ถูกเหมารวมเป็น ข้าวกลุ่มสองเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ มีผลกับทำให้ราคาขายต่ำลงอีก และเชื่อมโยงถึงความรับผิดชอบในฐานะเจ้าของคลังตามสัญญาเก็บฝากข้าวที่เจ้าของคลังทำสัญญาไว้กับองค์การคลังสินค้า (อคส.) กับองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ในโครงการรับจำนำข้าวปี 2556/2557 ซึ่งระบุว่า เจ้าของคลังต้องรับผิดชอบปริมาณและคุณภาพข้าวในคลังที่เก็บ แตกต่างจากโครงการรับจำนำก่อนปี 2556/2557 ที่เป็นการ ”สัญญาเช่าคลัง”Ž ความรับผิดชอบคุณภาพข้าวในคลังจะเป็นของเซอร์เวเยอร์ และหัวหน้าคลัง อคส.-อ.ต.ก. ที่ประจำอยู่ที่คลัง ”ไม่ใช่ของเจ้าของคลังŽ”

”วิธีการนี้ถึงจะไม่ใช่การโกงรัฐ แต่ก็ทำให้รัฐเสียประโยชน์จากรายได้จากการขายข้าวในสต๊อกที่ลดลง นอกจากนี้ยังทำให้เจ้าของคลังที่รับเก็บฝากข้าวจำนำปี 2556/2557 ต้องจ่ายชดเชยส่วนต่างมากขึ้นเป็นเท่าตัว เช่น ข้าว 5% จำนำเป็นข้าวเปลือกตั้งต้นตันละ 15,000 บาท คิดเป็นต้นทุนข้าวสารตันละ 25,000 บาท ถ้าขายข้าวสาร 5% ทั่วไปจะได้ 10 บาท แต่พอข้าวในคลังถูกจัดเกรดเป็นอาหารสัตว์ ราคาขายเหลือ 5.70 บาท หรือขาดทุนจากราคาจำนำตันละ 19.30 บาท และยังขาดทุนจากราคาตลาดปัจจุบันที่ขายกันอยู่ที่ กก. 12-13 บาท หรือ 2 บาท/กก. ดังนั้นรัฐบาลคงเรียกชดเชยจากผู้ฝากเก็บเท่ากับต้นทุนรับจำนำ ยิ่งกรณีคลังวรโชติ ที่เก็บข้าวหอมปทุม แต่ขายได้เพียง กก.ละ 5.07 บาท จากราคาตลาด กก.ละ 17-18 บาท ก็ยิ่งมีส่วนต่างสูง”Ž เจ้าของคลังเก็บฝากกล่าว

นอกจากนี้ ที่เจ้าของคลังเก็บฝากออกมาเรียกร้องขอให้ระงับการรับมอบข้าวเพื่อเก็บข้าวในคลังไว้เป็นหลักฐานว่า ”ข้าวของเค้าไม่ใช่ข้าวเสื่อมที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ แต่เป็นข้าวที่คนบริโภคได้”Ž นั่นก็เพราะการปล่อยให้มีการรับมอบข้าวในคลังออกไป ผู้ชนะการประมูลก็จะทำการคัดแยกเอาข้าวดี หรือข้าวที่ปรับปรุงได้ออกไป “ขายต่อ”Ž ทำกำไรให้กับโรงสี หรือขายไปทำข้าวถุง ตลอดจนขายให้กับผู้ส่งออกเพื่อทำการส่งออกไปยังตลาดแอฟริกา “ตรงนี้สามารถทำกำไรได้อีก 30-40% จากราคาที่ประมูลข้าวในคลังออกมาŽ”

เบี้ยวไม่ยอมคืนแอลจี-ค่าเช่าคลัง

นอกจากนี้ เรื่องของ “ค่าเช่าคลัง”Ž ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้น หลังจากคณะทำงานตรวจสอบสต๊อกข้าวของ ม.ล.ปนัดดา ตรวจสอบข้าวไปแล้วปรากฏ องค์การคลังสินค้า (อคส.) ได้สั่งยุติการจ่ายค่าเช่าคลังทั้งหมดมาตั้งแต่ปี 2557 และไม่คืนหลักทรัพย์วางค้ำประกันการ (L/G) ที่เจ้าของคลังกลางวางมัดจำไว้กับ อคส. ในอัตรา 5% ของมูลราคาข้าวที่รับฝากเก็บด้วย ทั้งที่โดยปกติจะต้องคืนหลักทรัพย์ค้ำประกันหลังจากขายและส่งมอบข้าวในคลังไปแล้ว แต่ปรากฏเจ้าของคลังหลายแห่งขายข้าวที่เก็บอยู่ในคลังไปหมดแล้วเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา “ก็ยังไม่ได้ L/G คืนŽ” แถมยังค้างค่าเช่าคลังอีก เช่น คลังของบริษัทพงษ์ลาภ, คลังศรีพรกิจ, คลังขุนศรี และคลังแสงไพฑูรย์

“เมื่อเกิดปัญหาอย่างนี้ขึ้นมา เจ้าของคลังกลางก็ออกมาขู่ว่า จะไม่เปิดกุญแจให้ผู้ชนะประมูลไปรับมอบข้าว ส่งผลให้คู่สัญญาอย่าง อคส. ต้องรีบออกมาเคลียร์กับเจ้าของคลังกลางอย่างเร่งด่วน โดยในส่วนของคลังจังหวัดอ่างทอง ได้รับการติดต่อจาก อคส. ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคมว่า จะคืน L/G ให้ และขอให้เปิดให้ บริษัทวีซีเอฟ มารับมอบข้าว แต่จนถึงวันที่ 17 กรกฎาคม ทางเจ้าของคลังก็ยังไม่ได้ L/G คืนตามที่ได้มีการตกลงไว้กับ อคส.”Ž แหล่งข่าวกล่าว

อคส.กล่อม 700 คลังปล่อยข้าว

ด้าน พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กล่าวว่า ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 อคส.จะประชุมร่วมกับเจ้าของโกดัง-คลังสินค้า ที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ปี 2554-2557 ประมาณ 700 โกดัง เพื่อสรุปค่าใช้จ่ายและภาระหนี้สิน ที่ อคส.จะต้องชำระให้กับโกดังที่เข้าร่วมโครงการ สำหรับค่ารับฝากเก็บข้าวที่รัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้ดำเนินการเอาไว้ ซึ่งจากการประเมินภาระหนี้สินในเบื้องต้น จะอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท

“อคส.เห็นถึงภาระหนี้สินดังกล่าวแล้ว จึงจะหารือเพื่อยืนยันบัญชีหนี้สินที่ได้ติดค้างเอาไว้ เพื่อจะได้สรุปตัวเลขให้ตรงกัน อคส.ต้องการเร่งชำระหนี้สินให้แล้วเสร็จ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเจ้าของคลังไม่ยอมเปิดโกดังให้สำหรับผู้ที่ชนะการประมูลข้าวสต๊อกรัฐบาลได้ ทำให้ไม่สามารถรับมอบข้าวที่ชนะการประมูลได้”Ž พล.ต.ท.ไกรบุญกล่าว

อย่างไรก็ตาม งบประมาณที่จะนำมาใช้ชำระหนี้สินให้กับโกดังนั้น เบื้องต้น อคส.ยังไม่ได้สรุปว่า งบประมาณดังกล่าวที่จะนำมาจ่ายนั้นมาจากงบประมาณในส่วนใด โดยจะขอสรุปตัวเลขภาระหนี้สินทั้งหมดก่อนเพื่อให้ชัดเจน จากนั้น อคส.จะได้ทำหนังสือเสนอให้กับ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พิจารณาเห็นชอบต่อไป

 

“ใคร” เปลี่ยนเกณฑ์จัดเกรดข้าว

คณะทำงานของ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ได้เข้าตรวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพข้าวโครงการรับจำนำข้าว ด้วยการแบ่งเกรดข้าวถูกมาตรฐานเป็น เกรด P เกรด A เกรด B และเป็นข้าวที่ผิดมาตรฐานมาก เช่น มีข้าวหักปนอยู่สูง มีเมล็ดเสียเมล็ดเหลืองปนอยู่มาก ยุ่ยเป็นผุยผง เมล็ดลาย ขึ้นรา มีกลิ่นเหม็น มีฝุ่น ซึ่งไม่คุ้มหรือไม่อาจปรับปรุงเพื่อการบริโภคของคนเป็นเกรด C และทยอยระบายขาย หากใครเสนอราคาสูงกว่า “ราคาเกณฑ์กลางขั้นต่ำ” ก็จะเป็นผู้ชนะการประมูลรอบนั้น ๆ

แต่หลังจากที่ใช้เงื่อนไขการประมูลด้วยการแบ่งเกรดข้าวข้างต้นปรากฏ ในช่วงระหว่างปี 255-2559 รัฐบาลขายข้าวในสต๊อกได้เพียง 8 ล้านตันจากสต๊อกที่มีอยู่ทั้งหมด 18 ล้านตัน “ซึ่งช้ามาก” ดังนั้นงมีคนเสนอ “สูตรใหม่” ให้กับ คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน นบข. เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2560

ด้วยการเปลี่ยนเงื่อนไขการประมูลข้าวใหม่ โดยแบ่งข้าวออกเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มคุณภาพดีสำหรับบริโภคทั่วไป (คนกิน) 3 ล้านตัน กลุ่มข้าวคุณภาพปานกลางอุตสาหกรรม ที่มิใช่เพื่อคนบริโภค (อาหารสัตว์) 3.15 ล้านตัน และกลุ่มที่เก็บเกิน 5 ปีที่ไม่สามารถบริโภคได้ให้ระบายเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่ทั้งคนทั้งสัตว์ (พลังงาน) อีก 1.85 ล้านตัน โดยอาศัยเกณฑ์ในการปรับเปลี่ยนคุณภาพข้าว กล่าวคือ ถ้าในคลังใดมีข้าวเกรด C ตั้งแต่ 20% ขึ้นไปจากจำนวนข้าวที่ฝากเก็บทั้งหมดก็จะถูกตีว่า เป็นข้าวเกรดอาหารสัตว์ และที่สำคัญให้มีการประมูลแบบยกคลังและ “ยกเลิก” วิธีการประมูลแบบเดิมที่กำหนด “ราคาเกณฑ์กลางขั้นต่ำ”

ผลลัพธ์ของสูตรใหม่ก็คือ แม้ว่าจะช่วยเร่งเครื่องการระบายข้าวให้เร็วขึ้นกับลดภาระค่าฝากเก็บข้าวลง แต่ก็ทำให้ราคาขายที่ขายได้ “ต่ำลงกว่าปกติ” และกลายเป็นการเปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการที่อ้างว่า ต้องการวัตถุดิบมาซื้อข้าวสารในราคาถูก กก.ละ 4-5 บาท ไปขายให้ผู้ส่งออก-โรงสี-ข้าวถุง-อาหารสัตว์แพงขึ้น 8-9 บาท แต่ก็ยังต่ำกว่าตลาด กก.ละ 11-12 บาท สามารถทำกำไรจากในกองข้าวเสียมีข้าวดีปะปนจนเกิดปรากฏการณ์ แห่กันแย่งประมูลข้าวเกรดอาหารสัตว์และข้าวที่ไม่สามารถบริโภคได้ทั้งคนและทั้งสัตว์กันมากมายเป็นประวัติการณ์