เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โรงสีเสนอ 13 ข้อ เกษตรฯ ขานรับ ดันฟางข้าวผลิตไฟฟ้า-เร่งมาตรฐานข้าวพื้นนุ่ม
Economic โรงสีเสนอ 13 ข้อ เกษตรฯ ขานรับ ดันฟางข้าวผลิตไฟฟ้า-เร่งมาตรฐานข้าวพื้นนุ่ม
AFE 2026 ชูการศึกษายืดหยุ่น ศธ.เปิด 4 แกนปฏิรูปการศึกษา ดัน Credit Bank-ปรับสูตรงบใหม่
การศึกษา AFE 2026 ชูการศึกษายืดหยุ่น ศธ.เปิด 4 แกนปฏิรูปการศึกษา ดัน Credit Bank-ปรับสูตรงบใหม่
คมนาคมสั่งเข้มสนามบินภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เตือน 10 จังหวัดเสี่ยง ลั่นไม่ปลอดภัยสั่งหยุดบินทันที
News คมนาคมสั่งเข้มสนามบินภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เตือน 10 จังหวัดเสี่ยง ลั่นไม่ปลอดภัยสั่งหยุดบินทันที
Apple Store ICONSIAM สุดคึกคัก ต้อนรับการวางจำหน่าย iPhone Duo อย่างเป็นทางการ
Business Apple Store ICONSIAM สุดคึกคัก ต้อนรับการวางจำหน่าย iPhone Duo อย่างเป็นทางการ
‘iPhone Duo’ เข้ามากี่เครื่องก็ไม่พอขาย ปลุกตลาด ‘รีเซล’ คึกคัก บวกเพิ่มจากราคาจริงหลายหมื่น
Tech ‘iPhone Duo’ เข้ามากี่เครื่องก็ไม่พอขาย ปลุกตลาด ‘รีเซล’ คึกคัก บวกเพิ่มจากราคาจริงหลายหมื่น
“ศุภจี” หารือผู้อำนวยการใหญ่ WTO ดันปฏิรูปกติกาโลก หนุน SMEs เข้าถึงทุน-ตลาดดิจิทัล
Economic “ศุภจี” หารือผู้อำนวยการใหญ่ WTO ดันปฏิรูปกติกาโลก หนุน SMEs เข้าถึงทุน-ตลาดดิจิทัล
เกษตรฯ ผุด “Sandbox ข้าวไทย” 100 ไร่ ดันผลผลิต 1.5 ตัน/ไร่ ลดต้นทุนเหลือ 6,000 บาท/ตัน
Economic เกษตรฯ ผุด “Sandbox ข้าวไทย” 100 ไร่ ดันผลผลิต 1.5 ตัน/ไร่ ลดต้นทุนเหลือ 6,000 บาท/ตัน
สปอร์ตอีเวนต์ดันโอกาสทางธุรกิจ รับเทรนด์แอ็กทีฟไลฟ์สไตล์โต
Biz Movement สปอร์ตอีเวนต์ดันโอกาสทางธุรกิจ รับเทรนด์แอ็กทีฟไลฟ์สไตล์โต
“ศุภจี” ดันกติกา Credit Term มีผล 2 พ.ย. เพิ่มสภาพคล่อง SMEs สูงสุด 7.5 แสนล้าน
Economic “ศุภจี” ดันกติกา Credit Term มีผล 2 พ.ย. เพิ่มสภาพคล่อง SMEs สูงสุด 7.5 แสนล้าน
ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 950 บาท รูปพรรณขายออก 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ต.ค. 69) ร่วงลง 950 บาท รูปพรรณขายออก 65,200 บาท
ดูทั้งหมด

ถอดสูตร บริหารเงิน-บริหารสุขภาพ สไตล์ “ดร.นิเวศน์”

20 ส.ค. 2566 | 09:00น.

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร กูรูนักลงทุนวีไอ ถอดสูตร บริหารเงิน–บริหารสุขภาพ เชื่อความสำเร็จด้านการเงินและสุขภาพที่ดีนั้น นอกจากเรื่องของการบริหารแล้ว ยังขึ้นอยู่กับ “โชคชะตา” ไม่น้อย

วันที่ 20 สิงหาคม 2566 ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร กูรูนักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor) สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ถ้าจะถามว่าวัน ๆ หนึ่งผมทำอะไรบ้าง คำตอบของผมก็คือส่วนใหญ่มากก็คือ “บริหารเงิน” หรือจริง ๆ ก็คือเรื่องของการลงทุน ซึ่งก็รวมถึงการอ่าน พูด และเขียนนอกจากนั้น เวลา “ว่าง” หรือทำอย่างอื่น เช่น การเดินช้อปปิ้งก็มักจะเป็นเรื่องของการ “คิด” ไปเรื่อย ๆในประเด็นที่หลากหลายมาก

ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของมนุษย์และสังคม โดยเฉพาะเรื่องของเหตุผลว่าทำไมจึงเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นในประเทศไทยและในโลก และจะเป็นอย่างไรต่อไป ทั้งหมดนั้นก็มักจะอิงอยู่กับ “พื้นฐานของมนุษย์” ที่“ถูกควบคุมโดยยีน” และโดยมี “ประวัติศาสตร์” เป็นสิ่งที่จะช่วยยืนยันความคิดนั้น

แต่สิ่งที่ผมทำมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไปและผมมีอายุมากขึ้นก็คือ การ “บริหารสุขภาพ” ซึ่งจนถึงวันนี้ก็กลายเป็น “สิ่งสำคัญที่สุด” เพราะโอกาสที่จะเจ็บป่วยหรือตายสูงขึ้นมาก เมื่อคนมีอายุมากขึ้นถึงจุดหนึ่ง ถ้าไม่ทำอะไร เราอาจจะป่วยหนักและฟื้นตัวกลับไม่ได้เหมือนตอนที่เป็นหนุ่มสาว ความสุขจะหายไปมากมาย ถ้าไม่ทำอะไรก็อาจจะตายเร็ว และเงินที่มีอยู่ก็ไม่มีความหมายอะไรอีกต่อไป มาดูกันว่าผมมีความคิดเกี่ยวกับเรื่องของการบริหารสุขภาพอย่างไร

บริหารเงิน–บริหารสุขภาพ

เบื้องต้นเลยผมเห็นว่าการบริหารสุขภาพและการบริหารเงินนั้น เป็นศาสตร์และศิลป์พอ ๆ กัน นั่นก็คือ จะต้องประกอบไปด้วยหลักการใหญ่และสำคัญ ๆ ที่เป็นวิทยาศาสตร์ กล่าวคือมีการพิสูจน์หรือมีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่มีการศึกษาอย่างกว้างขวางและยาวนานว่าหลักการและวิธีการทำงานในเรื่องการบริหารเงินและการบริหารสุขภาพแบบไหนเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดผลดีและแบบไหนเป็นผลเสียต่อเรื่องการเงินและสุขภาพ

ตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นเรื่องของการเงินแล้ว การที่จะลงทุนแล้วให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าก็มักจะต้องมีความเสี่ยงที่สูงขึ้น เช่น ลงทุนในหุ้นก็ต้องเสี่ยงกว่าการฝากเงิน อย่างไรก็ตาม มีวิธีลดความเสี่ยงที่ได้ผลดีก็คือการกระจายความเสี่ยงให้เหมาะสมที่เราพอจะรับได้

หรือในเรื่องของสุขภาพนั้น ศาสตร์ที่ชัดเจนว่าดีต่อสุขภาพแน่นอนก็คือ การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีสารอาหารครบหมู่ อยู่ในที่ ๆ มีอากาศบริสุทธ์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนให้เพียงพอ อย่าให้มีน้ำหนักตัวเกิน และมีสภาพจิตที่ดี ไม่เครียดเกินไป

ในด้านของศิลปะนั้น ก็มักจะเป็นเรื่องของการปรับแต่งว่า เราควรจะทำแต่ละเรื่องมากน้อยแค่ไหนและอย่างไร ในเรื่องของการลงทุน ก็เช่น จะกระจายความเสี่ยงแค่ไหนที่จะทำให้การลงทุนระยะยาวของเราได้ผลดีที่สุด กล่าวคือ ได้ผลตอบแทนน่าพอใจและความเสี่ยงไม่สูงเกินไป เช่น ไม่เคยขาดทุนเกิน 30% เลยในระยะเวลา 10-20 ปี และผลตอบแทนทบต้นได้ถึงปีละ 12% เป็นต้น

โดยที่การกระจายความเสี่ยงนั้น รวมไปถึงการลงทุนในหลาย ๆ หลักทรัพย์ ทั้งที่เป็นหุ้น พันธบัตรและอาจรวมถึงทองและอสังหาริมทรัพย์ด้วย เช่นเดียวกับการลงทุนในต่างประเทศที่อาจจะจำเป็นมากขึ้นทุกทีเป็นต้น

ศิลปะของการบริหารสุขภาพนั้น แน่นอนว่าอาจจะรวมไปถึงการกินอาหารเสริมและวิตามิน บางคนก็อาจจะเสริมด้วยฮอร์โมน บางคนก็ดื่มน้ำมากกว่าปกติในบางช่วงเวลา ตาม “หนังสือบางเล่ม” ที่เขียนแนะนำว่าจะก่อให้ผลดีต่อสุขภาพ แต่ทั้งหมดนั้นก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ เพราะดูเหมือนว่าจะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับจริง ๆ

เรื่องสุขภาพนั้นก็คล้าย ๆ กับเรื่องของการบริหารเงินและการลงทุน ที่แต่ละคนก็มีวิธีและหลักการแตกต่างกันและทุกคนก็ดูเหมือนว่าสามารถที่จะชักชวนให้คนเชื่อว่าวิธีของตนเองนั้นดี “ผมทำมาแล้วได้ผลดีมากและคุณก็ทำได้” โดยที่ความเป็นจริง คนที่ติดตามและอาจจะตามอ่านหนังสือของคนเขียนก็ไม่รู้ว่า เขาทำแล้วรวยจริงไหม?

หรือเขาทำแล้วสุขภาพดีขึ้นมากนั้นจริงหรือไม่? บางทีเขาอาจจะ “กุเรื่องขึ้น” เพื่อเขียนหนังสือขายหรือขายคอร์สเรียนราคาแพง หรือตั้งใจชวนให้คนมาซื้ออาหารเสริม หรือช่วยปั่นหุ้นหรือหลักทรัพย์อ้างอิงอะไรก็เป็นได้

แน่นอนว่า การที่จะชักชวนให้คนเชื่อได้จริง ๆ ก็คงต้องมี “หลักฐาน” บางอย่างให้เห็นนอกจากการพูดหรือเขียนให้ฟังดูน่าประทับใจ ในเรื่องของการลงทุนนั้น ไม่มีอะไรดีไปกว่าการโชว์ว่า “ผมรวย” จากวิธีการที่ผมทำ เช่น การโชว์พอร์ตลงทุนว่าใหญ่และมีเงินขนาดไหนหรือแสดงกำไรเป็นร้อย ๆ เปอร์เซ็นต์ ในการเทรดฟอร์เร็กซ์หรือเหรียญ เป็นต้น หรือในกรณีของสุขภาพก็จะต้องโชว์ความอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงให้เห็นอย่างชัดเจน เป็นต้น

ศิลปะของการบริหารสุขภาพและการเงินหลาย ๆ เรื่องนั้น ก็อาจจะเป็นเรื่องจริงหรือได้ผลจริงและเกิดขึ้นกับเจ้าตัวคนทำ อย่างน้อยก็เป็นเรื่องของผลระยะสั้นและเป็นเรื่องของ “ความรู้สึก” แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างก็อาจจะกลับมาเหมือนเดิม ดูเหมือนว่าการทำแบบนั้นจะเป็นแฟชั่นที่มาสักพักแล้วก็ไปตัวอย่างผมคิดว่ามีมากมายและแทบจะตลอดเวลา เช่น

เรื่องของฮอร์โมนเสริมต่าง ๆ ที่จะทำให้คนมีสุภาพดีและเป็นหนุ่มสาวขึ้น เช่น ฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยในการนอนหลับ โกรทฮอร์โมนที่ทำให้เด็กเติบโตและซ่อมสร้างร่างกายที่สึกหรอ และฮอร์โมนอีกมากมายที่คนเราจะมีน้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น

ดังนั้น เราจึงควรเติมให้เหมือนกับตอนเป็นหนุ่มสาว ซึ่งจะทำให้เราย้อนวัยกลับเป็นหนุ่มสาวได้ และแนวคิดแบบนี้ก็น่าจะมีส่วนที่ก่อให้เกิด “แพทย์ทางเลือก” แขนงหนึ่งก็คือ เรื่องของ Anti-Ageing หรือ“การแพทย์ชะลอวัย” ที่ร้อนแรงมากมาจนถึงทุกวันนี้

แต่นี่เป็นเรื่องจริงหรือ? ชะลอวัยได้จริงหรือ ผมเองก็ไม่รู้ แต่ก็เคยเข้าไปใช้บริการและก็ยังกินฮอร์โมนบางอย่างอยู่ แม้จะรู้สึกว่าอาจจะไม่มีผลอะไรในระยะยาว ประเด็นก็คือ ก็ยังไม่เห็นข้อเสียอะไร มีแค่เสียเงินบ้างแต่เราก็ไม่เดือดร้อน นี่ก็อาจจะคล้าย ๆ กับคนที่ไม่เชื่อว่านรกสวรรค์มีจริง แต่ก็อยากทำบุญเผื่อไว้ ถ้าเราคิดผิด กลายเป็นว่านรกสวรรค์มีจริง ก็จะได้ปลอดภัยว่าได้ทำบุญไว้แล้ว

ศิลปะในการบริหารเงินนั้น มีมากเท่า ๆ กับ “เซียน” ในตลาดหุ้น ตลาดเงิน หรือตลาดเหรียญต่าง ๆ ทุกครั้งที่ตลาดซื้อขายบูม ราคาวิ่งขึ้นไปแรงมาก ก็จะมีคนนำเสนอวิธีการลงทุนหรือเทรดตราสารที่ตนเองทำแล้วกำไรได้มหาศาลและรวดเร็ว

การไปบรรยายหรือสอนนั้นก็จะเป็นช่องทางที่จะทำให้เป็นที่ยอมรับ ส่วนเทคนิคหรือวิธีการที่ใช้นั้น บางครั้งก็ไม่ใช่ของจริงหรือบอกไม่หมด ตัวอย่างเช่น ไม่ได้บอกว่าตนเองมีอินไซต์ หรือหุ้นนั้นถูกปั่นหรือถูกคอร์เนอร์ เป็นต้น

ในหลาย ๆ กรณี เทคนิควิธีก็เป็นสิ่งที่ทำให้การลงทุนประสบความสำเร็จสูง แต่เมื่อคนทำตามก็อาจจะมีปัญหา อาจจะเป็นเพราะเข้าตลาดในช่วงที่หลักทรัพย์ขึ้นไปมากแล้ว คนที่เข้ามาแทนที่จะเป็น “ผู้ล่า” ก็กลายเป็น “เหยื่อ” เพราะเข้าไปซื้อในช่วงที่ราคาแพงมาก และกระแสของการเก็งกำไรในหลักทรัพย์ดังกล่าวจบลง

ดังนั้น ศิลปะในการลงทุนที่มีคนนำเสนอมากมายตลอดเวลา จึงมักจะเป็นเรื่องที่ “ดีชั่วคราว” และถ้าใครทำผิดเวลาก็อาจจะเสียหายหนัก ในขณะที่เซียนที่เสนอหลักการ “รวย” เพราะมีคนมารับต่อหุ้นหรือหลักทรัพย์ที่ขึ้นไปมาก

ในกรณีของเหรียญหรือตราสารที่มีขนาดใหญ่และเทรดกันในระดับโลกนั้น ศิลปะในการลงทุนดูเหมือนว่าแทบจะไม่ช่วยอะไร แม้ว่าตอนที่ทำจะรู้สึกว่าน่าจะดี แต่เป็นเรื่องในอดีตที่เกิดขึ้นแล้ว อนาคตอาจจะเป็นตรงกันข้าม ศาสตร์ของการใช้กราฟในการเล่นตราสารหรือเหรียญนั้นบอกว่า เป็นวิธีที่ไม่ได้ผล ไม่มีหลักฐานว่ามีใครชนะได้จริงในระยะยาว

ดังนั้น การเล่นแทบจะไม่ต่างกับการพนันที่มีแต้มต่อติดลบเพราะค่าคอมมิชชั่น การกำไรขาดทุนในระยะสั้นขึ้นอยู่กับโชค ในระยะยาวมีแต่จะขาดทุน คนที่อาจจะได้บ้างก็คือคนที่ขายคอร์สเรียนในราคาแพงแต่ไม่ได้ผลอะไรเลย

จุดยืนของผมในเรื่องของการบริหารการลงทุนนั้นก็คือ ผมสนใจและศึกษาเฉพาะศิลปะของการทำเงินระยะยาว ในส่วนของสุขภาพนั้น ผมสนใจที่จะลองในเรื่องที่คิดว่ามีโอกาสเป็น “ของจริง” แม้ว่าในขณะนี้ผมยังไม่เห็นว่าอะไรจะทำให้สุขภาพดีและหนุ่มขึ้น นอกเหนือจากศาสตร์ 4-5 ข้อที่กล่าว ซึ่งผมก็ทำเกือบทุกข้อแล้ว อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นเรื่องที่มี “ต้นทุน” สูง ผมก็จะไม่ทำ

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ผมก็ยังเชื่อว่าความสำเร็จทางด้านการเงินและสุขภาพที่ดีนั้น นอกจากเรื่องของการบริหารแล้ว ยังขึ้นอยู่กับ “โชคชะตา” ไม่น้อย และนี่ก็ทำให้ผมรู้สึกอิจฉาวอเร็น บัฟเฟตต์ ว่า

เขานั้นสุดยอดในด้านการเงินซึ่งน่าจะเกิดจากการบริหาร แต่ในด้านสุขภาพเขาน่าจะบริหารได้ไม่ดีนักเพราะกินแต่แฮมเบอร์เกอร์และโค้กวันละหลายกระป๋อง แต่สุขภาพยังดีเยี่ยม จนถึงวันนี้ที่อายุ 93 ปีแล้วก็ยังไปทำงานทุกวัน เขาบอกว่ามันคงเป็นเรื่องยีนของเขา