เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
น้ำท่วมสระแก้วขนส่งสะดุด พาณิชย์ประสานทหารลำเลียงไข่ 2,000 แผงเติมตลาด
Economic น้ำท่วมสระแก้วขนส่งสะดุด พาณิชย์ประสานทหารลำเลียงไข่ 2,000 แผงเติมตลาด
อ่างประแสร์เกินความจุ 112% เตรียมปล่อยน้ำเพิ่ม เตือนปชช.เร่งยกของขึ้นที่สูง
เศรษฐกิจภูมิภาค อ่างประแสร์เกินความจุ 112% เตรียมปล่อยน้ำเพิ่ม เตือนปชช.เร่งยกของขึ้นที่สูง
ราคาทองวันนี้ (28 ก.ย. 69) ร่วงลง 900 บาท ทองรูปพรรณ 67,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ก.ย. 69) ร่วงลง 900 บาท ทองรูปพรรณ 67,750 บาท
ยอดผู้ประสบภัยน้ำท่วม กทม. 329,000 ครัวเรือน ‘ลาดกระบัง บางกะปิ คันนายาว’ มากสุด
Economic ยอดผู้ประสบภัยน้ำท่วม กทม. 329,000 ครัวเรือน ‘ลาดกระบัง บางกะปิ คันนายาว’ มากสุด
‘ชัชชาติ’ เผยฝนเบาลง เร่งพร่องน้ำฝั่งตะวันออก คลองสายหลัก ดึงน้ำออกจากถนน ชุมชน
Economic ‘ชัชชาติ’ เผยฝนเบาลง เร่งพร่องน้ำฝั่งตะวันออก คลองสายหลัก ดึงน้ำออกจากถนน ชุมชน
“ดีลภาษีสหรัฐ” หลักการจบแล้ว รอเคาะรายละเอียด เร่งทำก่อนประกาศมาตรา 301
Politics “ดีลภาษีสหรัฐ” หลักการจบแล้ว รอเคาะรายละเอียด เร่งทำก่อนประกาศมาตรา 301
SET ไม่แพนิคน้ำท่วม มองกรอบ 1,590-1,620 จุด ชู 9 หุ้นเด่นรับมือ
Finance SET ไม่แพนิคน้ำท่วม มองกรอบ 1,590-1,620 จุด ชู 9 หุ้นเด่นรับมือ
รัฐบาล ใช้ทหารช่วยขนย้ายสัมภาระตกค้างสนามบิน เผยภาพรวมสถานการณ์ดี
Politics รัฐบาล ใช้ทหารช่วยขนย้ายสัมภาระตกค้างสนามบิน เผยภาพรวมสถานการณ์ดี
กสิกรไทยช่วยลูกค้าน้ำท่วม พักเงินต้นสินเชื่อบ้าน-บัตร 3 เดือนลดค่างวดรถยนต์ 50% นาน 6 เดือน
Finance กสิกรไทยช่วยลูกค้าน้ำท่วม พักเงินต้นสินเชื่อบ้าน-บัตร 3 เดือนลดค่างวดรถยนต์ 50% นาน 6 เดือน
‘พาณิชย์’ จ่อของบ 300 ล้าน ต่อ “ไทยช่วยไทยลดค่าครองชีพ” พยุงไตรมาส 4
Politics ‘พาณิชย์’ จ่อของบ 300 ล้าน ต่อ “ไทยช่วยไทยลดค่าครองชีพ” พยุงไตรมาส 4
ดูทั้งหมด

จับชีพจร…“ค้าปลีก” กำลังซื้อเหือด ! โปรฯเอาไม่อยู่

20 ก.ค. 2566 | 09:00น.
ห้างสรรพสินค้า

ผลการสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีก (retail sentiment index) ของสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ที่ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง 2 ไตรมาส โดยไตรมาส 1 ลดลง 13.5 จุด (ไตรมาสต่อไตรมาส หรือ QOQ) และถัดมาไตรมาส 2 ดัชนีลดลงมาที่ 47 จุด ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลางที่ระดับ 50 จุด

ทุกองค์ประกอบครั้งแรกในรอบ 15 เดือน ยังมีความน่ากังวล จากดัชนียอดขายสาขาเดิม เทียบไตรมาสต่อไตรมาส, ยอดใช้จ่ายต่อครั้ง และความถี่ในการจับจ่ายปรับตัวลดลง สะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคฐานรากยังอ่อนแอ ภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าสาธารณูปโภค ค่าโดยสาร กดดันให้ผู้บริโภคมุ่งเน้นซื้อสินค้าที่จำเป็น รวมทั้งยังไม่มีมาตรการใหม่จากรัฐในการกระตุ้นการจับจ่าย

ขณะเดียวกัน ภาพที่เกิดขึ้นดังกล่าวยังบ่งบอกถึงการฟื้นตัวของธุรกิจที่ไม่สมดุล โดยพื้นที่ท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าพื้นที่อื่น ทางด้านธุรกิจห้างสรรพสินค้า, แฟชั่น, สุขภาพและความงาม มีการฟื้นตัวขึ้นอย่างช้า ๆ ส่วนร้านสะดวกซื้อ, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง มีการชะลอตัว และร้านค้าส่งไฮเปอร์มาร์เก็ตยังคงไม่ฟื้นตัว

คาดตลาดรวมโตเท่าจีดีพี

“ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์” รองประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า ภาพรวมของค้าปลีกครึ่งปีแรกอยู่ในภาวะทรง ๆ ไม่ดีตามที่คาดการณ์ อย่างไรก็ตาม หากเทียบ ปีต่อปี (year on year) ดีขึ้น แต่ลงไปลึก ๆ จะพบว่ากลุ่มน็อนฟู้ด ห้างสรรพสินค้า เสื้อผ้า แฟชั่นดีขึ้น ปัจจัยจากการเปิดประเทศ เมื่อช่วงเดือน ม.ค. 2566 ซึ่งช่วยให้การท่องเที่ยวค่อย ๆ ฟื้นตัวดีขึ้น แต่อีกกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะคอนซูเมอร์โปรดักต์ ที่ทรง ๆ ถึงลดลงจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลมีการอัดฉีดเงินเข้าระบบเพื่อกระตุ้นการจับจ่าย แต่ปีนี้ไม่มีเงินอัดฉีดมาตั้งแต่ต้นปี

โดยส่วนตัวมองว่าการเติบโตของค้าปลีกในปีนี้จะยังเป็นในลักษณะของการฟื้นตัวที่ไม่เท่ากัน หรือ K-shaped recovery โดยในกลุ่ม เค ขาขึ้น หรือกลางไปถึงบน จะไม่มีปัญหาอะไร เนื่องจากไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ แต่ K ที่เป็นขาลง หรือตลาดระดับล่าง อาจจะยังมีปัญหาอยู่บ้าง จากค่าครองชีพต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น และเป็นกลุ่มที่ต้องการการอัดฉีดเงินเข้าช่วย อย่างไรก็ตาม จากการที่ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการค้าปลีกในต่างจังหวัด ก็พบว่าตัวเลขเดือน ก.ค.นี้เริ่มดีขึ้นบ้าง ซึ่งเป็นการเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา ที่ตลาดในภาพรวมไม่ดีนัก

“ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ค.ที่ผ่านมา คนไทยออกไปเที่ยวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก การบริโภคหรือการจับจ่ายใช้สอยในประเทศจึงไม่เป็นไปตามที่คาด สะท้อนจากการทำโปรโมชั่นทำช้อปช่วยชาติเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ยอดก็ไม่ดี และหลังจากที่โรงเรียนเปิดเทอมในช่วงเดือน พ.ค. ก็พบว่าการจับจ่ายใช้สอย การช็อปปิ้งก็ลดลง ส่วนเดือน ก.ค-ส.ค. ก็เป็นช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยว ต่างประเทศจะเข้ามาน้อยลง โดยเฉพาะจากยุโรป และตัวแปรอีกอย่างหนึ่งก็คือ นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาน้อย อย่างไรก็ตาม เท่าที่ถามหลาย ๆ คนตอนนี้ยอดขายกลับมาใกล้เคียงกับช่วงโควิดแล้ว แต่ในแง่กำไรหายไปเยอะ เพราะต้นทุนการทำธุรกิจที่สูงขึ้น จึงเชื่อว่าการเติบโตของค้าปลีกจะเท่ากับตัวเลขจีดีพี ซึ่งอาจจะอยู่ในระดับ 2-3%” รองประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทยกล่าวย้ำ

จับจ่ายออกอาการสะดุด

แหล่งข่าวจากวงการค้าปลีกรายใหญ่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วงนี้กำลังติดตามสถานการณ์กำลังซื้อในภาพรวมว่าจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร เนื่องจากในช่วง 2 เดือน (พ.ค.-มิ.ย.) ที่ผ่านมา บรรยากาศการจับจ่ายกลับมาชะลอตัวลงอีกครั้ง ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากปัญหาค่าครองชีพต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่การจัดตั้งรัฐบาลมีแนวโน้มว่าจะล่าช้า ซึ่งเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบในเชิงจิตวิทยา ทำให้ผู้บริโภคชะลอการจับจ่าย หลังจากช่วงตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือน เม.ย. ที่การจับจ่ายมีแนวโน้มดีขึ้น จากภาพรวมเศรษฐกิจที่ค่อย ๆ ฟื้นตัวดีขึ้น จากการเปิดประเทศเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้การท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องจักรสำคัญค่อย ๆ ดีขึ้น และทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมค่อย ๆ เริ่มหมุน

“ตลาดกลางถึงบนไม่ค่อยน่ากังวลนัก เนื่องจากผู้บริโภคกลุ่มนี้ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ ส่วนตลาดล่าง ยอมรับว่าอาจจะเหนื่อยพอสมควร โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัดและจังหวัดที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว ซึ่งในช่วงที่ยังเหลืออยู่นี้จะต้องทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะการทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย และโปรโมชั่นต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมาตลาดเติบโตได้ก็ด้วยแรงส่งเสริมการขายเป็นหลัก แต่ในแง่ของกำไรอาจจะลดลงบ้าง เพราะต้นทุนการดำเนินงานและกิจกรรมที่สูงขึ้น”

ค้าปลีก ตจว.ดิ้นช่วยตัวเอง

“มิลินทร์ วีระรัตนโรจน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ ค้าปลีก-ค้าส่งรายใหญ่ในจังหวัดอุดรธานีเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลจากเศรษฐกิจในภาพรวมที่ไม่ดี และสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ส่งผลให้บรรยากาศการค้าขายในต่างจังหวัดค่อนข้างเงียบ ตลาดค้าปลีกค้าส่งได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายของตั้งงี่สุนหายไปกว่า 20-30% เนื่องจากผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อ และรัฐบาลไม่อัดฉีดเงินเข้ามากระตุ้นเหมือนช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับยอดการซื้อของร้านค้าปลีกรายย่อยที่ซื้อสินค้าไปขายต่อในอำเภอรอบนอกก็ลดลงด้วย ทั้งในแง่ของปริมาณการซื้อและความถี่ในการซื้อก็ลดลง

สินค้าที่ขายหลัก ๆ จะเป็นสินค้าที่จำเป็น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนสินค้าอื่น ๆ แม้จะมีโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมกระตุ้น แต่ยอดขายก็ไม่วิ่ง ลูกค้าซื้อเฉพาะสินค้าที่จําเป็น อะไรที่ยังไม่จำเป็นก็ไม่ซื้อ เพราะไม่มีกำลังซื้อ ไม่มีเงิน ตอนนี้ผู้ประกอบการค้าส่งในต่างจังหวัดเริ่มมีปัญหาเรื่องสต๊อกบวม เมื่อสต๊อกบวมก็ต้องหยุดซื้อสินค้าใหม่เข้ามาขาย พอหยุดซื้อซัพพลายเออร์ก็หยุดส่งสินค้าให้จนกว่าจะเคลียร์เงินของเดิมก่อน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ประกอบการค้าปลีกในต่างจังหวัด รวมถึงสมาคมการค้าปลีกส่งไทย ได้มีการหารือกัน และมีโครงการจะจัดแคมเปญส่งเสริมการขายร่วมกันในเร็ว ๆ นี้ เพื่อกระตุ้นการจับจ่าย โดยมีคอนเซ็ปต์คล้าย ๆ กับโครงการธงฟ้า

“ตอนนี้เราไม่ไหวแล้ว และต้องช่วยเหลือตัวเอง เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายและเศรษฐกิจด้วยเรากันเอง จะรอรัฐบาลคงไม่ได้ และหากยอดขายยังลดลงต่อเนื่อง สวนทางกับต้นทุนการดำเนินงานต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟ หรือค่าแรง ที่มีแนวโน้มจะปรับขึ้นอีก ทำให้ต้องเตรียมแผนสำรองไว้ เช่น การปรับเปลี่ยนเวลาให้บริการที่อาจจะปิดเร็วขึ้น เพราะเปิดไปก็ขายไม่ได้ หรืออาจจะต้องปรับลดการทำงานล่วงเวลา หรือ โอที หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นก็อาจจะต้องพิจารณาปรับลดพนักงาน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ตั้งงี่สุนกล่าวในตอนท้าย