เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“การบินไทย” ทุ่มพัฒนาโปรดักส์ยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ไล่เติมเส้นทางบิน CLMV-ยุโรป
Business “การบินไทย” ทุ่มพัฒนาโปรดักส์ยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ไล่เติมเส้นทางบิน CLMV-ยุโรป
‘เวียตเจ็ท’ โละฝูงบินแอร์บัส มุ่งสู่โบอิ้ง 737 หวังลดต้นทุน
Business ‘เวียตเจ็ท’ โละฝูงบินแอร์บัส มุ่งสู่โบอิ้ง 737 หวังลดต้นทุน
ลุยฟื้นฟู “เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง”สร้างคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีแดง 3,800 ยูนิต
Real Estate ลุยฟื้นฟู “เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง”สร้างคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีแดง 3,800 ยูนิต
วีระยุทธ ชี้ภาษีอย่างเดียวไม่พอ จี้รื้อ Local Content ฟื้นยานยนต์ไทย
Economic วีระยุทธ ชี้ภาษีอย่างเดียวไม่พอ จี้รื้อ Local Content ฟื้นยานยนต์ไทย
เจรจา 2 ฝ่าย เห็นร่วม ออกสูตร “ค่ารอบกลาง” ไรเดอร์
Tech เจรจา 2 ฝ่าย เห็นร่วม ออกสูตร “ค่ารอบกลาง” ไรเดอร์
หุ้นไทยเด้ง 20 จุด ปิด 1,583 รับผลเฟดตามคาด DELTA-บิ๊กแคปหนุน
Finance หุ้นไทยเด้ง 20 จุด ปิด 1,583 รับผลเฟดตามคาด DELTA-บิ๊กแคปหนุน
เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับอ่อนสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ 33.43 บาท/ดอลลาร์ รับสัญญาณ “เฟด”
Finance เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับอ่อนสุดในรอบ 1 เดือนครึ่งที่ 33.43 บาท/ดอลลาร์ รับสัญญาณ “เฟด”
คลังเคาะแล้ว ได้แน่อีก 2 เดือน เงินไทยช่วยไทยพลัส 60/40
Finance คลังเคาะแล้ว ได้แน่อีก 2 เดือน เงินไทยช่วยไทยพลัส 60/40
ส่องกฎหมายแอลกอฮอล์ หลัง “ลิซ่า” พูดถึงเบียร์ไทย แบรนด์ไทยทำอะไรได้บ้าง
News ส่องกฎหมายแอลกอฮอล์ หลัง “ลิซ่า” พูดถึงเบียร์ไทย แบรนด์ไทยทำอะไรได้บ้าง
Gastech 2026 ปิดฉาก ดีลพลังงานทะลุ 4 หมื่นล้านดอลลาร์
Economic Gastech 2026 ปิดฉาก ดีลพลังงานทะลุ 4 หมื่นล้านดอลลาร์
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังเจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณโอกาสขึ้นดอกเบี้ยมีน้อยลง

11 ต.ค. 2566 | 17:53น.
ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณโอกาสขึ้นดอกเบี้ยมีน้อยลง

วันที่ 11 ตุลาคม 2566 สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 11 ตุลาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/10) ที่ระดับ 36.52/53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (10/10) ที่ระดับ 36.82/83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าหลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลายรายสนับสนุนการยุติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

โดยนายราฟาแอล บอสติก ประธานเฟดสาขาแอตแลนตาแสดงความเห็นเมื่อวานนี้ (10/10) ว่าเฟดไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกต่อไปเพื่อให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% เนื่องจากที่ผ่านมาเฟดได้ใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเพียงพอ และนายบอสติกยังเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะไม่เผชิญภาวะถดถอย

นอกจากนั้นแล้วการแสดงความเห็นของนายบอสติกสอดคล้องกับที่นางลอรี โลแกน ประธานเฟดสาขาดัลลัสกล่าวเมื่อวันจันทร์ (9/10) ว่า เมื่อพิจารณาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่พุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากเพียงพอแล้ว เฟดก็อาจมีความจำเป็นน้อยลงในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก ซึ่งการแสดงความเห็นดังกล่าวส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐชะลอตัวลง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ชะลอตัวลงหลังจากไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี เมื่อสัปดาห์ก่อน

สำหรับตัวเลขสหรัฐที่สำคัญเมื่อคืนนี้ (10/10) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งลดลง 0.1% ในเดือน ส.ค.เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลังจากลดลง 0.3% ในเดือน ก.ค. และเมื่อเทียบรายปี สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งลดลง 1.0% ในเดือน ส.ค.

อีกทั้งสหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) รายงานดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมปรับตัวลงสู่ระดับ 90.8 ในเดือน ก.ย. จากระดับ 91.3 ในเดือน ส.ค.ได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และการขาดแคลนแรงงานข้อมูลล่าสุดจาก PedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนัก 86% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน พ.ย.และให้น้ำหนัก 73% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุทมเดือน ธ.ค.

ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่า โดยมีทิศทางเดียวกับค่าเงินในภูมิภาค ปัจจัยแรกเนื่องจากดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักหลังได้รับแรงกดดันถ้อยแถลงจากสมาชิกเฟด นอกจากนั้นแล้ว ทิศทางของการซื้อขายทองคำในประเทศก็ส่งผลต่อการแข็งค่าของค่าเงินบาท โดย flow ส่งออกทองคำจากราคาทองที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากข่าวสงครามอิสราเอล-ฮามาส จะส่งผลให้มีการขายดอลลาร์และซื้อบาทได้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 37.40-37.54 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.42/43 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/10) ที่ระดับ 1.0603/05 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (10/10) ที่ระดับ 1.0602/03 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวในกรอบแคบ โดยวันนี้ (11/10) เยอรมนีเผยดัชนี (CPI) ขั้นสุดท้ายเทียบรายปีเพิ่มขึ้น 4.5% ในเดือน ก.ย.ทรงตัวจากเดือนที่แล้ว และสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ส่วนดัชนี CPI ขั้นสุดท้ายเทียบรายเดือนเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือน ก.ย. ทรงตัวจากเดือนที่แล้ว และสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์เช่นกัน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0591-1.0629 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0609/13 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/10) ที่ระดับ 148.77/78 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (10/10) ที่ 148.87/88 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนปรับตัวในกรอบแคบ ผลสำรวจรอยเตอร์เผย ความเชื่อมั่นทางธุรกิจของบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่นทรงตัวในเดือน ต.ค. แต่ความเชื่อมั่นในภาคบริการเพิ่มขึ้น เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ดีขึ้นช่วยชดเชยผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นจากปัญหาเศรษฐกิจทั่วโลก

ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 148.41-148.97 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 148.68/70 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ย.ของสหรัฐ (11/10), รายงานการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) วันที่ 19-10 ก.ย. (12/10) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน ต.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (13/10)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10/-9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -11/-10 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ