ตลาดฟิวเจอร์น้ำมัน จีนเปิดศึก “ลดอิทธิพล” ดอลลาร์
หลังจากผลักดันมานานร่วม 25 ปี ในที่สุดจีนก็สามารถเพิ่มบทบาทเงินหยวนในการกำหนดราคาน้ำมันโลกแข่งกับดอลลาร์สหรัฐ โดยปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาได้เปิดตัวตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบบน
“เซี่ยงไฮ้ อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นเนอร์จีเอ็กซ์เชนจ์” เปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติซื้อขายเป็นครั้งแรกในตลาดโภคภัณฑ์จีน ได้รับการจับตามองว่าตลาดน้ำมันล่วงหน้าเจ้าเดิมที่โลกใช้เงินดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขาย กำลังเจอกับคู่แข่งที่น่ากลัวหรือไม่
“ปิโตรหยวน” หรือการกำหนดราคาน้ำมันด้วยเงินหยวน เป็นความประสงค์ของจีนที่จะแย่งชิงหรือลดอำนาจควบคุมการกำหนดราคาน้ำมันโลกมาจากสหรัฐ (ปิโตรดอลลาร์) หลังจากปีที่แล้วจีนแซงสหรัฐขึ้นเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่สุดของโลก การที่เงินหยวนมีบทบาทกำหนดราคาน้ำมันจะช่วยส่งเสริมให้มีการใช้เงินหยวนในการค้าระดับโลกมากขึ้น
เฮย์เดน บริสโค แห่งยูบีเอส แอสเซต แมเนจเมนต์ ประจำเอเชีย-แปซิฟิก ระบุว่า แผนการนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุด นอกจากจะลดบทบาทของดอลลาร์แล้ว จีนอาจเป็นศูนย์กลางซื้อขายน้ำมันในเอเชียด้วยความต้องการเงินหยวนของนักลงทุนต่างชาติที่จะซื้อขายน้ำมันในตลาดเซี่ยงไฮ้จะช่วยเพิ่มค่าเงินหยวนและเปลี่ยนการซื้อขายมาใช้หยวน ขณะที่ความต้องการดอลลาร์จะลดลง และทำให้เกิดเงินเฟ้อในสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนเตือนว่า ความเอาแน่เอานอนไม่ได้ของตลาดจีนอาจทำให้นักลงทุนกลัวเพราะจีนยังควบคุมเงินทุนอย่างเข้มงวด บริษัทบางแห่งพบว่าเป็นการยากที่จะเคลื่อนย้ายเงินออกนอกจีน อีกทั้งรัฐบาลมีประวัติเรื่องการแทรกแซงตลาด
ดังนั้นการกำหนดราคาซื้อขายด้วยเงินหยวนอาจเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน จึงมีเหตุผลที่นักลงทุนจะกังวลว่ามีความเป็นไปได้ที่ราคาจะถูกกดหรือบิดเบือน ดังนั้นในระยะสั้นคงไม่เห็นวอลุ่มการซื้อขายโยกย้ายจากตลาดเดิมในนิวยอร์กและลอนดอนมาที่เซี่ยงไฮ้นัก
แต่ถึงกระนั้น การลงนามของยูนิเปก หน่วยงานค้าขายใหญ่ที่สุดในเอเชียของบริษัทกลั่นน้ำมันไซโนเปก กับบริษัทน้ำมันตะวันตกรายใหญ่ โดยอ้างอิงราคาจากตลาดฟิวเจอร์ในเซี่ยงไฮ้ ช่วยตอกย้ำว่าตลาดฟิวเจอร์น้องใหม่น่าจะไปรอดและท้าทายปิโตรดอลลาร์ที่ครองโลกอยู่ในตอนนี้
นอกจากนี้มีบริษัทต่างชาติอย่างน้อย 10 แห่ง ลงทะเบียนเพื่อร่วมค้าขายสัญญาน้ำมันล่วงหน้าดังกล่าว อาทิ เจพี มอร์แกน, แบนด์ ไฟแนนเชียล และสเตรต ไฟแนนเชียล เซอร์วิส
นักวิเคราะห์บางรายตั้งข้อสังเกตว่า การจ่ายค่าน้ำมันด้วยเงินหยวนอาจเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ใช้สร้างความสัมพันธ์ทั่วยูเรเซีย รวมทั้งตะวันออกกลาง เพื่อโน้มน้าวให้ประเทศเหล่านี้ยอมรับเงินหยวน กระตุ้นการทำธุรกรรมค้าขายทั่วโลก จากปัจจุบันที่มีการชำระด้วยสกุลหยวนเพียง 2% ของธุรกรรมการค้าโลก การที่จีนเสนอตัวซื้อหุ้นไอพีโอของ “อะรามโค”
บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบียก็อาจเพื่อโน้มน้าวให้ซาอุฯยอมรับเงินหยวน กระทั่งทำให้ทั้งสหรัฐและญี่ปุ่น หวาดผวาถึงกับเรียกร้องให้ซาอุฯขายหุ้นในตลาด แทนที่จะขายให้จีนโดยตรง
จากนี้ต้องรอดูพัฒนาการว่า ปริมาณการซื้อขายสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าด้วยเงินหยวนในตลาดเซี่ยงไฮ้ จะคึกคักมากพอที่จะสั่นคลอนเจ้าเดิมในตลาดได้หรือไม่