เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (29 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท รูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
โป๊ปเลโอเตือน! AI อาจสร้าง ‘วิมานจักรกล’ กลืนกินมนุษยชาติ จี้เร่งคุมเข้มจริยธรรมเทคโนโลยี
Tech โป๊ปเลโอเตือน! AI อาจสร้าง ‘วิมานจักรกล’ กลืนกินมนุษยชาติ จี้เร่งคุมเข้มจริยธรรมเทคโนโลยี
คมนาคมจี้การบินไทย เคลียร์สัมภาระตกค้าง ย้ำต้องรับผิดชอบชดเชยผู้โดยสาร
Politics คมนาคมจี้การบินไทย เคลียร์สัมภาระตกค้าง ย้ำต้องรับผิดชอบชดเชยผู้โดยสาร
ไชยชนก โต้ข่าวปลอมชง ครม. ของบ 497 ล้าน ร่วม Tomorrow.io ทำระบบพยากรณ์เท่า NASA
Politics ไชยชนก โต้ข่าวปลอมชง ครม. ของบ 497 ล้าน ร่วม Tomorrow.io ทำระบบพยากรณ์เท่า NASA
ปรากฏการณ์ ‘เนเน่’ กวาด 105 ล้านเอ็นเกจเมนต์ สะท้อนพลังแห่งความภาคภูมิใจ
News ปรากฏการณ์ ‘เนเน่’ กวาด 105 ล้านเอ็นเกจเมนต์ สะท้อนพลังแห่งความภาคภูมิใจ
รัฐบาล คาดปัญหาสัมภาระล้าช้าที่สนามบิน 1 สัปดาห์คลี่คลาย
Politics รัฐบาล คาดปัญหาสัมภาระล้าช้าที่สนามบิน 1 สัปดาห์คลี่คลาย
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังเจรจาสันติภาพครั้งใหม่ของสหรัฐ-อิหร่าน ยังไม่แน่นอน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังเจรจาสันติภาพครั้งใหม่ของสหรัฐ-อิหร่าน ยังไม่แน่นอน
บีโอไอ ส่ง 3 มาตรการช่วยน้ำท่วม เว้นอากรเปลี่ยนเครื่องจักร–ตัดบัญชีของเสีย ยื่นภายใน 6 เดือน
Economic บีโอไอ ส่ง 3 มาตรการช่วยน้ำท่วม เว้นอากรเปลี่ยนเครื่องจักร–ตัดบัญชีของเสีย ยื่นภายใน 6 เดือน
โครงการแก้น้ำท่วม “ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” 1.6 แสนล้าน ผ่าน EIA แล้ว ครม.เคาะพร้อมลุย
Politics โครงการแก้น้ำท่วม “ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” 1.6 แสนล้าน ผ่าน EIA แล้ว ครม.เคาะพร้อมลุย
คลัง ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม รับเรื่องประชาชน-ผู้ประกอบการ
Finance คลัง ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม รับเรื่องประชาชน-ผู้ประกอบการ
ดูทั้งหมด

ผวาหนี้เสียเช่าซื้อรถพุ่งแรง ค้างจ่ายเสี่ยงถูกยึด 5 แสนคัน

12 ส.ค. 2566 | 07:48น.
ผวาหนี้เสียเช่าซื้อรถพุ่ง

สัญญาณอันตรายหนี้เสียทะลุ 1 ล้านล้าน เครดิตบูโรห่วงสินเชื่อรถยนต์หนี้เสียพุ่ง จับตา 5.4 แสนสัญญาค้างค่างวดเสี่ยงถูกยึดรถ ผู้ประกอบการลานประมูลชี้เทรนด์รถยึดเพิ่มขึ้นทุกเดือน เหตุเศรษฐกิจฟื้นไม่ทั่วถึง-บางเซ็กเตอร์รายได้ยังไม่กลับมา แค่ประคองจ่ายค่างวด แบงก์เพิ่มเข้มงวดปล่อยกู้สกัดหนี้เสีย ฉุดตลาดรถชะลอตัว 7 เดือนแค่ 4.64 แสนคัน ผู้ว่าการ ธปท. ลั่นถึงเวลาแก้หนี้ครัวเรือน

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า ภายหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีการปรับนิยามหนี้ครัวเรือนไทย เพื่อให้มีความครอบคลุมมากขึ้น ส่งผลให้หนี้ครัวเรือนไทยปัจจุบันมาอยู่ที่ 17.62 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 90.6% ของจีดีพี ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีข้อมูลบนระบบเครดิตบูโรราว 13.5 ล้านล้านบาท ครอบคลุมประมาณ 84% ของสัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทย

ทั้งนี้ หากดูตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ณ ไตรมาส 2/2566 พบว่าตัวเลขกลับมาเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 1.03 ล้านล้านบาท จากไตรมาส 1/2566 ที่อยู่ 9.5 แสนล้านบาท

“ถ้าตัวเลขหนี้เอ็นพีแอลเมื่อไรที่เริ่มแตะ 1 ล้านล้านบาท แม้ว่าระหว่างทางจะมีการปรับโครงสร้างหนี้ และตัดขายหนี้ก็ตาม เริ่มเป็นระดับที่ไม่สบายใจ จากก่อนหน้าตัวเลขเอ็นพีแอลเคยขึ้นไปอยู่สูงสุดในไตรมาส 2/2565 ที่อยู่ 1.11 ล้านล้านบาทมาแล้ว และทยอยปรับลดลง ก่อนมาเพิ่มขึ้นในเดือน มิ.ย.นี้”

ห่วงหนี้เสียรถยนต์พุ่ง

อย่างไรก็ดี หนี้ที่น่าเป็นห่วงคือ หนี้เสียจากสินเชื่อรถยนต์ที่ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2565 ที่อยู่ราว 1.7 แสนล้านบาท มาอยู่ที่ราว 2 แสนล้านบาทในไตรมาส 2/2566 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 18% เช่นเดียวกับตัวเลขสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) หรือลูกหนี้มีการค้างชำระแต่ไม่ถึง 90 วัน ของสินเชื่อรถยนต์อยู่ที่ 2.05 แสนล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันปีก่อนราว 20.6% หรืออยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท จากยอดสินเชื่อ SM ทั้งหมดอยู่ที่ราว 4.8 แสนล้านบาท

และหากดูไส้ในจำนวนสัญญาของตัวเลข SM ของสินเชื่อรถยนต์พบว่า สัญญาที่มีการค้างชำระเป็น SM ที่อยู่กับธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทลูกธนาคารมีจำนวน 4 แสนสัญญา และบริษัทเช่าซื้อ หรือสถาบันการเงินค่ายผู้ผลิตรถยนต์ (captive finance) อีกราว 1.4 แสนสัญญา ซึ่งรวมทั้งสิ้น 5.4 แสนสัญญา เป็นกลุ่มที่ต้องจับตามอง เพราะมีโอกาสจะไหลไปเป็นเอ็นพีแอล หรือหนี้เสียตามข้อมูลแบงก์ชาติอยู่ที่ราว 12-15%

ดังนั้น จากสัญญาณดังกล่าว แม้ว่า ธปท.ยังมั่นใจว่าจะไม่ได้เกิดหน้าผาหนี้เสีย (NPL cliff) แต่เชื่อว่า ธปท.เฝ้าดูเป็นระยะ เพราะหนี้เสียจะไหลเร็วหรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์เศรษฐกิจและค่าครองชีพด้วย

“แม้ภาพรวมหนี้ SM จะปรับลดลงจากไตรมาส 1/66 ที่อยู่ 6 แสนล้านบาท เหลือ 4.8 แสนล้านบาทในไตรมาส 2 แต่ตัวเลขของกลุ่มหนี้รถยนต์ไม่ได้ลดลงเลย และหากโอกาสไหลเป็นเอ็นพีแอล 15% สะท้อนว่า สัญญา SM จำนวน 5.4 แสนสัญญา มีโอกาสจะเป็นรถที่กำลังจะถูกยึดเข้าลานประมูลประมาณ 15% หรือประมาณ 81,000 สัญญา แต่ในข้อเท็จจริงก็อาจจะมากกว่านี้ได้เพราะภาวะเศรษฐกิจยังไม่ดี”

แบงก์เข้มปล่อยกู้รถ

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือทีทีบี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สัญญาณการเพิ่มขึ้นของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) และตัวเลขสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) ของสินเชื่อเช่าซื้อมองว่า

ตลาดและธนาคารได้รับรู้และเห็นถึงสัญญาณดังกล่าว ทำให้ธนาคารได้เข้ามาดูเรื่องของเครดิตสกอริ่งในการอนุมัติสินเชื่อรถใหม่ที่เข้มข้นขึ้น เพื่อป้องกันการไหลของหนี้ใหม่ ขณะที่สินเชื่อที่ปล่อยไปแล้ว ธนาคารก็เข้ามาดูแลในเรื่องของการติดตามทวงถามมากขึ้น

ดังนั้น หากมองไปข้างหน้ายอมรับว่าการปรับขึ้นของหนี้เสียอาจขยับเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งสอดคล้องไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรที่ยังมีความอ่อนไหวในด้านรายได้

อย่างไรก็ดี หนี้เสียที่ขยับเพิ่มขึ้นยังอยู่ในการคาดการณ์ของธนาคาร เช่นเดียวสถานการณ์รถยึดที่อาจเห็นการขยับเพิ่มขึ้นในอัตราที่สอดคล้องกับหนี้เสีย อย่างไรก็ดี ทีทีบี รวมถึงสถาบันการเงินแห่งอื่นเชื่อว่าจะพยายามช่วยเหลือลูกค้าในการปรับเทอมการชำระหนี้ หรือปรับโครงสร้างหนี้แทนการยึดรถ

“เราก็มีความเป็นห่วง และตลาดก็รับรู้ ซึ่งวิธีการบริหารจัดการเราก็ป้องกันน้ำใหม่ไม่ให้เป็นหนี้ และหนี้เดิมก็ติดตามใกล้ชิด และหันมาเน้นในโปรดักต์ที่มีการเติบโตและคุณภาพสินเชื่อดี เช่น รถแลกเงิน หรือการช่วยพันธมิตรเต็นท์รถในการทำแพลตฟอร์มซื้อขายรถมือสอง เป็นต้น”

หนี้เสียเร็ว-แรงขึ้นมีเหตุผล

นายเตชินท์ ดุลยฤทธิรงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ KKP กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เอ็นพีแอลของสินเชื่อเช่าซื้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และเป็นประเด็นที่กังวล แต่จะไม่เห็นการตกหน้าผา (NPL cliff) สอดคล้องกับที่ ธปท.มอง

โดยจะเห็นว่าเอ็นพีแอลมีการขยับเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนโควิด-19 อยู่ที่ 1.8% และระหว่างโควิดหนี้เสียลดลงมาอยู่ที่ 1.4% ซึ่งเป็นผลจากมาตรการพักชำระหนี้ ทำให้ตัวเลขหนี้เสียลดลงมา

“ปีนี้เราเห็นหนี้เสียและตัว SM เพิ่มขึ้น เพราะมีส่วนหนึ่งที่เดิมเขาไม่ไหวในช่วงโควิดอยู่แล้ว และเราพยุงเขาไว้จากมาตรการพักชำระหนี้ ทำให้เมื่อหมดมาตรการลง คนเหล่านี้ก็เป็นหนี้เสีย และบวกกับหนี้เสียที่เกิดขึ้นใหม่ ทำให้ตัวเลขมันขึ้นเร็วและแรง ซึ่งเหมือนอัตรารถยึดจากเดิมเฉลี่ยปีละ 2 แสนคัน

พอมีมาตรการก็เหลือ 1.4-1.5 แสนคัน อีกราว 5-6 หมื่นคัน เราช่วยพยุงไว้จากมาตรการ แต่พอหมดมาตรการกลุ่มที่พยุงไว้ก็ไม่ไหว และกลุ่มที่ไหวก่อนหน้าเริ่มไม่ไหว เพราะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นไม่ทั่วถึง ได้รับผลกระทบก็กลับมาเป็นหนี้เสีย ตัวเลขเลยดูเยอะ แต่เป็นตัวเลขที่กลับไปอยู่ในช่วงก่อนโควิด”

อย่างไรก็ตาม จากสัญญาณดังกล่าว ธนาคารยอมรับว่าการปล่อยสินเชื่อใหม่จำเป็นต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น เพราะปัจจัยเศรษฐกิจยังไม่อำนวย ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และค่าครองชีพที่ยังเร่งตัวขึ้น ทำให้คนที่มีรายได้อาจจะไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย และอาจจะกระทบความสามารถในการชำระหนี้ได้ ธนาคารจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการคัดกรองสินเชื่อ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหนี้เสียเพิ่มขึ้นในอนาคต

ลูกหนี้ผ่อนรถเลี้ยงค่างวด

ด้านนายอนุชาติ ดีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภายใต้สัญญาณเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ และฟื้นเฉพาะแค่ภาคการท่องเที่ยว ทำให้คนที่ไม่ได้อยู่ในเซ็กเตอร์ท่องเที่ยว รายได้ก็ยังไม่ได้กลับมาเต็มที่ ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ถดถอย

แต่ลูกค้าก็ไม่อยากโดนยึดรถ จึงกลายเป็นการผ่อนชำระแบบเลี้ยงงวด คือ ผ่อน 1 เดือน และติด 2 เดือน และกลับมาผ่อนชำระใหม่ จึงสะท้อนไปยังตัวเลขสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) กองสูง ตามข้อมูล บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) ที่อยู่ในระดับสูง 2 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าสัญญาณการไหลของ SM ไปเป็นหนี้เสีย 12-15% มีความเป็นได้ และยิ่งไม่มีปัจจัยบวกเข้ามากระตุ้นรายได้ภายใต้มาตรการภาครัฐที่ยังไม่มี บริษัทเชื่อว่ากลุ่มที่เปราะบางในด้านรายได้มีโอกาสจะไหลเป็นหนี้เสียและมีโอกาสโดนยึดรถได้ในอนาคต

7 เดือนรถยึดทะลัก 1.35 แสนคัน

นายอนุชาติกล่าวว่า สถานการณ์รถยึดเข้าลานประมูลมีทิศทางเพิ่มขึ้น โดยในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา มีอัตรารถยึดเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% ต่อเดือน หรือเพิ่มประมาณ 2,500 คันต่อเดือน จากปกติเฉลี่ย 1.9-2.0 หมื่นคันต่อเดือน เพิ่มเป็น 2.2-2.3 หมื่นคันต่อเดือน และคาดว่าในเดือนธันวาคม ยอดจะเด้งขึ้นไปแตะ 2.5 หมื่นคันต่อเดือน เพราะลูกค้าจ่ายชำระไม่ไหว

โดยมีประเมินว่ารถยึดเข้าลานประมูลปีนี้จะอยู่ที่ 2.5 แสนคัน โดยในช่วง 7 เดือนแรกมีรถยึดแล้วกว่า 1.35 แสนคัน เทียบกับปี 2565 รถยึดอยู่ที่ 1.5-1.8 แสนคัน ส่วนหนึ่งมาจากปี 2565 สถาบันการเงินมีมาตรการช่วยเหลือ พักชำระหนี้ หรือการปรับโครงสร้างหนี้ ทำให้ลูกค้าไม่ไหลเป็นหนี้เสีย

ทั้งนี้ สถานการณ์รถยึดปัจจุบันมีทิศทางเพิ่มขึ้นล้อไปกับตัวเลข SM แต่อัตราการไหลของรถยึดเข้าลานประมูลจะเป็นในลักษณะทยอยไหลเข้าระบบ เนื่องจากกระบวนการในการยึดรถต้องใช้เวลา เช่น เป็นหนี้เสียวันนี้ แต่กว่าจะยึดรถได้อาจจะใช้เวลาอีก 1-2 เดือน เพราะลูกค้าบางรายอาจจะมีหลบหลีกหรือหาลูกค้าไม่เจอ ทำให้การยึดรถอาจจะเห็นเพียง 5% จากที่เป็นหนี้เสีย 15% เราคงไม่เห็นการยึดรถแบบตูมเดียวทั้งหมด

ขณะที่สัญญาณรถยึดที่ไหลออกจากลานประมูล จะเห็นว่าค่อนข้างช้ากว่าเดิม โดยอยู่ในอัตรา 70-80% เช่น รถไหลเข้า 100 คัน แต่ไหลออก 70-80 คัน ส่วนหนึ่งเพราะว่าเศรษฐกิจตอนนี้ไม่ได้ดีมาก และเราพึ่งพาท่องเที่ยวอย่างเดียว ทำให้รายได้ของคนกระจุกแค่บางเซ็กเตอร์ แบงก์ก็เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ลูกค้าบุคคลหรือเต็นท์รถก็ชะลอการเข้ามาซื้อ

นายอนุชาติกล่าวว่า สำหรับตัวเลขรถยึดของแอพเพิลฯพบว่า ในช่วง 7 เดือนแรกมียอดเข้าลานประมูลกว่า 4 หมื่นคัน คาดว่าทั้งปีตัวเลขรถเข้าลานประมูลของบริษัทจะอยู่ที่ 7 หมื่นคัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ 5.5 หมื่นคัน

ธปท.ลั่นถึงเวลาแก้หนี้ครัวเรือน

ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า หนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง ปัจจุบัน 90% ของจีดีพี หากไม่ทำอะไร ต่อไปก็จะกระทบกับเสถียรภาพ โดยล่าสุด ธปท.เตรียมทำมาตรการที่สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว 3 ส่วนด้วยกัน

อย่างแรกคือ การดูแลให้มีการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (responsible lending) ที่จะดูให้ครบวงจร ตั้งแต่เริ่มปล่อยกู้ ระหว่างกู้ ยังเป็นหนี้ดี ตลอดจนหนี้เริ่มมีปัญหาไปจนกระทั่งก่อนจะถูกขาย

“เศรษฐกิจเริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติ แต่ถ้าไม่ทำอะไรเรื่องหนี้ จะมีหลายครัวเรือนที่จะยังมีปัญหาอย่างต่อเนื่อง หนี้ครัวเรือนก็จะโตไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งกระทบเสถียรภาพ ซึ่งเกณฑ์ที่ดูกันก็คือ หนี้ครัวเรือนไม่ควรเกิน 80% ของจีดีพี แต่ตอนนี้เราอยู่ที่ 90% ก็ควรที่จะทำให้มันลงมา”

เอ็นพีแอลเพิ่มแต่ก้อนไม่ใหญ่

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวย้ำว่า จะไม่เห็นการตกหน้าผาเป็นเอ็นพีแอลจำนวนมากเกิดขึ้น แม้ว่ามาตรการช่วยเหลือของ ธปท.จะหมดสิ้นปีนี้ก็ตาม แต่ยอมรับว่าแนวโน้มเอ็นพีแอลมีสิทธิจะเพิ่มขึ้นได้ แต่ไม่ใช่ก้อนใหญ่จนกระทบกับเสถียรภาพเศรษฐกิจอย่างแน่นอน เพราะลูกหนี้ที่อยู่ภายใต้กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ก็จะยังปรับโครงสร้างหนี้อยู่ จึงไม่ใช่ว่าพอวันที่ 1 มกราคม 2567 แล้ว จะหงายหลังกันไปหมด

“แม้จะมีข่าวว่าตัวเลข SM (สินเชื่อ stage 2) จะเพิ่มขึ้นเยอะ ดูสูง แต่จริง ๆ ก็สูงมานานแล้ว ไม่ใช่อยู่ดี ๆ พุ่งขึ้นมา ซึ่งต้องเข้าไปดูว่า สินเชื่อที่เป็น stage 2 ไม่ใช่ทั้งหมดที่จะกลายเป็นเอ็นพีแอล ยกตัวอย่างสินเชื่อบ้าน stage 2 ที่กลายเป็นเอ็นพีแอล สัดส่วนอยู่ที่ 22% แต่สัดส่วนที่กลับไปเป็นหนี้ปกติอยู่ที่ 30% พูดง่าย ๆ คือ หนี้ที่ไหลไปเป็นเอ็นพีแอลน้อยกว่าหนี้ที่กลับไปเป็นหนี้ปกติ”

ยอดขายรถชะลอตัว

แหล่งข่าวจากกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสถานการณ์ตลาดรถยนต์ว่า ยังน่ากังวลโดยในช่วง 7 เดือนแรก มียอดขายสะสมแค่ 464,461 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาเกือบ 6% และแนวโน้มครึ่งปีหลังไม่น่าจะดีขึ้น อย่างเก่งทั้งปีคงขายได้เท่าเดิมหรือน้อยกว่า

ตอนนี้สภาอุตฯได้ปรับเป้ายอดผลิตรถยนต์ในประเทศไทยลงจากเดิม 1.95 ล้านคัน เหลือแค่ 1.9 ล้านคัน ลดไป 50,000 คัน ส่วนเป้าขายในประเทศเดิมประเมินมีสัดส่วน 45% ของยอดผลิต ก็มีแนวโน้มจะปรับลงอีกราว 5 หมื่นคันเช่นกัน

แนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศต้องเผชิญปัจจัยลบหลายด้านที่กระทบกำลังซื้อ และยิ่งระยะหลังสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ที่ต้องการความคล่องตัวทางเศรษฐกิจเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ ประกอบกับปัญหาด้านการผลิตโดยเฉพาะซัพพลายชิ้นส่วนและเซมิคอนดักเตอร์ยังไม่กลับมาเหมือนเดิม

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดครึ่งปีหลังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตลาดปิกอัพที่กระทบหนักสุด จากมาตรการความเข้มงวดของสถาบันการเงินและไฟแนนซ์ต่าง ๆ จริงๆ ตลาดยังมีความต้องการ แต่ด้วยกำลังซื้อจึงทำให้สภาพตลาดไม่หวือหวา ตัวเลขน่าจะทรง ๆ หรือใกล้เคียงปีที่แล้ว ทั้งปีน่าจะอยู่ประมาณ 8.4-8.5 แสนคัน ตลาดปิกอัพยังได้รับผลกระทบหนักสุด