สมาคมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ฯ ชี้เทรนด์การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์-เวลเนสเติบโตสูง หนุนสถานพยาบาลของไทยได้รับมาตรฐาน JCI ของสหรัฐอเมริกาสูงเป็นอันดับที่ 4 ของโลก ด้าน ISMED เผยทุนตะวันออกกลางแห่ลงทุนในไทย
ดร.พญ.ประภา วงศ์แพทย์ นายกสมาคมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพไทย เปิดเผยว่า ปีนี้ธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ สุขภาพ และเวลเนสมีโอกาสเติบโตสูงขึ้นมาก โดยพบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยจำนวนมากใช้เวลาส่วนหนึ่งกับบริการด้านการแพทย์และเวลเนส เช่น สปา การเข้ารักษาด้านทันตกรรม เวชศาสตร์ฟื้นฟู เวชศาสตร์ชะลอวัย ฯลฯ เนื่องจากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเวลเนสของไทยมีความพร้อมในระดับแถวหน้าของทวีปเอเชีย

โดยในส่วนของโรงพยาบาลพบว่ามีสถานพยาบาลของไทยที่ได้รับรองมาตรฐาน JCI (Joint Commission International) ของสหรัฐอเมริกา รวม 66 แห่ง มากเป็นอันดับที่ 4 ของโลก เป็นที่ 3 ของเอเชีย และเป็นที่ 1 ของกลุ่มประเทศอาเซียน
ดร.พญ.ประภากล่าวว่า ที่ผ่านมาทางสมาคมได้พูดคุยกับสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ สุขภาพและเวลเนสในอนาคต ข้อมูลจาก Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินว่าตลาดท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ไทยในปี 2566 มีแนวโน้มฟื้นตัวกลับมาสู่ระดับที่สูงกว่าปี 2562 แล้ว มีมูลค่าราว 2.9 หมื่นล้านบาท โดยเติบโตต่อเนื่องจากปี 2565
เนื่องจากได้แรงสนับสนุนของอุปสงค์คั่งค้างในการรักษาพยาบาล หลังจากที่ติดปัญหาด้านการเดินทางในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ปี 2563-2564 โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศกัมพูชา ลาว เวียดนาม และเมียนมา หรือ CLMV นักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และชาวจีน

“ตลาดสำคัญด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเวลเนสของไทยคือ นักท่องเที่ยวจากจีน ยุโรป และตะวันออกกลาง ส่วนตลาดคู่แข่งของเราคือ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย และเกาหลีใต้ และในอนาคตต้องการเพิ่มสัดส่วนของผู้ใช้บริการที่เป็นผู้สูงวัยมากขึ้น”
ด้านนายพิตรพิบูล ธีร์จันทึก ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) กล่าวว่า ผู้สูงอายุไทยที่ใช้บริการธุรกิจ wellness มีจำนวนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านรายได้
นอกจากนี้ ต้องยอมรับว่าการลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจเวลเนสส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงอำเภอหัวหิน (ประจวบคีรีขันธ์) และพัทยา (ชลบุรี) เท่านั้น