ไทยเวียตเจ็ทมอง “ยังเร็วเกินไป” ที่จะประเมินผลกระทบเหตุยิงกลางห้างดัง ต่อตลาดนักท่องเที่ยวจีน เชื่อมาตรการวีซ่า-ฟรี ยังกระตุ้นการท่องเที่ยวได้อยู่
วันที่ 5 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์เยาวชนชายวัย 14 ปี ก่อเหตุยิงกลางห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือนักท่องเที่ยวชาวจีนและแรงงานชาวเมียนมา และมีผู้บาดเจ็บ 5 ราย ก่อให้การติดตามรายงานข่าว ตั้งคำถามต่อกรณีดังกล่าวในสื่อสังคมออนไลน์จีน จนอาจนำไปสู่ผลกระทบด้านการท่องเที่ยวนั้น
นายปิ่นยศ พิบูลสงคราม ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยเวียตเจ็ท เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตนขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในส่วนของสายการบิน การสรุปว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีนมากน้อยแค่ไหน ถือว่ายังเร็วเกินไป เบื้องต้นขอประเมินดีมานด์ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึงเสียก่อน

โดยไทยเวียตเจ็ททำการบินเส้นทางบินไทย-จีน ประมาณ 20 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ จากจำนวนเที่ยวบินทั้งหมดราว 700 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เที่ยวบินสู่ประเทศจีนดังกล่าวเกือบทั้งหมดเป็นเที่ยวบินเช่าเหมาลำ มีเพียงเส้นทางกรุงเทพฯ-มาเก๊า ที่สายการบินจำหน่ายบัตรโดยสารเอง
สำหรับเที่ยวบินเช่าเหมาลำสู่เส้นทางจีนนั้น จะมีพาร์ตเนอร์ เช่น บริษัททัวร์เหมาบัตรโดยสาร ผ่านการทำสัญญาระยะยาว เบื้องต้นพาร์ตเนอร์ของสายการบินยังไม่ได้ส่งสัญญาณเรื่องการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมายังประเทศไทย
อย่างไรก็ดี ในส่วนเส้นทางบินระหว่างประเทศ สายการบินเห็นแนวโน้มการชะลอตัวของการจองบัตรโดยสารในเส้นทางประเทศญี่ปุ่น แต่ประเมินว่าเกิดจากปัญหาด้านเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นเอง

นายปิ่นยศกล่าวว่า ปัจจุบันสายการบินยังไม่ปรับแผนเส้นทางบินประเทศจีนในไตรมาสที่ 4/2566 ถึง 1/2567 เนื่องจากประเมินว่ามาตรการยกเลิกการตรวจลงตราแก่นักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน (วีซ่าฟรี) จะยังช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้อยู่ และความต้องการออกเดินทางน่าจะยังไม่เปลี่ยนแปลง
ส่วนการปรับแผนด้านการสื่อสารทางการตลาดหรือไม่นั้น ไทยเวียตเจ็ทพร้อมสนับสนุนแนวทางของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวมายังประเทศไทย