เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บอนด์ออมพลัส ตรวจสอบผลจัดสรรได้วันนี้ (6 ส.ค.) สบน. แจงผู้จองจะได้รับสูงสุดไม่เกิน 1.17 แสนบาท
Finance บอนด์ออมพลัส ตรวจสอบผลจัดสรรได้วันนี้ (6 ส.ค.) สบน. แจงผู้จองจะได้รับสูงสุดไม่เกิน 1.17 แสนบาท
Economic ราคาน้ำมันดิบผันผวน หลังทรัมป์เผยเจรจาอิหร่านเป็นไปด้วยดี ขณะที่อิหร่านปฏิเสธ
SET วันนี้ (6 ส.ค.) คาดกรอบ 1,590 – 1,620 จุด ไร้ปัจจัยบวก มีโอกาสเข้าสู่ช่วงพักฐาน
Finance SET วันนี้ (6 ส.ค.) คาดกรอบ 1,590 – 1,620 จุด ไร้ปัจจัยบวก มีโอกาสเข้าสู่ช่วงพักฐาน
ชาวดอยเฮ ! ทองพุ่งแรงสุดรอบ 7 เดือน หลังมีสัญญาณคืบหน้าดีลสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Finance ชาวดอยเฮ ! ทองพุ่งแรงสุดรอบ 7 เดือน หลังมีสัญญาณคืบหน้าดีลสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
ราคาทองวันนี้ (6 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 2,050 บาท รูปพรรณขายออก 68,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 2,050 บาท รูปพรรณขายออก 68,100 บาท
สีหศักดิ์ส่งผู้แทน ญาติรับร่าง ‘ฮลุน โซโล่’ ถึงไทย เตรียมชันสูตร-ทำพิธีศพบ้านเกิดกาฬสินธุ์
World สีหศักดิ์ส่งผู้แทน ญาติรับร่าง ‘ฮลุน โซโล่’ ถึงไทย เตรียมชันสูตร-ทำพิธีศพบ้านเกิดกาฬสินธุ์
เร่งเชื่อม หนองคาย-เวียงจันทน์ บูมรถไฟความเร็วสูง ‘ไทย-ลาว-จีน’
Real Estate เร่งเชื่อม หนองคาย-เวียงจันทน์ บูมรถไฟความเร็วสูง ‘ไทย-ลาว-จีน’
ค่าเงินบาทวันนี้ (6 ส.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.08 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (6 ส.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.08 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
รายงานชี้ พิษสงครามอิหร่าน เวียดนามแซงไทย ขึ้นแท่นตลาดการบินใหญ่อันดับที่ 2 ในอาเซียน
World รายงานชี้ พิษสงครามอิหร่าน เวียดนามแซงไทย ขึ้นแท่นตลาดการบินใหญ่อันดับที่ 2 ในอาเซียน
อิหร่านเผย บรรลุข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซกับโอมาน
World อิหร่านเผย บรรลุข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซกับโอมาน
ดูทั้งหมด

6 เล่มไฮไลต์ สำนักพิมพ์มติชน มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28

12 ต.ค. 2566 | 14:14น.
หนังสือ

เปิด 6 เล่มไฮไลต์ จาก 16 ปกใหม่ โดยสำนักพิมพ์มติชน บูท J47 พร้อมเสิร์ฟบรรดานักอ่านแล้ว ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 วันที่ 12-23 ตุลาคมนี้ ที่ชั้น LG ฮอลล์ 5-7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 นี้ “สำนักพิมพ์มติชน” มาในธีม “มติชน(ด)รามา” โรงภาพยนตร์ย้อนยุคระดับมือพระกาฬ ที่หนัง(สือ)หลากหลายรสชาติรอทุกคนอยู่ในเทศกาลหนัง(สือ) “อ่านเอาเรื่อง” เอาใจความ เอารสชาติ เอาความสนุกสุดยอด เตรียมตัวพบกับเรื่องเผ็ดมัน ผลัดกันเดือด ดีลรักสะท้านทุ่ง ดวลพุ่งสะท้านบาง และเรื่องสะเทือนหัวอก สะทกหัวใจ ที่ออกแบบและกำกับศิลป์โดย “ตะวัน วัตุยา” ศิลปินระดับโลก เจ้าของรางวัล “ศิลปาธร” สาขาทัศนศิลป์ ประจำปี ๒๕๖๖ โดยออกหนังสือใหม่ถึง 16 ปก และมีเล่มไฮไลต์ดังนี้

สถาปัตย์ สถาปนา

เริ่มกันที่เล่มแรก “สถาปัตย์-สถาปนา : การ(เมือง)ดีไซน์พื้นที่และความนัยสถาปัตยกรรม” โดย “ชาตรี ประกิตนนทการ” ที่จะชวนทุกคนร่วมค้นหานัยที่ซ่อนเร้นอยู่ในตึก อาคาร และพื้นที่โดยรอบที่เราอาศัยอยู่ทุกวัน ท่องไปในพื้นที่เมือง พื้นที่ความเชื่อ และพื้นที่อุดมการณ์ต่าง ๆ

ส่วนหนึ่งในคำนำของหนังสือเล่มนี้กล่าวว่า แน่นอนว่ามนุษย์เป็นผู้สร้างสถาปัตยกรรม แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่ตระหนัก คือ เมื่อสถาปัตยกรรมถูกสร้างขึ้น ถูกใช้งานจริง และเมื่อมนุษย์มองเห็นหรือแม้แต่เดินผ่านเป็นระยะเวลานาน ๆ

สุดท้ายปฏิสัมพันธ์ดังกล่าวจะกลายเป็นความคุ้นชินที่ย้อนกลับมากำหนดพฤติกรรมมนุษย์ หากความคุ้นชินนั้นเกิดขึ้นในวงกว้าง สถาปัตยกรรมจะยกระดับเป็นสิ่งที่เรียกว่าวัฒนธรรม กลายเป็นมาตรฐาน กฎเกณฑ์ ความเชื่อ จนกระทั่งเป็นอุดมการณ์

นิธิ เอียวศรีวงศ์ ความทรงจำและนิยามประชาธิปไตย

ต่อกันที่ “นิธิ เอียวศรีวงศ์ กับตาข่ายแห่งความทรงจำและนิยามประชาธิปไตย” ผลงานวิชาการชิ้นสำคัญโดย “สายชล สัตยานุรักษ์” ที่มุ่งศึกษาและวิเคราะห์การสร้างความรู้ทางประวัติศาสตร์ งานเขียนเชิงปรัชญาและวิธีการทางประวัติศาสตร์ของ “นิธิ เอียวศรีวงศ์” ปัญญาชนผู้มีคุณูปการยิ่งต่อวงวิชาการประวัติศาสตร์และสังคมไทย เพื่อเข้าใจกระบวนการสั่งสมความรู้ มุมมองทางวิชาการ และจุดยืนของ อาจารย์นิธิ ในการรื้อถอน “ตาข่ายแห่งความทรงจำ” ที่ครอบงำสังคมไทย และสร้างตาข่ายแห่งความทรงจำใหม่ที่คืนอำนาจให้แก่ประชาชน

นอกจากนี้ยังเป็นการน้อมรำลึกและสดุดีครูผู้มอบเชื้อไฟของความสงสัยใคร่รู้ การวิพากษ์วิจารณ์ และการแสวงหาความรู้ใหม่ในความรู้เดิมแก่ผู้คนเสมอมา

สายชล สัตยานุรักษ์ กล่าวว่า อาจารย์นิธิใช้วิธีวิทยาแบบใหม่ในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยเพื่อต้องการเปลี่ยนแปลง “ตาข่ายแห่งความทรงจำ” ที่จะทำให้คนไทยมีมโนทัศน์ชุดใหม่เกี่ยวกับอดีต ปัจจุบัน และอนาคต รวมทั้งมีอำนาจกำกับควบคุมความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในชีวิตของตนเองและสังคมไทยมากขึ้น

ผลงานของอาจารย์นิธิครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ อย่างกว้างขวางและครอบคลุมระยะเวลาหลายร้อยปี กลายเป็นองค์ความรู้ที่เปลี่ยนแปลงทิศทางการศึกษาประวัติศาสตร์ไทย เปลี่ยนแปลงความเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจ สังคม ศิลปะ วัฒนธรรมไทย ตลอดจนบุคคล กลุ่มคน และสถาบันต่าง ๆ ในสังคมไทยอย่างไพศาล

ข้างหลังภาพ 14 ตุลาฯ

เล่มถัดมา “ข้างหลังภาพ 14 ตุลาฯ : จากระบอบปฏิวัติของเผด็จการสู่การปฏิวัติของประชาชน” โดย “บัณทิต จันทร์โรจนกิจ” ที่จะพาทุกคนหวนกลับไปสู่ 14 ตุลาฯ อีกครั้งด้วยมุมมองการเมืองทัศนา (visual politics) หนังสือเล่มนี้จึงไม่ใช่การเล่าเหตุการณ์ผ่านตัวอักษรเท่านั้น แต่ยังมีการตีความภาพเพื่อฉายหน้าประวัติศาสตร์ที่ยังมืดมิดหรือถูกซ่อนความนัยบางอย่างไว้ออกมา

14 ตุลาฯ เป็นเหตุการณ์การต่อสู้ของประชาชนกับเผด็จการทหารครั้งประวัติศาสตร์ที่มีผู้บอกเล่าและเขียนวิเคราะห์อย่างกว้างขวางแทบทุกมิติทั้งชื่นชมและกังขา ไม่ว่าแต่ละคนเลือกที่จะรับรู้และจดจำเหตุการณ์นี้อย่างไร แต่ผลสะเทือนจาก 14 ตุลาฯ ยังคงถูกกล่าวถึงอยู่เสมอแม้กาลจะผ่านมากว่า 50 ปีแล้วก็ตาม

“ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ” กล่าวว่า ภารกิจของหนังสือเล่มนี้คือการยกก้อนหินแห่งความมืดมิดออกไปจากวาบหนึ่งของความทรงจำที่ยังสามารถหาได้ จากยุคเผด็จการทหารครองเมืองสู่ 14 ตุลาฯ ประวัติศาสตร์ระยะนี้ถูกมองด้วยเลนส์ใหม่ ทั้งภาพถ่าย พาดหัวข่าว และผลงานศิลปะ ต่างสะท้อนภาพจำ ความทรงจำ ความรู้สึกนึกคิด เสียง และอารมณ์ในช่วงเวลาแห่งการปฏิวัติอันแสนสั้นออกมา

ทหารกับประชาธิปไตยไทย

เล่มต่อไปยังอยู่ในธีมเดียวกัน “ทหารกับประชาธิปไตยไทย : จาก 14 ตุลาฯ สู่ปัจจุบันและอนาคต” โดย “สุรชาติ บำรุงสุข” หลัง 14 ตุลาฯ ชัยชนะของประชาชนสามารถขับทหารออกไปจากเวทีการเมืองได้เพียง 3 ปี และการรัฐประหารก็กลับมา พร้อมกับทหารที่ธำรงบทบาทในการเมืองไทยต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน

เหตุใดชัยชนะของประชาชนจึงสั้นนัก และเหตุใดอำนาจทหารจึงอยู่ยาว สุรชาติ บำรุงสุข จะพาผู้อ่านไปหาคำตอบ โดยย้อนกลับไปดูบทบาทของทหารตั้งแต่ทศวรรษ 2500 สำรวจความคิดของนายทหารในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านทศวรรษ 2510-2520 และการกลับมาของกองทัพหลัง 6 ตุลาฯ ตลอดจนข้อเสนอเรื่องการจัดความสัมพันธ์ระหว่างพลเรือนและทหารในการเมืองไทย

แม้จะถูกเขียนมาแล้วกว่า 25 ปี แต่เนื้อหายังคงสามารถหวนกลับมาคุยกับสังคมการเมืองไทยที่แทบจะย่ำอยู่กับที่ได้อย่างน่าสนใจ โดยสำนักพิมพ์มติชนนำมาทำพร้อมหน้าปกโฉมใหม่ ออกแบบโดย “ตะวัน วัตุยา” ตลอดจนมีการปรับปรุงเพิ่มเติมเนื้อหาให้ครบถ้วนครอบคลุมมากขึ้น

ประวัติศาสตร์ว่าด้วยส้วม

มาถึงเล่มที่เป็นสีสัน “ประวัติศาสตร์สังคมว่าด้วยส้วมและเครื่องสุขภัณฑ์ในประเทศไทย” โดย “มนฤทัย ไชยวิเศษ” ว่าด้วยเรื่องส้วมและสุขภัณฑ์ในกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย อาจไม่ชวนมองเห็นคุณค่า หรือหวือหวา เหมือนกับการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่าง แต่การเปลี่ยนแปลงเรื่องส้วมนับเป็นสิ่งที่ใกล้ชิดทุกคนจนบางทีเราไม่ทันฉุกคิดว่า ทำไมเราจึงยอมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

หนังสือเล่มนี้จะทำให้ทุกคนเข้าส้วมด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป มนฤทัยจะพาไปเปิดส้วม ส่องสังคมไทยและชีวิตของผู้คนในหลากแง่หลายมุม โดยเฉพาะขณะที่นั่งอยู่ในส้วมไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน

เมื่อมนุษย์เป็นทุกข์ย่อมต้องหาหนทางแห่งการปลดทุกข์เป็นธรรมดาหนังสือเล่มนี้จะพาผู้อ่านไปขุดคุ้ยหาที่มาการเกิดขึ้นของส้วมและสุขภัณฑ์ในสังคมไทย ตั้งแต่ยุคสังคมเดิม ก่อนทศวรรษ 2440, ยุคศิวิไลซ์แบบฝรั่ง ทศวรรษ 2440-2490 ไปจนถึงยุคอเมริกัน ทศวรรษ 2500-2540

ระบบกำกับดูแลที่ดินไทยต้องปฏิรูป

มาถึงหนังสือไฮไลต์เล่มสุดท้าย “Getting Land Right : ระบบกำกับดูแลที่ดินไทยต้องปฏิรูป” บรรณาธิการ โดย “ผาสุก พงษ์ไพจิตร” ได้รวบรวม 12 บทความวิชาการฉบับอ่านง่ายที่สกัดจากงานวิจัยของนักวิชาการถึง 15 คน

เราล้วนคุ้นเคยกันดีกับสำนวน “เมืองไทยนี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” ที่กล่าวย้ำถึงความพรั่งพร้อมอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินไทยในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำ ราวกับว่าบนผืนแผ่นดินนี้ไม่มีใครที่ต้องทนอดอยากหิวโหยหรือขาดไร้ที่อยู่ที่กิน ทว่าความเป็นจริงหาได้งดงามเรียบง่ายอย่างในสำนวน

เมื่อสังคมพัฒนาสู่ยุคสมัยใหม่ภายใต้รัฐชาติ การถือครองที่ดินและการออกเอกสารสิทธิที่ดินก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ กฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้หลายคราวที่ดินที่ชาวบ้านอาศัยมาก่อนหน้ากลายเป็นที่สงวนหวงห้าม ขณะที่ที่ดินเพื่อการกินอยู่ซึ่งจัดสรรจากรัฐสู่ประชาชนก็ไม่สอดคล้องกับปริมาณความต้องการจริง

ปัญหาความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน การใช้อำนาจรัฐอย่างไม่โปร่งใส ผนวกกับปัญหาจากนายทุนและกลุ่มอิทธิพลต่าง ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวเนื่องพัวพันกันภายใต้โครงสร้างอำนาจที่ซับซ้อน แม้รัฐจะพยายามปรับปรุง เปลี่ยนแปลงกฎหมายและระเบียบใหม่ ๆ เพื่อแก้ไขปัญหามาโดยตลอดก็ตาม

“ต่อให้ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แต่ผู้คนก็ไม่อาจเข้าถึงข้าวปลาอาหารและที่อยู่ที่กินเหล่านั้นได้เสมอไป”

โปรโมชั่น ของพรีเมี่ยม เพียบ

พบกับโปรโมชั่นมากมายของสำนักพิมพ์มติชน หนังสือใหม่ ลด 15%, หนังสือขายดี ลด 20% พร้อมรับของพรีเมี่ยมสุดพิเศษ เมื่อซื้อครบตามสเต็ป

ซื้อครบ 400 บาทรับ “เซ็ตคู่หูดูหนัง(สือ)” ประกอบด้วยแก้วดูหนัง, ป็อปคอร์น, โปสเตอร์ปฏิทินขนาด 60×80 เซนติเมตร

ซื้อครบ 800 บาทรับ “โททเท่เกินเทียมทน” กระเป๋า 4 ลวดลายพิเศษเฉพาะงานมหกรรมหนังสือครั้งนี้เท่านั้น

ซื้อครบ 1,200 บาทรับ “หมวกแก็ปเก๋ยูเรก้า” ลายคำยอดฮิต ได้แก่ “ข้ามขั้ว” และ “อยู่เป็น”

ซื้อครบ 2,000 บาทรับ “เสื้อยืดเผ็ดมันส์” เนื้อผ้าพรีเมี่ยม มีให้เลือก 3 สี

ซื้อครบ 3,500 บาทรับ “กระเป๋าเป้แทนใจ” จะสะพายหรือหิ้วก็ดูดีเหมือนกัน สวยงาม แข็งแรง ทนทาน คอหนัง(สือ)ทุกท่านควรมีไว้ในครอบครอง

นอกจากนี้ซื้อครบ 1,000 บาทยังรับสิทธิลุ้นโชคจับรางวัล “แก้วสุดโก้อย่างโก๋มติชน(ด)รามา” ลายรวมคำฮิต ที่เฉพาะในงานนี้เท่านั้น

พบกับสำนักพิมพ์มติชนได้ที่บูท J47 ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 วันที่ 12-23 ตุลาคม 2566 ที่ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์