Skip to content

เมื่อ “จีน” ไม่ช่วย นายกฯเศรษฐา

02 ก.ย. 2566 | 10:58น.
เมื่อ “จีน” ไม่ช่วย นายกฯเศรษฐา
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

การเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” พร้อมกับการนั่งควบเก้าอี้รัฐมนตรีคลัง ส่งสัญญาณชัดถึงการเร่งเครื่องมาตรการเศรษฐกิจด้วยนโยบายทำทันที

นโยบายเศรษฐกิจที่นายกฯเศรษฐาปักธงชัดเจนคือการใช้เครื่องยนต์ “ท่องเที่ยว” กระตุกเศรษฐกิจในช่วงปลายปี ถือเป็นจังหวะดีช่วงไฮซีชั่นท่องเที่ยวไทย ด้วยการปลดล็อก “ฟรีวีซ่า” นักท่องเที่ยวจีน และอีกนโยบายเด็ดคือ การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท

อย่างไรก็ดี นโยบายทั้งสองถือเป็น “ดาบสองคม” ที่ตอนนี้นายกฯเศรษฐาอาจจะมองเห็นเฉพาะด้านบวก ที่หวังจะช่วยกระชากเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว แต่ด้านลบของนโยบายก็มีไม่น้อย การคิดเร็วทำเร็วเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ต้องรอบคอบรอบด้านด้วยเช่นกัน

การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท ให้ประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไปทุกคน ที่ประเมินกันว่าต้องใช้เงินกว่า 5 แสนล้านบาท อาจกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่ก็จะเป็นภาระการคลังที่รัฐบาลต้องกู้เงิน หรือตัดงบฯหน่วยงานอื่นมา

และหากนโยบายไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ตามเป้า ทำให้ไม่สามารถจัดเก็บภาษีมาสนับสนุนได้มากพอ ก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงทางการคลังได้

สำหรับการเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวจีนเต็มที่แบบไม่ต้องขอวีซ่า ขณะที่ทุกวันนี้มีนอมินีทุนจีนแฝงกลายในไทยมากมาย นายกฯในฐานะที่เป็นนักธุรกิจมาก่อนน่าจะทราบถึงปัญหาเหล่านี้ดี

แถมนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเป็นกรุ๊ปทัวร์ส่วนใหญ่ จะมีการจัดโปรแกรมทัวร์เข้ามาใช้บริการทั้งโรงแรม รถทัวร์ ร้านอาหาร ร้านของที่ระลึก ที่เป็นธุรกิจของคนจีนแทบทั้งสิ้น

เรียกว่าประเทศไทยต้องแบกรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยมีทรัพยากรธรรมชาติเป็นต้นทุนที่ต้องจ่าย ขณะที่ผลรับทางเศรษฐกิจที่ตกอยู่กับประเทศไทย แท้จริงอาจจะไม่ได้มาก ดังนั้นหากจะเร่งเครื่องยนต์ท่องเที่ยว ก็น่าจะยกเครื่องโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไปพร้อมกัน

เช่นที่ นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การประกาศมาตรการฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีน ถือเป็นข่าวดีและเป็นปัจจัยบวกสำหรับอุตฯท่องเที่ยวของไทย แต่ประเด็นสำคัญ คือ อยากเห็นประเทศปรับสมดุลโครงสร้างนักท่องเที่ยวใหม่ มุ่งสู่นักท่องเที่ยวคุณภาพ ใช้จ่ายสูง มากกว่าเน้นเรื่องปริมาณเหมือนในอดีต

และหากรัฐบาลให้ฟรีวีซ่าจริง ก็ต้องพิจารณาว่าจะใช้มาตรการอะไรมาควบคุมไม่ให้เกิดปัญหาอื่นตามมา เช่น ปัญหาจีนเทา ทัวร์ศูนย์เหรียญ เป็นต้น

ขณะที่มาตรการฟรีวีซ่า ที่หวังได้นักท่องเที่ยวจีนมาช่วยปลุกเศรษฐกิจอาจไม่ง่าย

เพราะ “เศรษฐกิจจีน” กำลังเผชิญความท้าทายในการเข้าสู่ภาวะ “เงินฝืด” ที่นักเศรษฐศาสตร์กังวลว่าจะทำให้เศรษฐกิจทรุดตัวลงเรื่อย ๆ ต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี เช่นที่ญี่ปุ่นเคยเผชิญจนกลายเป็น “ทศวรรษที่หายไป”

การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนส่งผลกระทบโดยตรงกับเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะประเด็น “การส่งออก” เนื่องจากจีนเป็นตลาดส่งออกใหญ่อันดับ 2 ของไทย เมื่อเศรษฐกิจจีนซบเซา ภาคผลิตจีนยิ่งชะลอตัว การส่งออกสินค้าของไทยที่พึ่งพาจีนค่อนข้างสูงก็เผชิญความยากลำบากไปด้วย

และภาคการท่องเที่ยว ที่นายกฯเศรษฐาคาดหวังจะบูสต์ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเพื่อช่วยฟื้นเศรษฐกิจ ซึ่งปี 2562 ก่อนโควิด มีนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยถึง 11 ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศ 5.3 แสนล้านบาท แต่ 6 เดือนแรกปีนี้มีนักท่องเที่ยวจีนมาเพียง 1.4 ล้านคน

และเศรษฐกิจจีนที่ส่งสัญญาณเข้าสู่ภาวะเงินฝืด ทำให้การใช้จ่ายท่องเที่ยวต่างประเทศของชาวจีนลดลง นโยบายปลดล็อก “ฟรีวีซ่า” อาจไม่ได้แสดงอิทธิฤทธิ์เต็มที่ รวมทั้งรัฐบาลจีนก็กระตุ้นให้คนจีนเที่ยวในประเทศเป็นสำคัญ

เรียกว่าเศรษฐกิจจีนไม่ได้เอื้ออำนวยกับแผนพลิกฟื้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ทั้งอาจฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจไทยด้วย