เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมราง เดินหน้า “ตั๋วร่วม” ค่าโดยสารสูงสุด 45 บาท เริ่มปี’70 บีทีเอสทุ่มอัพระบบรับ EMV
Economic กรมราง เดินหน้า “ตั๋วร่วม” ค่าโดยสารสูงสุด 45 บาท เริ่มปี’70 บีทีเอสทุ่มอัพระบบรับ EMV
สิ้น เซียะเสียน นักแสดง-นักรักโลกมายาฮ่องกง วัย 89
World สิ้น เซียะเสียน นักแสดง-นักรักโลกมายาฮ่องกง วัย 89
เมื่อ “ความพรีเมี่ยม” ไม่ใช่แค่สถานะ Visa Infinite ปรับเกมเจาะเศรษฐี
Business เมื่อ “ความพรีเมี่ยม” ไม่ใช่แค่สถานะ Visa Infinite ปรับเกมเจาะเศรษฐี
จับสินค้าสวมสิทธิมูลค่า 1.38 พันล้าน พร้อมขยายบัญชีเฝ้าระวังส่งออกสหรัฐ
Economic จับสินค้าสวมสิทธิมูลค่า 1.38 พันล้าน พร้อมขยายบัญชีเฝ้าระวังส่งออกสหรัฐ
ศาลปกครองกลางยกฟ้อง เพิกถอน EHIA ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ชี้อยู่ในอำนาจ ครม.
Politics ศาลปกครองกลางยกฟ้อง เพิกถอน EHIA ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ชี้อยู่ในอำนาจ ครม.
เปิดฉาก Thailand Content Market 2026 ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ
Economic เปิดฉาก Thailand Content Market 2026 ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ
“ซีคอน” บุกอีอีซี เปิดศูนย์รับสร้างบ้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์ วันแรกจองแล้ว 2 ยูนิต
Real Estate “ซีคอน” บุกอีอีซี เปิดศูนย์รับสร้างบ้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์ วันแรกจองแล้ว 2 ยูนิต
เทียบนโยบาย 3 ตัวเต็งบอร์ดประกันสังคม “ษัษฐรัมย์ – พนัส – ทองอยู่”
Politics เทียบนโยบาย 3 ตัวเต็งบอร์ดประกันสังคม “ษัษฐรัมย์ – พนัส – ทองอยู่”
ประธาน กสทช. เปิดใจเป็นแพทย์ทิ้งคนไข้ไม่ได้ ยันระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ประกอบวิชาชีพโดยอิสระ
Politics ประธาน กสทช. เปิดใจเป็นแพทย์ทิ้งคนไข้ไม่ได้ ยันระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ประกอบวิชาชีพโดยอิสระ
ธรรมนัส ปูดข่าวหลาย ‘อธิบดี’ จ่อโดนเด้ง เหตุไม่สนองนโยบาย ‘การเงิน’
ไฮไลท์ประชาชาติ ธรรมนัส ปูดข่าวหลาย ‘อธิบดี’ จ่อโดนเด้ง เหตุไม่สนองนโยบาย ‘การเงิน’
ดูทั้งหมด

เพื่อไทยดีลพรรค 2 ลุง ก้าวไกลไม่ถอย รัฐบาลขั้วใหม่ติดล็อก

26 ก.ค. 2566 | 10:07น.
รัฐบาลขั้วใหม่
คอลัมน์ : Politics policy people forum

สถานการณ์การเมืองอยู่ในภาวะตึงเครียดในเกมการจัดตั้งรัฐบาล

เพราะทันทีที่พรรคเพื่อไทยได้รับมอบภารกิจตั้งรัฐบาล ได้เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ เชิญ 5 พรรคการเมือง ขั้วตรงข้ามมาหารือเรื่อง “ความเป็นไปได้” ในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อหาทางออกประเทศ ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติพัฒนากล้า พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา รวมถึงพรรคพลังประชารัฐ

เป็นการเซตเกมทางการเมือง คู่ขนานไปกับการโหวตนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 แกนนำพรรคขั้วเดิม ถูกทาบทาม-นัดคุย นอกรอบ

ก่อนมาตกผลึกเป็นภาพที่พรรคเพื่อไทยอัญเชิญพรรคการเมืองขั้วอำนาจเดิม เปิดหน้าอย่างเป็นทางการตลอดทั้งวันที่ 22-23 กรกฎาคม

ที่สำคัญใน 5 พรรค มี 4 พรรคที่ประกาศไม่ยอมเผาผี จับมือพรรคก้าวไกล ทั้งจุดยืนเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และประเด็นทัศนคติทางการเมืองที่แหลมคม ชนเพดาน ซึ่งประกาศชัดเจนตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง

มีเพียงพรรคชาติพัฒนากล้า ตั้งกำแพงบางกว่าพรรคอื่น พอที่จะทำงานกับพรรคก้าวไกลได้ แต่ต้องไม่แตะมาตรา 112

ก้าวไกลในวงล้อม

พรรคเพื่อไทย นำผลเจรจาค้าความกับ 5 พรรคการเมือง ที่มีข้อสรุปส่วนใหญ่ “ไม่เอา” พรรคก้าวไกล ร่วมรัฐบาล ไปหารือในที่ประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 312 เสียง ที่มีพรรคก้าวไกล เป็นเสียงข้างมาก

ผลที่ออกมาคือพรรคก้าวไกลถูกรุมกินโต๊ะ เอ็มโอยูจ่อถูกฉีก แม้เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทย ไม่อยากเห็นเพราะต้องจ่ายต้นทุนการเมืองมหาศาล แต่ก็ไม่มีทางออกที่จบสวย

พรรคก้าวไกล ติดกับดักในวงล้อม พรรคเพื่อไทยและขั้วรัฐบาลเดิม ที่เดินเข้าบีบทุกทาง

โดยแหล่งข่าวพรรคก้าวไกล ระดับแกนนำรายหนึ่ง ยอมรับว่าโอกาสที่พรรคก้าวไกลจะเป็นรัฐบาลเหลือน้อยเต็มที ขึ้นอยู่กับพรรคภูมิใจไทย 71 เสียงว่าจะโหวตให้ฝ่าย 8 พรรคหรือไม่ แต่เขาประกาศแล้วว่าไม่เอาพรรคก้าวไกล

ทางออกทางเดียวคือพรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน แต่จะยื้อ – กอดขาเพื่อไทยให้นานที่สุด

ลุงป้อมอยู่ทุกสมการ

“ไผ่ ลิกค์” แกนนำกลุ่มกำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ผู้อยู่ในเหตุการณ์วินาทีประวัติศาสตร์หาทางออกประเทศ บอกว่า พรรคพลังประชารัฐ ได้แสดงจุดยืนไปแล้วว่า ไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคที่ยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112 ขณะนี้ขึ้นอยู่กับพรรคก้าวไกลที่จะยอมถอยหรือไม่ เชื่อว่าจะได้ตัวนายกรัฐมนตรีได้ไม่ช้า อย่างเร็วที่สุดภายใน 2 อาทิตย์จะสามารถฟอร์มรัฐบาลใหม่ได้

ส่วนเงื่อนไขของพรรคเพื่อไทยที่ได้ประกาศไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งว่าจะไม่จับมือกับ 2 ลุง ซึ่ง 1 ในลุงคือ ลุงป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนั้น ไม่ได้เป็นเงื่อนตายในการร่วมรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐในครั้งนี้

และ พล.อ.ประวิตรจะอยู่ตรงไหนในรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ “ไผ่ ลิกค์” ตอบทันควันว่า มีลุงหรือไม่มีลุงไม่แตกต่างกัน เปรียบเทียบกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ในทางนิตินัยถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์จะลาออกจากสมาชิกพรรคไปแต่ภาพของพรรครวมไทยสร้างชาติก็คงมีภาพจำของ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ดี

มี ก.ก. ไม่โหวต อุ๊งอิ๊ง-เศรษฐา

“พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ” รองเลขาธิการพรรคและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ 1 ในตัวแทนที่ไปร่วมวงเจรจาหาทางออกประเทศ ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นตัวกลาง 8 พรรค บอกว่า ในที่ประชุมไม่มีการหารือเรื่องการร่วมรัฐบาล หรือสูตรการร่วมรัฐบาล โดยไม่มีพรรคก้าวไกล พรรครวมไทยสร้างชาติใช้เวลาในการพูดถึงอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคไปด้วยกันไม่ได้ถ้ายังมีพรรคก้าวไกล

“ถ้า ณ วันนี้เพื่อไทยยังติดอยู่กับพรรคก้าวไกลอยู่ ไม่ว่าจะเป็นใคร พรรครวมไทยสร้างชาติไม่สามารถยกมือโหวตให้ได้เลย” พิชชารัตน์บอกถึงพันธะเดียวแต่มหาศาล ไม่ว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะเป็น “เศรษฐา ทวีสิน” หรือ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ก็ไม่โหวตให้

ขั้วรัฐบาลใหม่

สูตรตั้งรัฐบาลที่ยังไม่เป็นทางการ แต่เป็นรูปธรรม เผยโฉมออกมาแล้วว่ามี 300 เสียง เมื่อนับจากพรรคการเมืองที่พรรคเพื่อไทยเทียบเชิญมาหารือเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งนี้ แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 141 เสียง พรรคภูมิใจไทย 71 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 40 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง พรรคชาติพัฒนากล้า 2 เสียง รวม 6 พรรคการเมือง 300 เสียง

และรวมกับพรรคประชาชาติ 9 เสียง พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 เสียง ที่เชื่อมโยงกับบ้านใหญ่ “หวังศุภกิจโกศล” ที่ย้ายจากพรรคภูมิใจไทย มาอยู่พรรคเพื่อไทย บวก พรรคเสรีรวมไทย 1 เสียง รวม 312 เสียง

ขณะที่ก่อนหน้านี้มีการพูดถึงสูตรรัฐบาลอีกสูตร ในหมู่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ต้องการเห็นฉาก “จบสวย” คือ พรรคเพื่อไทย กับพรรคก้าวไกล อยู่ร่วมรัฐบาลด้วยกัน แต่พรรคก้าวไกลต้องถอย-ไม่แตะ มาตรา 112 แล้วดึงมือพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ต่อสายกันไว้มาช่วยโหวตให้ถึง 375 เสียง โดยไม่ข้ามขั้ว แต่นาทีนี้โอกาสเลือนราง

เพื่อไทย ในวงล้อมมวลชน

แม้ว่าพรรคก้าวไกลจะตกอยู่ในกับดัก-วงล้อมการเมืองของ 6 พรรค 300 เสียง ที่พรรคเพื่อไทยเชิญมาเจรจา

แต่ในทางกลับกัน พรรคเพื่อไทยก็หาทางดิ้นหนี กับดัก “มวลชน” ที่ถูกปลุกขึ้นมาต้านการตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว

เพียงแค่พรรคเพื่อไทย เทียบเชิญ พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ มาหารือ ก็ทำให้พรรคก้าวไกลหยิบคำว่า “สัจจะ” มารัดคอพรรคเพื่อไทย

แม้ว่าพรรคเพื่อไทย จะค้นหา “วาทกรรม” มาหักล้าง ให้ปฏิบัติการข้ามขั้ว มีความชอบธรรม แต่พรรคเพื่อไทยก็ยากที่จะสลัดออก

พรรคก้าวไกล ประกาศชัดเจน ถึงขั้นมี มติ ส.ส. จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคทหารจำแลงไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ หรือพรรครวมไทยสร้างชาติ

“เราเห็นว่าการจัดตั้งรัฐบาลที่บิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชนซึ่งสะท้อนผ่านผลการเลือกตั้ง จะนำไปสู่วิกฤตศรัทธาของประชาชนต่อระบอบประชาธิปไตย จนอาจยากต่อการเรียกกลับคืน”

พร้อมทั้งยึด “สัจจะ” ผนึก 8 พรรคการเมือง ยึด 27 ล้านเสียง มาปิดล็อกการตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว

เท่ากับว่า เมื่อใดก็ตามที่พรรคเพื่อไทย ดึงพรรค 2 ลุง เข้ามาร่วมรัฐบาล เอ็มโอยู 8 พรรคร่วมเท่ากับถูกฉีก พรรคเพื่อไทยจะกลายเป็น “ผู้ร้าย” ในสายตามวลชน

แต่พรรคเพื่อไทย เล่นเกม “เดิมพัน” อนาคต หวังเข้ามามีอำนาจรัฐ ทำนโยบายตามที่วางแผนไว้ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ล้างครหาตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว

นาทีนี้ การตั้งรัฐบาลใหม่ยังติดสารพัดล็อก เมื่อพรรคก้าวไกลไม่ยอม “ปล่อยมือ” จาก 8 พรรคง่าย ๆ

ส่วนพรรคภูมิใจไทย ไม่ยอมจับมือก้าวไกล ส่งผลให้ พรรคก้าวไกล เดินเกมยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ”

ยังมีล็อกที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ มติรัฐสภาไม่โหวตพิธา ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

ก้าวไกลไม่ถอย รัฐบาลใหม่ก็ติดล็อก