เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ไดสุเกะ โตโยดะ’ กลับสู่สปอตไลต์ สู่บัลลังก์ ‘โตโยต้า’
Automotive ‘ไดสุเกะ โตโยดะ’ กลับสู่สปอตไลต์ สู่บัลลังก์ ‘โตโยต้า’
คนไทยถือดอลลาร์พุ่ง 8.6 แสนล้าน แห่เปิด ‘บัญชี FCD’ ลงทุนนอก
Finance คนไทยถือดอลลาร์พุ่ง 8.6 แสนล้าน แห่เปิด ‘บัญชี FCD’ ลงทุนนอก
รีเซตบิ๊กกระทรวงเศรษฐกิจ ‘อนุทิน’ แต่งตั้ง-โยกย้าย 90 ตำแหน่ง
Politics รีเซตบิ๊กกระทรวงเศรษฐกิจ ‘อนุทิน’ แต่งตั้ง-โยกย้าย 90 ตำแหน่ง
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
News สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
Business อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
Business รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
Real Estate คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
ดูทั้งหมด

เอเวอร์แกรนด์ล้ม-ฟิทช์เล็งหั่นเครดิต จีนยังเดินหน้าฟื้นเสถียรภาพระยะยาว

19 ส.ค. 2566 | 13:11น.
โดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO Jitta Wealth

ข่าวการล้มละลายของ Evergrande ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ และข่าวที่ฟิทช์ ขู่หั่นเรทติ้งจีนอีกยิ่งตอกย้ำว่า ‘ตลาดหุ้นจีน’ ปีนี้ แลดูจะไม่สดใส ทั้งที่เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกก็สามารถฟื้นตัวกลับมาเติบโตสูง สวนทางกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรป ที่ตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจลูกผีลูกคน ด้านเฟดหรือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็ยังไม่ส่งสัญญาณจะยุติการปรับขึ้นดอกเบี้ยแต่อย่างใด เพราะยึดเป้าหมายต่อสู้กับเงินเฟ้อให้เข้ากรอบเป้าหมาย 2% ซึ่งตัวเลขดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจรายเดือนของสหรัฐฯ ที่ออกมายังมีความไม่แน่นอนสูง

หากมองตามความเป็นจริง ‘ไม่โลกสวย’ สถานการณ์พญามังกร ในระยะข้างหน้าจะเป็นอย่างไรกันแน่ แล้วแผลใหญ่ทางเศรษฐกิจมีอะไรที่ต้องติดตามบ้าง การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน หรือโปลิตบูโร จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีกหรือไม่อย่างไร และที่เคยสัญญาจะดูแลภาคเอกชนจะทำอะไรออกมา

ขณะที่ประกาศเป้าหมายใหญ่เน้นเศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างมีคุณภาพ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่มีนัยต่อความเชื่อมั่นการลงทุนตลาดหุ้นจีนและการพลิกฟื้นขอภาคธุรกิจ บริษัทในตลาดหุ้น และการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนหลังเปิดเมืองและยกเลิกนโยบาย Zero Covid เมื่อต้นปี 2566 นี้

โปลิตบูโรตั้งรับเศรษฐกิจจีนยังมีความท้าทายครึ่งปีหลัง

ในช่วงปีนี้จะเห็นจีนเน้นใช้เครื่องมือดอกเบี้ยเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.10% ทุกซีรีส์เมื่อเดือนมิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอหลังเปิดเมืองและยกเลิกนโยบาย Zero Covid เมื่อต้นปีนี้ หลังจากที่เมื่อเดือนมีนาคมได้มีการปรับลดดอกเบี้ย RRR ในอัตรา 0.25% ไปก่อนแล้ว แม้ว่าจะถูกทั่วโลกมองว่าไม่แรงเพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนก็ตาม ขณะที่ตลาดหุ้นจีนซึม และไม่ตอบสนองเชิงบวกนัก

ทั้งนี้ ในการประชุมของธนาคารกลางจีน (PBoC) เมื่อกลางเดือนมิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ได้ปรับลดดอกเบี้ย Reverse Repo Rate ระยะ 7 วันลงอีก 0.10% จากระดับ 2% สู่ระดับ 1.9% ซึ่งนับเป็นการปรับลดครั้งแรกในรอบ 10 เดือน นอกจากนี้ ยังมีการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้น (SLF) ซึ่งเป็นเครื่องมือในการสร้างสภาพคล่องสำหรับสถาบันการเงินอีก 0.10% และยังปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ระยะ 1 ปี ซึ่งเป็นดอกเบี้ยนโยบายของจีนลง 0.10% สู่ระดับ 2.65% จาก 2.75%

เนื่องจากเห็นว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนหลังเปิดเมืองและยกเลิกนโยบาย Zero Covid ยังคงอ่อนแอ จึงต้องการลดดอกเบี้ยเพื่อให้เกิดการปล่อยสินเชื่อ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งสร้างเซอร์ไพร์สให้กับตลาดอย่างมากที่รีบร้อนลดดอกเบี้ย เนื่องจากดอกเบี้ย MLF ที่ธนาคารกลางใช้ปล่อยกู้ให้ธนาคารพาณิชย์ ปกติจะปรับทุกวันที่ 15 ของทุกเดือน แต่รอบนี้ รีบลดดอกเบี้ยระยะสั้นไปก่อน และต่อมาลดดอกเบี้ย MLF

นอกจากนี้ดอกเบี้ยสำคัญๆ อย่างอัตราดอกเบี้ย LPR 1 ปี (ดอกเบี้ยเงินกู้อ้างอิงปล่อยกู้ให้เอกชน เหมือนดอกเบี้ย MLR ในไทย) ก็ปรับลดลง 0.10% มาอยู่ที่ 3.55% และอัตราดอกเบี้ย LPR 5 ปี ซึ่งเป็นดอกเบี้ยสินเชื่อที่ใช้ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ลดลงเหลือ 4.2% ซึ่งปกติจะไม่เห็นจีนลดดอกเบี้ยพร้อมๆ กัน เพราะลดสลับกันประเภทอายุ 5 ปี หรือ 1 ปี

สะท้อนว่า จีนต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต่อมาในกลางเดือนกรกฎาคม ยังได้จะดำเนินการอัดฉีดเงินทุนใหม่เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง จำนวน 3 พันล้านหยวน (ประมาณ 1.44 ล้านบาท) เข้าสู่ระบบธนาคาร นอกจากนี้ยังได้อัดฉีดเงิน 3.3 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 1.59 แสนล้านบาท) ผ่านการ reverse repo ระยะ 7 วัน และคงอัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมไว้ที่ 1.90%

ในส่วนของการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลังที่โลกแอบลุ้นกันนั้น ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการถาวรประจำกรมการเมืองแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน (โปลิตบูโร) ซึ่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นั่งประธานหัวโต๊ะในการประชุมสมาชิกที่มี 24 คนของคณะกรรมการเมือง ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 25 กรกฎาคม 2566 ปรากฏว่า หลังการประชุมโปลิตบูโร สื่อทางการจีนรายงานว่า ในที่ประชุมมีการหารือเรื่องนโยบายเศรษฐกิจสำหรับครึ่งปีหลังนี้ และระบุว่า เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญกับปัญหาและความท้าทายใหม่ๆ จากหลายปัจจัย ในที่ประชุมโปลิตบูโร เห็นพ้องกันว่า จีนต้องควบคุมดูแลเศรษฐกิจมหภาค ให้เกิดผลอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ

ผลการประชุมโปลิตบูโรในรอบนี้ เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ นายบรูซ ผาง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และหัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัทโจนส์ แลง ลาซาลล์ ได้กล่าวไว้ล่วงหน้าว่า “การประชุมโปลิตบูโรในครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะไม่ใช้ยาแรงในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และจะไม่มีการประกาศนโยบายกระตุ้นเชิงรุกมากมายอย่างที่ตลาดคาดหวังไว้”

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมว่าด้วยการปฏิรูปเชิงลึกของรัฐบาลจีน ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้แสดงท่าทีความเป็นมิตรในการเปิดกว้างมากขึ้นในการให้ความร่วมมือกับต่างประเทศในด้านต่าง ๆ รวมถึงการค้า การลงทุน และนวัตกรรมทางการเงิน ซึ่งเป็นความพยายามของจีนที่จะสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในส่วนของการแก้ปัญหาด้านอสังหาริมทรัพย์ ทางการจีนได้ดำเนินการช่วยเหลือตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังป่วย ด้วยการขยายเวลาชำระคืนเงินกู้สำหรับผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์

นี่คือความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นยังคงอ่อนแอลงไร้ปัจจัยบวกหนุน ท่ามกลางความวิตกกังวลเศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะแย่กว่าครึ่งปีแรก

รัฐบาลจีนประคองเศรษฐกิจโต 5% หลังไตรมาส 2 โตสูงจากฐานที่ต่ำ

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนได้รายงานตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา โดย GDP ของจีนเติบโตได้ 6.3% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือว่าดีที่สุดตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา หลังจากที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัว ซึ่งเป็นผลจากการแพร่ระบาดของโควิดในประเทศจีน รวมถึงมาตรการ Zero Covid โดยเป็นการเติบโตของเศรษฐกิจจีนต่อจากไตรมาส 1 GDP อยู่ที่ 4.5% อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่สูง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่ต่ำในช่วงเดียวกันปีที่แล้ว

ขณะเดียวกันในภาคบริการกลับมาขยายตัวสูงจากที่คนจีนท่องเที่ยวในประเทศมากกว่า จนทำให้ตัวเลขกลับไปสูงเท่าก่อนโควิดแล้ว และภาคบริโภคที่เป็นอุปสงค์จากการถูกอั้นไว้ในช่วงโควิด (pent-up demand) ส่วนภาคส่งออกของจีนยังชะลอตัวจากผลกระทบเศรษฐกิจโลกและการที่มีสต๊อกค้าง จึงทำให้ออร์เดอร์ส่งออกจากคู่ค้าลดลง

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจจีนในครึ่งปีแรกขยายตัว 5.5% ซึ่งเป็นการขยายตัวอย่างรวดเร็วชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้วที่ GDP อยู่ที่ 3.3% ตั้งเป้าหมาย GDP ปีนี้เติบโต 5% และ IMF คาดการณ์ GDP จีนเติบโต 5.2% และปี 2567 คาดเติบโต 4.5% เท่านั้น

ในรายงานดังกล่าวของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน ยังระบุว่า รัฐบาลจีนได้ชี้ถึงการเร่งความพยายามที่จะส่งเสริมรูปแบบการพัฒนาใหม่ โดยเน้นการส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง สร้างความสมดุลระหว่างความจำเป็นภายในประเทศและระหว่างประเทศ และยังกล่าวถึงเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างการเติบโตที่มั่นคง การจ้างงาน และราคา ส่งผลให้ความต้องการของตลาดค่อยๆ ฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม มีการมองความกังวลต่อเศรษฐกิจจีนที่เป็นเรื่องใหญ่ในเวลานี้ คือ อัตราว่างงานของวัยรุ่นที่เพิ่มขึ้นได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ล่าสุดอยู่ที่ 21.3% แล้ว หลังจากที่ไตรมาส 1 ที่ผ่านมาจีนมีอัตราการว่างงานของวัยรุ่นที่ 20.4% ซึ่งเกิดขึ้นมาจากการเข้าปราบปรามในหลากหลายอุตสาหกรรมที่จ้างงานวัยรุ่นจบใหม่ แม้ว่ารัฐบาลพยายามผลักดันให้วัยรุ่นออกไปทำงานในเมืองรองแล้วก็ตาม

รายงานล่าสุด IMF ได้มองเศรษฐกิจจีนว่า การฟื้นตัวของจีนอาจช้าลง ซึ่งเป็นผลจากปัญหาด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และการไหลออกของเม็ดเงินจากจีน ขณะเดียวกัน IMF ยังกังวลถึงปัญหาหนี้สาธารณะอาจแพร่กระจายไปยังภาคเศรษฐกิจกว้างขึ้น

ปัญหาการว่างงานของวัยรุ่นหนุ่มสาวจีนที่ได้ทำสถิติสูงสุดใหม่ทำให้เห็นถึงความอ่อนแอของตลาดแรงงานในจีน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการบริโภคอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งปัจจัยข้างต้นทำให้ IMF มองว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนเริ่มอ่อนแรง

ในทางกลับกัน IMF มองว่าอัตราเงินเฟ้อในประเทศจีนอาจลดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งจะช่วยลดความจำเป็นในการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดจากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีน (PBoC) และทำให้อุปสงค์ในประเทศสามารถกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง และในภาคการส่งออกจีนนั้นถือว่าแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จึงให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า รัฐบาลจีนมีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป แทนที่จะใช้มาตรการกระตุ้นเชิงรุกใดๆ เนื่องจากอาจซ้ำเติมความเสี่ยงด้านหนี้สินที่เพิ่มขึ้น และบิดเบือนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ

ส่องหาหุ้นจีนของดีราคาถูกลงทุน พร้อมเติบโตไปกับเมกะเทรนด์

แม้ภาพระยะสั้นในปีนี้จีนตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ 5% ซึ่งต่ำกว่าค่าฉลี่ยในอดีตที่ 9% แต่ภาพระยะยาวของจีนที่ได้ประกาศการกำหนดเป้าหมายไปยังภาคส่วนต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนเอกชนและนักลงทุนต่างชาติ จีนประกาศยังคงลงทุนอยู่และมีเป้าหมายชัดเจนในการปรับเปลี่ยนการลงทุนไปที่อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง และเทคโนโลยี เรียกได้ว่าอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่เพื่อลดการพึ่งพาภาคอสังหาริมทรัพย์ และการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญต่ออนาคตของประเทศจีนที่ตอบโจทย์การเติบโตเน้นคุณภาพในระยะยาว

ผมจึงยังเชื่อมั่นศักยภาพการเติบโตของจีนในระยะยาว ขณะที่ปัจจุบัน รัฐบาลจีนไม่เร่งรีบเน้นสร้าง GDP ให้เติบโตสูงในระยะสั้น และมีความระมัดระวังในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมทั้งลงมือสะสางปัญหาเก่าๆ อย่างต่อเนื่อง ผมจึงยังให้มุมมองตลาดหุ้นจีนน่าสนใจทะยอยลงทุนครับ

เชื่อไหมครับในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนทั่วโลกยังหลั่งไหลเข้าลงทุนกองทุนหุ้นจีนไม่ขาดสาย แม้ว่าบางปีจีนจะมีข่าวลบรุมกระหน่ำ บางคนที่ขาดทุนก็ดูจังหวะซื้อเพิ่ม บางคนที่ยังไม่ลงทุนก็หาจังหวะเข้าลงทุนครับ และบางคนที่ขาดทุนก็ยังไม่ขายก็มีครับ

แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจจีนปีนี้จะโตไม่แรงเท่าอดีต แต่ก็ไม่ได้เติบโตน่าเกลียดเมื่อเทียบกับประเทศใหญ่ๆ อย่างตะวันตก หากสะท้อนผ่านมูลค่าของตลาดหุ้นจีนผ่าน P/E Forward ที่อยู่ระดับ 13 เท่า ลดลงจากระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี ที่ 19 เท่า คุณจะเห็นราคาที่ยังถูก แม้ว่าการลงทุนในระยะสั้นอาจจะยังไม่สดใสหรือแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ชัดเจน แต่ผมยังเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจจีนหลังการปรับโครงสร้างใหม่จะกลับมาเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาวได้ครับ

ในช่วงจังหวะเวลานี้ที่มีหุ้นดีๆ ได้ปรับตัวลดลงมาเยอะ ผมอยากชวนคุณมาเฟ้นหาหุ้นจีนพื้นฐานดี ธุรกิจมีอนาคต โดยเฉพาะตอนนี้โลกยกให้จีนเป็นผู้นำผลิตแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า ผู้นำพลังงานสะอาด เทคโนโลยีจีน ซึ่งส่วนใหญ่จะเติบโตล้อไปกับเมกะเทรนด์ครับ

หากคุณสนใจข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นจีนเพิ่มเติม สามารถเข้าไปศึกษาหุ้นรายตัวที่ Jitta.com ได้จัดอันดับ (Ranking) ไว้ หรือ ศึกษาข้อมูลการลงทุนในกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking หุ้นจีน และหุ้นเทคโนโลยีจีน รวมถึงกองทุนอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://jittawealth.com/

ในยุคที่โลกกำลังหาสมดุลทางเศรษฐกิจ ในฐานะนักลงทุนเองก็ไม่ควรมองข้ามการสร้างสมดุลให้กับพอร์ตลงทุนเช่นกัน เลือกตลาดที่มีศักยภาพในการกระจายความเสี่ยงการลงทุนเพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป ในช่วงขาลงการทยอยสะสมหุ้นจีนเติมใส่พอร์ตไว้บ้าง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างสมดุลให้กับคุณได้ในระยะยาวนะครับ