วันที่ 2 กันยายน 2566 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 22 สิงหาคม พุทธศักราช 2566
“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนส่องโปรไฟล์ ของนายกฯ + รัฐมนตรีทั้งสิ้น 34 คน ดังนี้

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 อายุ 61 ปี อาจเป็นนายกฯ ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของไทย เพราะเขาสูง 192 เซนติเมตร ชื่อเล่นว่า “นิด” เป็นบุตรคนเดียวของ “ร้อยโทอำนวย ทวีสิน” กับ “คุณชดช้อย ทวีสิน” นามสกุลเดิม “จูตระกูล”
มีฝีมือในการบริหาร ประสบความสำเร็จอย่างสูงในฐานะผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ อย่าง “แสนสิริ” นำพาธุรกิจผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมามากมาย ทั้ง วิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ และวิกฤต โควิด-19 ซึ่งบริษัทที่เขาเคยบริหารมีมูลค่าทรัพย์สินกว่าแสนล้าน กำไรปี 65 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 38 ปี ทะลุ 4,280 ล้านบาท
ก่อนกระโดดเข้าสู่การเมือง ในนามแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เคียงข้าง แพทองธาร ชินวัตร และ ชัยเกษม นิติสิริ

“ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
อาจกล่าวได้ว่า การฟอร์มรัฐบาลครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีมือ “ยุทธศาสตร์” อย่าง “ภูมิธรรม” หรือ ที่ใคร ๆ รู้จักในนาม “อ้วน” เกิดวันที่ 5 ธันวาคม 2496 จบรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีบทบาทในฐานะ “คนเดือนตุลา”
เคยสร้างตำนานให้น้องนิสิต ปี 1 รัฐศาสตร์ แหกธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำต่อๆ กันมาของสิงห์ดำรุ่นต่อรุ่น คือ เดินขึ้นบันไดหน้าคณะรัฐศาสตร์ ซึ่งตอนนั้นเป็นเรื่อง “ต้องห้าม” ซึ่งนิสิตปี 1 หนึ่งในนั้นกลายเป็นนักวิชาการชื่อก้อง “ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข”
ภูมิธรรม ถือเป็นนักการเมืองรุ่นบุกเบิกของพรรคไทยรักไทย เป็นสายตรงของ “ทักษิณ ชินวัตร” อีกคนหนึ่ง ตำแหน่งรัฐมนตรีล่าสุด คือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลทักษิณ ก่อนจะกลับมาเป็นรัฐมนตรีอีกครั้งในรัฐบาลเศรษฐา

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรองนายกรัฐมนตรี
เป็นนักการเมืองรุ่นเก๋า และ เขี้ยว เจ้าของวาทกรรมการเมือง หลายวาทกรรม เช่น “รัฐธรรมนูญดีไซน์มาเพื่อเรา” รวมถึงเป็นผู้หยิบวาทกรรมการเมืองของผู้มีอำนาจในอดีตมาใช้ เช่น ทิศทางลม – ข่าวใหม่ เขาเกิด เมื่อวันที่ 13 มกราคม ปี 2498 มีฐานการเมืองอยู่ที่ จ.สุโขทัย
แม้เขาจบ วิศวกรรมศาสตร์ จาก มจพ.ลาดกระบัง เคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้วหลายกระทรวง และ “ไม่เคยเป็นฝ่ายค้าน ขณะที่เป็น สส.” ถือเป็นการการันตีความสามารถทางการเมือง ของชายผู้นี้

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
เกิด 20 สิงหาคม พ.ศ.2500 สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนในระดับปริญญาโท จบด้านรัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย และปริญญาเอก ด้านการบริหารจัดการภาครัฐ จาก Claremont Graduate University
มีดีกรีเคยเป็นอดีตผู้แทนการค้าไทยยุครัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร รวมถึงเป็นอดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองของ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และอดีตประธานบอร์ดบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในสมัยรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นอกจากนี้ ยังผ่านการทำงานกับนายกฯ หลายคน ทั้ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รวมถึง ทักษิณ – ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
“เสี่ยหนู” ชื่อนี้ ไม่ต้องกล่าวอะไรกันมาก เพราะคนที่ตามการเมืองย่อมรู้จักชื่อนี้เป็นอย่างดี เขาเกิด 13 กันยายน พ.ศ. 2509 เป็นบุตรชายของ “ชวรัตน์ ชาญวีรกูล” อดีตรองนายกฯ – รมว.มหาดไทย เจ้าของอาณาจักรซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น มีครูใหญ่ “เนวิน ชิดชอบ” เป็นที่ปรึกษาคู่ใจในด้านการเมือง ไม่แปลกที่ทะเบียนบ้านของ “เสี่ยหนู” จะย้ายไปอยู่ที่ “บุรีรัมย์”
อนุทิน มีประสบการณ์บริหารธุรกิจอาณาจักรซิโน-ไทย ต่อจากผู้เป็นพ่อ แต่เขาต้องฝ่าฟันพาธุรกิจผ่านวิกฤตต้มยำกุ้ง จากที่บัญชีบริษัทติดตัวแดง จนกลายเป็นธุรกิจที่ “ไม่มีหนี้” และบริหารด้วย “เงินสด”

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เป็นน้องชายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เขาเกิด 22 มีนาคม ปี 2492 ชื่อเล่น “ป๊อด” ถูกมองว่าเป็น ศูนย์อำนาจใหม่ แทนพี่ชายป้อม ที่ประกาศลาออก สส. เหลือเพียงตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เส้นทางของ พล.ต.อ.พัชรวาท สูงสุดในชีวิตราชการ ได้เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในช่วงที่มีนายกรัฐมนตรี ถึง 3 คน คือ สมัคร สุนทรเวช สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ชื่อเล่น “ตุ๋ย” เกิด 21 กุมภาพันธ์ ปี 2502 ในชีวิตราชการเคยดำรงตำแหน่งเป็น “ผู้พิพากษา” ก่อนลงสู่สนามการเมือง เป็น สส.7 สมัย ของพรรคประชาธิปัตย์ เคยเป็น รมว.ยุติธรรม ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก่อนกระโดดเข้ามาช่วยงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กระทั่ง 2565 – 2566 นั่งในฐานะเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หรือนายกฯ น้อย ของ พล.อ.ประยุทธ์
และร่วมกันลงสนามเลือกตั้งในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ กระทั่งรัฐบาลเพื่อไทย เขายังอยู่ในรัฐบาล และรักษาโควตา กระทรวงพลังงาน อันเป็นโควตากลาง พล.อ.ประยุทธ์ มาตั้งแต่กลุ่ม 4 กุมาร ถูกเขี่ยพ้นพรรคพังประชารัฐ

นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ชื่อเล่นว่า “แจ๋น” เกิดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2500 เป็นคน กทม.โดยกำเนิด จบจากโรงเรียนเซนต์ฟรังซิสเวียร์ คอนแวนต์ เตรียมอุดมศึกษา และไปจบปริญญาตรี-โท ที่สหรัฐอเมริกา
กระทั่งสมัยน้าชาติ (พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ) ทำธุรกิจซื้อขายที่ดิน ที่ อ.ภูเรือ จ.เลย กระทั่งได้เป็น สมาชิกสภาจังหวัด (ส.จ.) ก่อนขยับเป็น สส.ของพรรคชาติพัฒนา เข้ามาอยู่ใน “พรรคทักษิณ” จากการควบรวมพรรค ระหว่างพรรคชาติพัฒนา กับพรรคไทยรักไทย
ในการเลือกตั้ง 2562 “เจ๊แจ๋น” รับภารกิจช่วยดูแลพรรคไทยรักษาชาติ แต่เกิดอุบัติเหตุจนถูกยุบพรรค ก่อนมารับหน้าที่คุม กทม.ให้พรรคเพื่อไทย จนได้รับฉายา “มาดามนครบาล” แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง สส. แต่ก็ได้รับการปูนบำเหน็จได้เป็นรัฐมนตรี

นายสุทิน คลังแสง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
เป็นชื่อที่ฮือฮาที่สุด เพราะเป็นพลเรือน ที่จับพลัดจับผลูไปนั่ง รมว.กลาโหม คุมเหล่าทัพ เขา เกิด 9 มีนาคม พ.ศ. 2504 เป็น สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ก่อนหน้านั้นเขาเคยเป็น “ครู” มาก่อนมาเป็น “นักการเมือง” ไม่เคยได้เป็นรัฐมนตรี นี่คือครั้งแรกก็รับบทคุมกองทัพ ในยุครัฐบาลประยุทธ์ พรรคเพื่อไทยเป็น “ฝ่ายค้าน” ก็มี “สุทิน” รับหน้าที่ประธานวิปฝ่ายค้าน รับหน้าที่อภิปรายปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทุกครั้ง ถือเป็น “ดาวสภา” คนหนึ่ง และยังร้องเพลงแหล่ได้อีกด้วย

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
เกิด 20 เมษายน ปี 2506 เป็นปลัดกระทรวงการคลัง ที่ถูกดึงมาเป็น รมช.คลัง ในโควตาพรรครวมไทยสร้างชาติ ช่วย “เศรษฐา” ในการคุมกลไกการคลัง แม้เขาจะจบ “นิติศาสตร์ จุฬาฯ” แต่ก็เป็นลูกหม้อกระทรวงการคลัง ผ่านตำแหน่งสำคัญ ๆ เช่น อธิบดีกรมสรรพสามิต อธิบดีกรมศุลกากร ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงการคลัง

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
ชื่อเล่น “หนิม” เป็น สส.เชียงใหม่ เกิด 8 เมษายน 2518 อยู่ในครอบครัวการเมือง โดยเป็นลูกชายของ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ขณะที่ภรรยาก็คือ “ยิ้ม” วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สส.เชียงรายพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นการดองระหว่าง 2 ตระกูลการเมืองในเชียงใหม่ กับ เชียงราย
สำเร็จการศึกษาสาขาเศรษฐศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และระดับปริญญาโท ด้านการบริหารธุรกิจ (MBA) จากวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา ถือเป็นมือ “เศรษฐกิจ” ของพรรคเพื่อไทย และเป็นมือทำงานสำคัญในสภาของพรรคเพื่อไทย

นายจักรพงษ์ แสงมณี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ชื่อเล่น “เพ้า” เป็นรัฐมนตรีป้ายแดง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีประสบการณ์ เพราะเขาอยู่ในพรรคเพื่อไทยมานาน และเป็นกรรมการบริหารพรรค ในฐานะ “นายทะเบียนพรรค” เคยถูกส่งไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านการคลัง กับ กิตติรัตน์ ณ ระนอง ตอนที่เป็น “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กระทั่งการเลือกตั้งรอบล่าสุด ทุกคิว ทุกย่างก้าวของ “นายกฯ เศรษฐา” ก็มี “เพ้า” เป็นเงาตามตัว ประหนึ่งมือขวา นอกจากนี้ ยังเป็นคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย และคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวด้วย

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
“ปุ๋ง” หรือ “สุดาวรรณ” อายุ 41 ปี เป็นลูกสาวคนโตของ “วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” อดีต รมช.พาณิชย์ และ รมช.คมนาคม ที่ได้รับสมญาว่า “เสี่ยโรงแป้ง” ที่ย้ายจากพรรคภูมิใจไทย มาอยู่พรรคเพื่อไทย กับ “มาดามหน่อย” ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา
“ปุ๋ง” จบบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เมื่อพ่อและแม่เข้าสู่สนามการเมือง เธอจึงเข้ามาในบทบาทนักธุรกิจสานงานครอบครัวใน ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท แป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรม จำกัด
หลังเลือกตั้งได้ 4 วัน “วีรศักดิ์” เจ้าของบ้านใหญ่ “หวังศุภกิจโกศล” ประกาศทวง 2 เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ หนึ่งในนั้นคือ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เธอจึงเตรียมข้อมูล – เตรียมความพร้อมมานานกว่า 2 เดือน

นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
“ท็อป” ลูกชายนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 21 สำเนียงภาษาอังกฤษ บริติช เป็นที่ “จับตา” เพราะเป๊ะเหมือนเจ้าของภาษา เมื่อเป็นลูกของอดีตนายกฯ การบริหารราชการแผ่นดินจึงอยู่ในสายเลือดของตระกูล ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เขานั่งในตำแหน่ง รมว.ทรัพยากรณ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มารัฐบาลเศรษฐา ได้อยู่ใน รมว.การพัฒนาสังคมฯ

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
“ผึ้ง” ศุภมาส เกิด 3 เมษายน 2516 เคยเป็น สส.กทม.ไทยรักไทย และเป็นคนหนึ่งที่เคยใกล้ชิดคุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก่อนแยกวงมาร่วมพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ก่อตั้งใหม่ๆ และเป็น สส.บัญชีรายชื่อของพรรค ถือเป็นคนหนึ่งที่ใกล้ชิดกับ “อนุทิน”

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ชื่อเล่น “นัส” หรือ “ผู้กองนัส” เกิด 18 สิงหาคม ปี 2508 ชีวิตของเขาโลดแล่นทั้งบู๊ ทั้งบุ๋น เริ่มงานการเมืองกับพรรคไทยรักไทย เมื่อปี 2542 ประวัติ – ชีวิต ส่วนตัว ถูกสแกนจนละเอียดตั้งรัฐบาลประยุทธ์ คงไม่ต้องเอ่ยถึงมาก แต่วีรกรรมที่ “พล.อ.ประยุทธ์” ไม่เคยลืมคือ การ “ก่อกบฏ” โค่นล้ม พล.อ.ประยุทธ์ ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ถูกปลดออกจาก รมช.เกษตรฯ แต่รัฐบาลเศรษฐา “ผู้กองนัส” ถูกอัพเกรดเป็น “รัฐมนตรีว่าการ” แล้ว

นายไชยา พรหมา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เกิด 26 มกราคม ปี 2503 เป็นนักการเมืองตั้งแต่ปี 35 ในฐานะ สส.หนองบัวลำภู เคยสังกัดมาหลายพรรค กระทั่งย้ายเข้าสู่พรรคไทยรักไทย และไม่เคยสอบตก แต่เคยพลาดหวังที่ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะก่อนหน้านี้เคยไปอยู่ฝ่ายที่เชียร์ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ช่วงปี 2553 ได้เพียงเก้าอี้ประธานกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน และได้เป็นตำแหน่งเดิมในยุคที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านในสมัยที่แล้ว แต่ครั้งนี้ด้วย “ความเก๋า” และอาวุโสการเมือง จึงถูกไปนั่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์

นายอนุชา นาคาศัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หรือ เสี่ยแฮงค์ ในทางการเมืองถือเป็น “มือขวา” ของสมศักดิ์ เทพสุทิน ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย มัชฌิมาธิปไตย ภูมิใจไทย จนกระทั่งพรรคพลังประชารัฐ เคยอยู่ในกลุ่ม “3 มิตร” ก่อนจะเดินคนละทางกับ “สมศักดิ์” ที่ย้ายมาอยู่พรรคเพื่อไทย ส่วน อนุชา ไปร่วมกับลุงตู่ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ
แม้ว่า “สมศักดิ์” จะไม่ได้เป็น รมว.เกษตรฯ ตามตั้งใจ แต่ “เสี่ยแฮงค์” พร้อมสานโครงการโคขุนล้านตัว ให้แน่นอน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
“อาเจ๊กสุริยะ” ที่พักหลังมักสวมแว่นตาดำ ตอนเจรจาตั้งรัฐบาลเพื่อไทย เกิด 10 ธันวาคม ปี 2497 เคยเป็นรัฐมนตรีอุตสาหกรรม – คมนาคม ในรัฐบาลทักษิณ
เขาคือคนสำคัญเบื้องหลังการตั้งรัฐบาล ตั้งแต่จับมือกับพรรคก้าวไกล ตั้งแต่ day 1 เพราะการครั้งนั้นก็ไปพูดคุยที่บ้าน “สุริยะ” ก่อนจะไปเปิดร้านอาหาร ChezMiline จับมือตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับ หลังจากพรรคเพื่อไทย บีบพรรคก้าวไกลพ้นทาง ถ้าไม่มี “ส.สุริยะ” การตั้งรัฐบาลเพื่อไทยก็อาจจะยากยิ่งขึ้น

นางมนพร เจริญศรี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
“เดือน” มนพร เกิดวันที่ 23 พฤศจิกายน 2508 เริ่มต้นการเมืองในฐานะสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครพนม กระทั่งเป็น นายก อบจ.นครพนม เป็น หญิงแกร่ง อีกคนหนึ่งของพรรคเพื่อไทย รวมถึงเป็น “ติวเตอร์” การเมืองให้ สส.หญิงหน้าใหม่ในพรรคเพื่อไทย เธอมีคอนเนคชั่น กับทุกพรรค ด้วยบุคลิกที่เข้าถึงง่าย งานยาก ๆ สำคัญ ในฝ่ายนิติบัญญัติของพรรคเพื่อไทย มี “มนพร” เป็นมือประสาน

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
ชื่อ สุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม หรือหมอหนุ่ย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กาญจนบุรี ซึ่งนำทีมได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.เพื่อไทย จ.กาญจนบุรี ได้ 5 คน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
แม้เบื้องหน้าจะกลายเป็น “พิธีกร” ระหว่างการแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาล ในฐานะผู้นำเข้าสู่ประเด็นแถลง แต่จริง ๆ แล้วเป็นผู้ปิดทองหลังพระการจัดตั้งรัฐบาล การประสานกับพรรคการเมืองต่าง ๆ ก็มีเขาเป็นผู้รับผิดชอบ อีกทั้ง การเลือกตั้งที่ผ่านมา เขาผนึกกำลังกับ “เสี่ยโรงแป้ง” กวาด สส.นครราชสีมาได้ถึง 12 ที่นั่ง มากกว่าเดิมเท่าตัว

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
เป็นคนจังหวัดราชบุรี และกลายเป็นนักธุรกิจที่ ดำเนินงาน ตลาดกลางผักและผลไม้ จังหวัดราชบุรี เคยเป็นทั้ง สว. และ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย แต่ย้ายมาทำงานกับพรรคภูมิใจไทย ได้ทำหน้าที่เป็นมือทำงานในฐานะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ คราวนี้ได้ขยับเป็นรัฐมนตรี

นายเกรียง กัลป์ตินันท์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
“เกรียง” หรือ “เสี่ยเบี้ยว” เจ้าของซุ้มการเมืองใหญ่อีสานใต้ใน จ.อุบลราชธานี จ.ศรีสะเกษ จ.อำนาจเจริญ เป็นซุ้มการเมืองที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งในพรรคเพื่อไทย คนการเมืองในซุ้มที่คุ้นหู เช่น “สมคิด เชื้อคง” อดีต สส.อุบลฯ นอกจากนี้ เขายังเป็นบิดาของ “วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์” เป็น สส.อุบลราชธานี เพื่อไทย ถูกไปเสียบเป็น รมช.มหาดไทย ที่อยู่ในการครอบครองของพรรคภูมิใจไทย เมื่อ 2 เสืออีสานใต้ มาอยู่ในรั้วกระทรวงมหาดไทย เกมการเมืองครั้งนี้จึงน่าจับตา

นายทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
เกิด 20 เมษายน ปี 2501 ชื่อเล่น “ป้อม” เป็น รมช.มหาดไทย เป็นรัฐมนตรีคนเดียวที่ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม จากรัฐบาลประยุทธ์ อาจจะมาสานต่อหน่วยงานที่เคยกำกับ 1.กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) 2.กรมโยธาธิการและผังเมือง 3.การประปาส่วนภูมิภาค 4.องค์การตลาด “ทรงศักดิ์” ถือเป็นคนสำคัญ อยู่ใน “ใจกลาง” ของพรรคภูมิใจไทย

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
เกิดวันที่ 7 มิถุนายน 2504 ในครอบครัวมุสลิมปาทาน อพยพจากปากีสถาน ตั้งรกรากที่อุทัยธานีตั้งแต่รุ่นปู่ เป็น สส.อุธัยธานี หลายสมัย เคยเกือบได้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2/1 มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นถูกกระแสต่อต้าน จึงส่งน้องสาว “มนัญญา ไทยเศรษฐ์” มานั่งเป็น รมช.เกษตรฯ แทน มาเที่ยวนี้จึงสมหวัง แม้จะมีเสียง “ยี้” บ้าง แต่น้อยกว่าสมัยที่แล้วเยอะ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ถือเป็น “คนเดียว” ที่โผ ครม.นิ่งตั้งแต่แรก ไม่ขยับจาก เก้าอี้ รมว.ยุติธรรม ในอดีต “พ.ต.อ.ทวี” เคยนั่งเป็น เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ชื่อว่าเป็นข้าราชการที่ใกล้ชิดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก่อนลาออกมาเล่นการเมือง ก่อตั้งพรรคประชาชาติ ตอนปี 2562 จับมือกับพรรคเพื่อไทย เป็นเหมือนพรรคพี่ – พรรคน้อง ไม่แยกจากกัน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
เป็นรัฐมนตรีการท่องเที่ยวฯ ในรัฐบาลสมัยที่แล้ว และถือว่าเป็น “นายทุนพรรคภูมิใจไทย” คนสำคัญ มีฐานการเมืองอยู่ที่ภาคใต้ เริ่มงานการเมืองโดยการชักชวนของ “วัฒนา อัศวเหม” เมื่อครั้งก่อตั้งพรรคมหาชน มานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีแทน ภริยา “นาที รัชกิจประการ” ถูกตัดสิทธิกรณีแจ้งบัญชีเท็จในปี 2562
เขาให้สัมภาษณ์เมื่อกรกฎาคม 2562 ว่า เขาทำแทนเมีย “ถือว่าเป็นตัวแทน แต่ก็พร้อมทำงานตลอดเวลา เพราะปกติก็อยู่เบื้องหลังมาโดยตลอด ซึ่งก็ได้กำลังใจจากภรรยาอย่างเต็มที่”

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
เคยนั่งในตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ก่อนจะเข้าสู่การเมืองหลังเกษียณอายุราชการ ในฐานะ รมช.มหาดไทย ในรัฐบาลทักษิณ และเป็นรัฐมนตรี รมช.ศึกษาธิการ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เป็นพ่อของ “ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช” อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ที่อยู่เบื้องหลังเวทีปราศรัยหาเสียงของพรรคเพื่อไทย

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ เขาเป็นบุตรชายของ นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา และยังเป็นน้องชายของ นายเนวิน ชิดชอบ รวมถึงเป็นพี่ชายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ในแวดวงสีกากี รู้จักกันดีว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน มีเส้นใหญ่ในสายตำรวจพอตัว เติบโตในชีวิตราชการ จนได้ติดยศ พล.ต.อ.ก่อนเกษียณ และกำลังจะได้เป็นรัฐมนตรี ถูกมองว่าได้ดีเพราะมีพี่ดัน เพราะเป็นน้องชายของนายเนวิน ชิดชอบ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
แม่ทัพภาคกลาง – พระนครศรีอยุธยา ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งในอดีต เป็นสมาชิก อบจ.พระนครศรีอยุธยา อำเภอวังน้อย เขต 1 ลงสมัคร สส. ครั้งแรก ปี 2550 พรรคพลังประชาชน นายสุรศักดิ์ ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 4 สมัย

นายชลน่าน ศรีแก้ว เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
หนังหน้าไฟตัวจริงของพรรคเพื่อไทย โดนทั้งก้อนหิน ก้อนอิฐ ช่วงจัดตั้งรัฐบาล เขาเป็นอดีตผอ.โรงพยาบาลที่ จ.น่าน เคยชื่อชอบพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่เป็นนักศึกษาแพทย์ แต่พอถึงคิวลงเล่นการเมือง ถูกชักชวนให้มาลงสมัคร สส.ในพรรคการเมืองที่เพิ่งเกิดใหม่ คือ พรรคไทยรักไทย หลังจากนั้น นพ.ชลน่าน เป็น สส.ทุกสมัย เคยเป็น รมช.สาธารณสุข ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ วันนี้ จึงได้รับการตอบแทนเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ไม่มีอะไรที่ “พร้อม” เท่า “สันติ พร้อมพัฒน์” จาก รมช.คลัง ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเขาเคยบอกว่า “พร้อมมาก” ที่จะเป็น “รมว.คลัง” แต่วันนี้มาอยู่ รมช.สาธารณสุข ในโควตาพรรคพลังประชารัฐ

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
หรือ “ปุ๋ย” เกิด 19 ตุลาคม 2522 เป็นลูกสาว “มาโนชญ์ วิชัยกุล” นักการเมืองนครศีธรรมราช เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช มาแล้ว 4 สมัย ตั้งแต่พรรคประชาธิปัตย์ จนถึงปัจจุบันพรรครวมไทยสร้างชาติ